โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“Axis of Silence” เดินทางสู่ใจกลางความสงบแบบ “นครศรีธรรมราช” ผ่านมุมมองของกลุ่ม Creative Nakorn

นิตยสารคิด

อัพเดต 10 ก.ย 2568 เวลา 23.56 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2568 เวลา 23.56 น.
axis-of-silence-cover

“นครศรีธรรมราชมีเอกลักษณ์ชัดเจน มีวิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรมที่สั่งสมมาเนิ่นนาน เหล่านี้ล้วนเป็นต้นทุนให้นักสร้างสรรค์ได้หยิบจับ ดึงทั้งวิถี ทั้งอัตลักษณ์ ทั้งรูปธรรมและนามธรรม มาใช้สร้างสรรค์ผลงาน” “ชัย - ศุภชัย แกล้วทนงค์” ตัวแทนและหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Creative Nakorn กล่าวในช่วงตอนหนึ่ง

Creative Nakorn รวมกลุ่มกันในปี 2560 โดยรวบรวมนักสร้างสรรค์ที่อาศัยอยู่ในนครศรีธรรมราช ทั้งนักออกแบบ ศิลปิน สถาปนิก นักเขียน รวมถึงผู้ทำงานสร้างวรรค์ด้านอื่น ๆ เช่น นักออกแบบอาหาร นักจัดดอกไม้ นำมาสู่การสร้างพื้นที่ให้กับคนทำงานสร้างสรรค์ และเป็นที่มาของชื่อกลุ่ม ตลอดระยะเวลาแปดปี กลุ่ม Creative Nakorn ได้สร้างสรรค์ผลงานทั้งในรูปแบบนิทรรศการและเฟสติวัลที่ล้วนสื่อสารและสะท้อนตัวตนของความเป็น “นครศรีธรรมราช” อย่างเด่นชัด

ล่าสุดปีนี้ ภายในเทศกาลงานออกแบบปักษ์ใต้ 2568 Creative Nakorn ได้เลือกนำเสนอผลงานการออกแบบพาวิลเลียน เพื่อให้ผู้ชมได้ร่วมรับประสบการณ์ “เมืองแห่งศรัทธา” ผ่านผลงานศิลปะจัดวางในชื่อ ‘แกนกลางแห่งความสงบ’ หรือ ‘Axis of Silence’ และผลงานศิลปะการแสดง Performance Art รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อปต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันเพื่อมอบความสุข สงบ และศรัทธา ในสไตล์ของเมืองนครฯ

นครศรีธรรมราชมีเอกลักษณ์ชัดเจนในฐานะที่เป็นเมืองใหญ่ของภาคใต้ มีวิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรมที่สั่งสมมาเนิ่นนาน เป็นต้นทุนให้นักสร้างสรรค์ได้หยิบจับ ดึงทั้งวิถี ทั้งอัตลักษณ์ ทั้งรูปธรรมและนามธรรม มาใช้สร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งทำให้ผลงานนั้นมีเสน่ห์และความแตกต่างในตัวเอง

อะไรคือจุดเด่นหรือเสน่ห์ของนครศรีธรรมราช
ผมเคยไปทำงานอยู่กรุงเทพฯ สิบกว่าปี ก่อนจะกลับมาอยู่ที่นครฯ ตอนนี้ก็สิบสามปีแล้ว ส่วนตัวผมคิดว่าในด้านของการทำงานสร้างสรรค์ นครศรีธรรมราชเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์และหลากหลายมาก แต่ถ้าถามถึงจุดเด่นที่สำคัญที่สุด ผมคิดว่าเมืองนี้แข็งแรงในเรื่องของศิลปวัฒนธรรม ซึ่งมีเรื่องราวอื่น ๆ แฝงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิถีชีวิต ศาสนา ความเชื่อ ประเพณี การละเล่น และสถาปัตยกรรม

ความหลากหลายของวิถีชีวิตส่งผลต่อการทำงานสร้างสรรค์อย่างไร
งานสร้างสรรค์จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละจังหวัด แต่ละเมือง และแต่ละประเทศ ทุกพื้นที่ล้วนมีรากเหง้าหรือต้นกำเนิดวิถีวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดเป็นเสน่ห์หรือที่เรียกว่าอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ นครศรีธรรมราชมีเอกลักษณ์ชัดเจนในฐานะที่เป็นเมืองใหญ่ของภาคใต้ มีวิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรมที่สั่งสมมาเนิ่นนาน เป็นต้นทุนให้นักสร้างสรรค์ได้หยิบจับ ดึงทั้งวิถี ทั้งอัตลักษณ์ ทั้งรูปธรรมและนามธรรม มาใช้สร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งทำให้ผลงานนั้นมีเสน่ห์และความแตกต่างในตัวเอง ยกตัวอย่างเรื่องภาษา นักสร้างสรรค์ก็สามารถนำไปใช้สร้างสรรค์ผลงานได้หลากหลาย หรือจะเป็นเรื่องหนังตะลุงมโนราห์ ก็เป็นเรื่องที่มีคาแรกเตอร์ในตัวเองอยู่แล้วเช่นกัน

“ชัย - ศุภชัย แกล้วทนงค์” หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม Creative Nakorn

อยากให้เล่าถึงแรงบันดาลใจของโปรเจ็กต์ ‘แกนกลางแห่งความสงบ’ หรือ ‘Axis of Silence’
ตัวพาวิลเลียนเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างศิลปินกับสถาปนิก ภาพรวมเราพูดถึงนครศรีธรรมราช ‘เมืองแห่งศรัทธา’ นครศรีธรรมราชเป็นเมืองมีพหุวัฒนธรรม มีความเชื่อหลายศาสนา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ศาสนาที่เป็นแกนกลางอย่างชัดเจนคือศาสนาพุทธ จากปริมาณผู้นับถือศาสนาพุทธในนครศรีธรรมราชที่มีไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ อีกอย่างคือรากเหง้าวัฒนธรรมความเชื่อและศาสนาของนครศรีธรรมราชฝังลึกมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรโบราณอย่างศรีวิชัยและตามพรลิงค์ การมีพุทธศาสนานิกายต่าง ๆ มาสู่การมีพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ที่มีองค์พระธาตุเจดีย์เป็นแกนกลาง ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่าพันปี สิ่งเหล่านี้เป็นที่มาของโปรเจ็กต์ ‘แกนกลางแห่งความสงบ’ และศิลปินก็ได้หยิบเรื่องความสงบภายในที่เป็นแก่นของพุทธศาสนามาใช้ในงาน อย่างเช่นการนำสัญลักษณ์ของหัวนะโม ที่พูดถึงเรื่องของการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายหรือสิ่งที่รบกวนจิตใจ มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์พาวิลเลียน

ใจความของโปรเจ็กต์นี้บอกเล่าเรื่องราวใดของนครศรีธรรมราชกับผู้ชม
โจทย์ที่ได้มาคือการประมวลช่วงเวลาปัจจุบันที่เราต่างเจอสภาวะความวุ่นวายภายในจิตใจ ยกตัวอย่างเช่นแผ่นดินไหว หรือสถานการณ์ภายนอกต่าง ๆ ที่รุมเร้า ปัญหาสงคราม ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนแล้วทำให้เกิดความทุกข์ใจ ไม่สบายใจ สิ่งเหล่านี้นำมาสู่ธีมหลักของปักษ์ใต้ดีไซน์วีคปีนี้ ที่บอกว่า ‘มาใต้ บายใจให้ถึงหวัน’

สำหรับนครศรีธรรมราช ‘เมืองแห่งศรัทธา’ จากความทุกข์ร้อนต่าง ๆ เมื่อมาสู่เมืองนคร เมืองที่เรามีความเชื่อ มีความศรัทธา มีโมเมนต์ที่หากไปทุกข์ร้อนอยู่ข้างนอก แต่เมื่อกลับมาสู่เมืองนคร ก็จะเกิดความสบายใจ สมมติว่าเดินเข้าไปสักการะพระมหาธาตุ เราจะรู้สึกได้ถึงความร่มเย็นสบายใจ ทั้งที่ยังไม่ได้ปฏิบัติอะไรเลยด้วยซ้ำ หรือในเรื่องของการมาทำบุญที่นครศรีธรรมราช เรื่องของสายศรัทธาในพุทธศาสนาที่ฝังรากลึกมายาวนานจนเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิต

นครศรีธรรมราชเป็นเมืองที่มีวัดมาก เรามีเทศกาลงานบุญอยู่เกือบครบทั้งสิบสองเดือน คุณทุกข์ร้อนมาจากข้างนอก คุณมาที่นี่ หรือคนนครที่ไปอยู่ที่อื่นแล้วกลับมาที่นี่ ก็จะรู้สึกถึงความสุขความสบายใจ หรือถ้าเป็นสายมู อย่างคนที่มีความทุกข์ใจตั้งแต่ช่วงโควิด เขาบอกว่าไม่รู้จะไปหาที่พึ่งทางใจที่ไหนแล้ว ปรากฏว่ามาที่นครศรีธรรมราชก็มีสถานที่ของสายมูที่ช่วยให้เขาได้คลายความทุกข์ คลายความตระหนก อย่างเช่น มาไหว้เจดีย์วัดไอ้ไข่ ไหว้ตาพรานบุญ ทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นที่พึ่งทางใจให้เขา

ในภาพรวมสิ่งที่เราสื่อสารออกไปก็คือ ไม่ว่าคุณจะเจอกับปัญหาใด หรือกำลังมีความทุกข์ร้อนใดอยู่ คุณมาที่โซนนครศรีธรรมราช คุณจะรู้สึกถึงความสุขใจ สบายใจ และสงบใจ

เพราะอะไรถึงนำเสนอผลงานที่พูดถึงความศรัทธาและความเป็นพุทธศาสนา
ผมคิดว่าเป็นจุดเด่นที่แข็งแรงมากของจังหวัด การพูดเรื่องนี้อาจไม่ใช่การที่เราพูดฝั่งเดียว แต่เป็นการสะท้อนจากข้างนอกที่มองเข้ามา และเห็นว่านครศรีธรรมราชเป็นเมืองแห่งศรัทธาอย่างแท้จริง ผมพยายามมองอัตลักษณ์ที่ชัดเจนของเมืองอื่น ๆ ผมว่าแต่ละเมืองก็มีความชัดเจนในแต่ละเรื่องอยู่แล้ว เรามองภาพลักษณ์ของภูเก็ตเป็นเรื่องท่องเที่ยว หรืออย่างอยุธยาก็เป็นเมืองเก่าในลักษณะประวัติศาสตร์ แต่พอมาเป็นนครศรีธรรมราช ถามเพื่อนถามญาติพี่น้อง หรือถามคนที่มาท่องเที่ยวว่าคุณนึกถึงอะไรในเมืองนคร เขาก็พูดถึงเรื่องความศรัทธา เรื่องศาสนา นั่นแปลว่าแม้เราไม่ได้ประกาศ แต่คนอื่นก็มองเห็นตัวตนของเราได้อย่างชัดเจน

ผู้ชมจะได้สัมผัสอะไรใน ‘แกนกลางแห่งความสงบ’
เราสร้างพื้นที่ของพาวิลเลียนให้ผู้ชมได้มีประสบการณ์ร่วม นอกจากนี้ก็มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ผู้ชมได้มาร่วมทำ ซึ่งจะสอดรับกับสัมผัสทั้งหก รูป รส กลิ่น เสียง และมโนคือใจ

ความคาดหวังจากผู้ที่มาชมงาน
พื้นที่ที่เราดูแลมีอยู่สองส่วน หนึ่งคือพาวิลเลียน และสองคือนิทรรศการ ในส่วนของพาวิลเลียน เราอยากให้ผู้ชมมีประสบการณ์ร่วมกับพื้นที่งานสร้างสรรค์ที่ต่อยอดจากนามรูปธรรมสู่รูปธรรม มีกิจกรรมที่อยากให้ผู้ชมได้เข้าร่วม อย่างเช่นโยคะ การฟังดนตรีที่ทำให้รู้สึกสงบเย็น การนั่งสมาธิ ส่วนนิทรรศการที่อยู่ติดกันจะเป็นงานโปรดักซ์ดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ ซึ่งจะเอาเรื่องของงานบุญ เรื่องของความศรัทธา และสายมู มาสร้างสรรค์ต่อยอดเป็นของที่ระลึกและของใช้ต่าง ๆ ทำให้ผู้ชมเกิดแรงบันดาลใจว่า ความศรัทธาและความเชื่อต่าง ๆ สามารถต่อยอดมาเป็นสิ่งของที่จับต้องได้ นอกจากนี้ เรายังเวิร์กช็อป เช่น การเพนต์เซรามิก การวาดภาพคอนทัวร์ ที่สอดรับกับเรื่องของการสร้างสมาธิ การอยู่กับปัจจุบันขณะ และการทำจิตใจให้สงบ

Creative Ingredients
อะไรบ้างในภาคใต้ที่สามารถพัฒนาต่อยอดสู่ระดับโลก
ผมคิดว่าได้ทุกอย่างเลย ภาคใต้มีสินทรัพย์ที่เป็นวัตถุดิบให้นักสร้างสรรค์นำไปพัฒนาย่อยอดเยอะมาก ถ้าให้ยกตัวอย่างก็เช่น เรื่องอาหาร งานหัตถกรรม ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี สิ่งเหล่านี้มีความชัดเจนมาก

มีไอเดียอะไรที่อยากลองทำงานร่วมกับจังหวัดอื่น
คิดไว้เยอะเลย เรามีเครือข่ายกับหลายจังหวัด อย่างเช่นทีมสตูล ทีมตรัง ทีมพัทลุง ทีมปัตตานี เราเชื่อมโยงกันหลายพื้นที่ ซึ่งก็มีคุยกันไว้คร่าว ๆ เหมือนกัน

โปรเจกต์ในอนาคตของ Creative Nakorn
มีอีกหลายเรื่องที่เราอยากทำ อย่างปีที่ 5 เราทำเรื่องหัตถกรรม ปีที่ 6 เราพูดเรื่องความหลากหลาย ปีต่อ ๆ ไปอาจพูดเรื่องอาหาร พูดเรื่องความเผ็ดร้อนของนคร หรือพูดเรื่องสไตล์ของเมืองนคร ซึ่งเราก็จะทยอยสร้างสรรค์งานต่อไป

อยากบอกอะไรกับคนรุ่นใหม่ที่เป็นนักสร้างสรรค์ในนครศรีธรรมราช
Creative Nakorn เป็นพื้นที่ที่เปิดให้นักสร้างสรรค์ได้แสดงผลงาน เราอยากให้นักสร้างสรรค์เมืองนครศรีธรรมราชพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้หลุดจากกรอบ โดยอิงจากข้อมูลสินทรัพย์ที่เรามีด้วยความเข้าใจ เพื่อไปสู่งานสร้างสรรค์ที่เพิ่มมูลค่าทั้งด้านของการแสดงผลงาน และด้านธุรกิจที่จะสร้างเป็นอาชีพ

Axis of Silence “แก่นแกนแห่งความสงบ”
สถานที่:วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร
28 ส.ค. - 7 ก.ย. | เวลา 11.00 - 21.00 น.
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pakktaiidesignweek.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...