โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

น้ำมันโลกพุ่งสูงสุด 5 เดือน จับตาภูมิรัฐศาสตร์ ฉุดบริโภคไทยฟื้นช้า

Thai PBS

อัพเดต 58 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ ( 27 ต.ค.2569) ศูนย์วิจัยกรุงศรี วิเคราะห์สถานการณ์ เศรษฐกิจโลกและไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงาน และกำลังซื้อที่เปราะบาง โดยราคาน้ำมันดิบโลกเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน ท่ามกลางความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจกลับมาโจมตีอิหร่านหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่อิหร่านปฏิเสธการเจรจารอบใหม่ หากสหรัฐฯ ไม่ยอมรับเงื่อนไขที่เสนอผ่านประเทศตัวกลาง อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลาย หลังผู้แทนทั้งสองฝ่ายและสหรัฐฯ เตรียมเจรจาสันติภาพในช่วงครึ่งแรกของเดือนพฤศจิกายน

น้ำมันโลกพุ่งสูงสุด 5 เดือน จับตาภูมิรัฐศาสตร์ ฉุดบริโภคไทยฟื้นช้า

ด้านยุโรป ความเสี่ยงทางการคลังเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานและต้นทุนการกู้ยืมที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่การประท้วงในฝรั่งเศสจากความไม่พอใจต่อค่าครองชีพ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และแผนลดรายจ่ายภาครัฐ สะท้อนแรงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดที่อาจขยายไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค หากรัฐบาลต่าง ๆ มีข้อจำกัดในการลดการขาดดุล อาจกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน เพิ่มความผันผวนในตลาดพันธบัตร และซ้ำเติมความเปราะบางทางเศรษฐกิจของยุโรปในระยะข้างหน้า

น้ำมันโลกพุ่งสูงสุด 5 เดือน จับตาภูมิรัฐศาสตร์ ฉุดบริโภคไทยฟื้นช้า

ขณะที่เศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 ขยายตัว 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นจาก 4.3% ในไตรมาส 2 แต่เศรษฐกิจภายในประเทศยังมีความเปราะบาง ทำให้รัฐบาลมีแนวโน้มเน้นประคับประคองการเติบโตให้บรรลุเป้าหมาย มากกว่าการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ พร้อมรักษาพื้นที่ทางนโยบายเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งอุปทานส่วนเกินและหนี้สินภาครัฐ รวมถึงผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงให้เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว

สำหรับเศรษฐกิจไทย คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพิ่มเติม ภายใต้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 1.5 ล้านครัวเรือน โดยแบ่งมาตรการเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ มาตรการบรรเทาความเดือดร้อน มาตรการฟื้นฟู และมาตรการด้านภาษี ควบคู่กับมาตรการกระตุ้นการบริโภค เพื่อบรรเทาผลกระทบและพยุงกำลังซื้อในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี

น้ำมันโลกพุ่งสูงสุด 5 เดือน จับตาภูมิรัฐศาสตร์ ฉุดบริโภคไทยฟื้นช้า

อย่างไรก็ตาม แรงส่งต่อการบริโภคภาคเอกชนยังมีข้อจำกัดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะผลกระทบจากการชะลอใช้จ่าย (Payback Effect) หลังสิ้นสุดมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ขณะที่ความเสียหายจากน้ำท่วมมีแนวโน้มสร้างภาระต่อสินทรัพย์ทางกายภาพของครัวเรือนสูงกว่าความเสียหายต่อผลผลิตหรือ GDP ส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับภาระซ่อมแซมและฟื้นฟูในระยะข้างหน้า ท่ามกลางหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงถึง 85.2% ต่อ GDP ในไตรมาส 2

น้ำมันโลกพุ่งสูงสุด 5 เดือน จับตาภูมิรัฐศาสตร์ ฉุดบริโภคไทยฟื้นช้า

นอกจากนี้ รายได้แรงงานยังฟื้นตัวอย่างจำกัด โดยไตรมาส 2 รายได้แรงงานรวมหดตัว 0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนรายได้กลุ่มอาชีพอิสระหดตัวกว่า 2.0% ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2569 ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 52.1 จาก 53.2 ในเดือนก่อนหน้า สะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมและค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง

ดังนั้น แม้มาตรการเยียวยาน้ำท่วมและกระตุ้นการบริโภคจะช่วยประคองการใช้จ่ายในช่วงปลายปี แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความสามารถในการฟื้นฟูทรัพย์สินและรายได้ของครัวเรือน ตลอดจนทิศทางราคาพลังงานโลกที่อาจเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพในระยะต่อไป

อ่านข่าว:

ส่งออก ก.ย. ทุบสถิติ โต 24% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ลุ้นทั้งปีโต 19%

สัปดาห์นี้ "เงินบาท" ผันผวนสูง จับตาประชุมเฟด–ECB–BOJ -กนง.

เอกชนชี้เศรษฐกิจไทยโตแบบ K-Shape จี้รัฐเร่งปฏิรูป ปราบโกง–สร้างเสถียรภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"วรศิษฎ์” แจง งบเยียวยาน้ำท่วม กทม. เคลียร์เรียบร้อย เป็นเงินกทม.300 ล้านบาท

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"สุชาติ" แจงปมที่ดิน "สามีบุ๋ม ปนัดดา" ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของกรมป่าไม้

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ธุรกิจ-เศรษฐกิจ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...