องค์หญิงฯ กัมพูชา ทนไม่ได้ ต้องออกมา Live สด ลั่น!! สงครามไม่เคยนำไปสู่ชัยชนะที่แท้จริง
THE STATES TIMES
อัพเดต 24 ส.ค. 2568 เวลา 11.35 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2568 เวลา 00.00 น. • AYA IRRAWADEE(25 ส.ค. 68) ความจริงเรื่องนี้ค่อนข้างผ่านมาพอสมควรแล้ว แต่เรื่องนี้ก็เรียกได้ว่ายังอยู่ในกระแสอยู่ไม่ตกไปไหน นั่นคือเรื่องที่ เจ้าหญิงนโรดม เจนณา แห่งกัมพูชา ได้แสดงจุดยืนต่อต้านสงครามผ่านทางวิดีโอที่โพสต์ในโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เพื่อเรียกร้องให้โลกาอย่าเชื่อข่าวปลอมและให้หยุดความขัดแย้งต่างๆ. โดยวิดีโอดังกล่าวปรากฏขึ้นหลังจากการกล่าวหาว่ามีการกบฏต่อกษัตริย์กัมพูชาที่ทำให้องค์หญิงฯต้องออกมา Live ในฐานะที่ตนเป็นราชนิกูลหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ โดยเอย่าขอสรุปเป็นข้อๆดังต่อไปนี้
• องค์หญิงฯได้ออกมากล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่าขอให้ “ชาวโลกไม่หลงเชื่อความโกรธและข้อมูลที่บิดเบือน” และยืนยันว่าเธอ “ยืนเคียงข้างชาติของเธอ“ โดยใจความว่าเธอต้องการใช้พื้นที่ของตัวเองปัดข่าวลือหรือข่าวเท็จนั่นเอง
• ทรงกล่าวต่อว่า "สงครามไม่เคยนำไปสู่ชัยชนะที่แท้จริง" แต่กลับสร้างแต่ความเจ็บปวดต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะครอบครัวที่สูญเสียความสงบสุขไปตลอดกาล
• ทรงเน้นว่า แม้กัมพูชาจะเป็นประเทศเล็ก แต่มี จุดยืนแน่วแน่ในการรักษาสันติภาพ, และแสดงความเคารพต่อความทุกข์จากอดีตที่ชาติได้เคยเผชิญ เช่น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และสงครามกลางเมือง
• ทรงสื่อถึงความสูญเสียที่เกิดจากสงครามช่วงอดีตว่า: “สงครามไม่ได้ทำให้เราได้ที่ดิน หรืออำนาจ มีแต่ความสูญเสีย บ้านพัง พ่อแม่กลายเป็นหม้าย ลูกกลายเป็นเด็กกำพร้า อนาคตที่หายไป”
• ในถ้อยแถลงภาษาภาษาจีนและภาษาฝรั่งเศสของคำแถลง ยังกล่าวว่า: “สงครามไม่เคยนำมาซึ่งชัยชนะที่แท้จริง” และมีแต่ความเจ็บปวดที่ไม่อาจย้อนกลับ โดยเฉพาะต่อครอบครัวที่สูญเสียความสงบสุขไปอย่างสิ้นเชิง”
• ตอนท้ายของคำพูด ทรงกล่าวว่า “ขอให้ความหวังดีมีมากกว่าความโกรธ และไม่มีพ่อแม่คนใดต้องร่ำลาลูกเพราะสงครามอีก” และ “ขอยืนเคียงข้างชาติของพระองค์”
เอย่าจึงใช้เวลาค่อนข้างมากในการเขียนบทความนี้ออกมาเพื่อทำการชี้แจงเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงโดยทั่วกัน
1. เรื่องกบฏกษัตริย์กัมพูชานั้น ไม่มีมูลเลย ในช่วงที่ผ่านมาฝั่งกัมพูชามีข่าวลือเรื่องรัฐประหาร หรือการก่อกบฏของกองทัพ แต่ทั้งหมดนั้นไม่ใช่ทำการกบฏต่อกษัตริย์กัมพูชา ทุกคนต้องอย่าลืมนะคะว่าทุกวันนี้กัมพูชายังมีกษัตริย์อยู่มีพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี แต่ข่าวลือที่ออกมากลับพบว่าการกบฏนั้นเป็นการโค่นล้ม สมเด็จมหาเดโชฮุนเซน ไม่ใช่กษัตริย์อย่างที่กล่าวอ้าง ดังนั้นองค์หญิงอ้างว่ามาขอ Live เพราะชี้แจงสถานการณ์นี้จึงไม่ถูกต้อง
2. ประเด็นต่อมาเรื่องข่าวเท็จ องค์หญิงไม่ใช่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจที่จะมีสิทธิ์ออกมากล่าวสิ่งใดๆก็ตามที่เป็นตัวแทนของชาติ เพราะการกระทำดังกล่าวไม่ได้ทำอย่างถูกต้องตามหลักปฏิบัติสากล ดังนั้นองค์หญิงจึงพูดในฐานะอินฟลูฯคนหนึ่งที่เอย่าได้ข่าวว่า การที่องค์หญิงพยายามพูดสื่อสารหลายภาษาโดยเฉพาะภาษาจีนก็เพราะว่า เจ้าหญิงเพิ่งปล่อยซิงเกิลใหม่ที่ชื่อ “Summer Song” เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมานั่นเอง และเหตุการณ์นี้น่าจะกระทบกับแฟนคลับโดยเฉพาะแฟนคลับชาวจีน
3. แม้พระราชดำรัสของเจ้าหญิงจะดูดีและสวยงามเพียงใดแต่สิ่งที่เจ้าหญิงต้องการนั้นคืออะไร หากเจ้าหญิงจะสื่อสารไปให้คนทั้งโลกได้รู้ต้องถามว่าเพื่ออะไร เพราะทุกภาษาที่เจ้าหญิง และเจ้าหญิงใช่คนที่เป็นตัวแทนของชาติในการออกมาพูดภาษาต่างประเทศหรือไม่ นี่จึงเป็นสิ่งที่เรียกว่าผิดหลักการปฏิบัติและนั่นแหละที่คนไม่ให้คุณค่าของคำพูดของเจ้าหญิงทั้งภาษาเขมร ฝรั่งเศส จีนและอังกฤษ ล้วนเป็นภาษาที่องค์หญิงเรียนรู้มาแต่สำหรับผู้ฟังแล้วคนที่ต้องการรับทราบจริงๆอาจจะเป็นคนกัมพูชาและคนไทยเสียมากกว่า อีกอย่างองค์หญิงฯควรศึกษา Fact จากแหล่งข่าวสากลด้วยไม่ใช่รับรู้จากแหล่งข่าวในประเทศเพียงฝ่ายเดียวเหมือนที่เอย่าเคยบอกท่านผู้อ่านเรื่องสถานการณ์ในเมียนมาว่าทำไมภายนอกพูดอีกอย่างแต่สำนักข่าวในประเทศลงอีกอย่าง และควรจะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนออกมาแถลง
อนึ่งองค์หญิงฯทราบหรือไม่ว่าการกระทำสำคัญกว่าคำพูด หากย้อนมองสงครามครั้งนี้แล้วถามว่าราชวงศ์ของไทยทำอะไรบ้าง…ท่านเลือกจะเงียบและกระทำสิ่งต่างๆดังข้อด้านล่างนี้มากกว่าการที่ออกมากล่าวอะไรนั่นก็คือ ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ราชวงศ์รับภาระในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีแนวทางการช่วยเหลือดังนี้:
• จัดพิธีศพผู้เสียชีวิตภายใต้พระราชทาน—ดำเนินตามพิธีราชประเพณีอย่างสมพระเกียรติ
• ส่งทีมจากกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงมหาดไทยเข้าเยี่ยมเยือนผู้บาดเจ็บและครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพื่อให้การฟื้นฟูทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
• ประสานงานเพื่อดูแลพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ได้รับความเสียหายและจัดสรรงบประมาณสำหรับการซ่อมแซมทดแทน
หากถามว่าในอดีตกษัตริย์ไทยได้ทรงตรัสอะไรบ้างเอาเป็นว่าเอย่าจะยกตัวอย่างมาให้ดู ย้อนกลับไปดูที่พระราชดำรัสของในหลวง ร.9 ที่ทรงตอบต่อนักข่าวต่างประเทศ ซึ่งทูลถามพระองค์ท่านขณะเสด็จไปเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ที่ทำงานสร้างเขื่อนในพื้นที่ทุรกันดาร ในสมัยที่ประเทศไทยมีการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง ท่านทรงตอบคำถามกับนักข่าว BBC ในเวลานั้นว่าที่ถามเรื่องที่ท่านต่อสู้กับกลุ่มคอมมิวนิสต์อย่างไรว่า “เราไม่ได้ต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในฐานะอุดมการณ์ แต่สู้กับปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน” หรือจะเอาคำตอบของในหลวง ร.10 ที่ตอบนักข่าว BBC ที่ถามว่า “คนเหล่านี้จงรักภักดีต่อพระองค์ ทว่าพระองค์จะมีพระราชดำรัสอย่างไรต่อผู้ชุมนุมที่ออกมาบนท้องถนนเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันฯ” ในหลวง ร.10 ทรงยิ้มแย้มแล้วตอบกลับไปว่า “ข้าพเจ้าไม่มีความเห็น…เรารักพวกเขาเฉกเช่นเดียวกัน” แต่นักข่าวคนนั้นก็ยังถามว่า “มีโอกาสที่จะประนีประนอมหรือไม่” ในหลวง ร.10 ท่านทรงตรัสกลับไปสั้นๆแต่ความหมายลึกซึ้งว่า “ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งการประนีประนอม” อันหมายถึงท่านไม่เคยโกรธ เกลียด ใครที่เคยชังท่านเลย คำตอบของท่านเพียง 10 วินาทีสามารถจบคำถามของนักข่าวคนนั้นได้
ดังนั้นองค์หญิงน้อยควรต้องทราบถึงกิจของการเป็นราชนิกูลนั่นหมายถึงการแบกประชาขนไว้บนบ่า กากรกระทำอะไรแม้จะเป็นการกระทำในนามส่วนบุคคลก็ดีแต่นั่นถือเป็นการดึงเอาราชวงศ์ลงมาแปดเปื้อนมัวหมองได้ แต่ถ้าองค์หญิงอยากจะเติบโตไปในสายของอินฟลูฯเต็มตัว การใช้ชื่อ เจณนา นโรดม เหมือนสามัญชนทั่วไปน่าจะเหมาะสมกว่า