โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สหรัฐฯ ฟันภาษีครึ่งปีแรก 2.83 ล้านล้านบาท จ่อกลายเป็นรายได้ถาวร

Amarin TV

เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 05.15 น.
สหรัฐฯ ฟันภาษีครึ่งปีแรก 2.83 ล้านล้านบาท จ่อกลายเป็นรายได้ถาวร ลดยากแม้เปลี่ยนรัฐบาล

รายได้จากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ พุ่งสูงถึง 8.72 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 2.83 ล้านล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 (มกราคม-มิถุนายน) ตามข้อมูลจากรัฐบาลกลาง ซึ่งตัวเลขในระดับนี้อาจกลายเป็นข้อจำกัดเชิงการเมืองต่อความพยายามในการลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้า แม้จะมีการเปลี่ยนผู้นำประเทศในอนาคตก็ตาม

นับตั้งแต่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มเรียกเก็บ “ภาษีต่างตอบแทน” (reciprocal tariffs) เมื่อเดือนเมษายน รายได้จากภาษีได้เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยกระทรวงการคลังระบุว่า ในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียว สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีได้สูงถึง 2.66 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าปกติถึง 4 เท่า

เมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน ภาษีในอัตราคงที่ 10% ภายใต้กรอบ "ต่างตอบแทน" ทำรายได้ไปแล้วกว่า 1.77 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ภาษีเฉพาะกลุ่มสินค้ารถยนต์ทำรายได้กว่า 1.07 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามการวิเคราะห์ของหน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน Budget Lab แห่งมหาวิทยาลัยเยล ประเมินว่า อัตราภาษีเฉลี่ยโดยรวมของสหรัฐฯ อยู่ที่ 20.6% ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1910 และสัดส่วนของมูลค่านำเข้าที่ต้องเสียภาษีก็กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ภาษีที่เป็นรายได้ประจำ ยากต่อการยกเลิก

มาตรการ “ภาษีต่างตอบแทน” ชุดใหม่ที่มีกำหนดเริ่มใช้ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ มีแนวโน้มจะผลักดันรายได้จากภาษีให้สูงขึ้นอีก โดยแม้ฝ่ายบริหารของทรัมป์จะอ้างว่าใช้ภาษีเพื่อความ “เท่าเทียม” ในทางปฏิบัติแล้ว หลายฝ่ายมองว่า สหรัฐฯ ใช้การเจรจาภาษีเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่เป็นฝ่ายได้เปรียบ

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ข้อตกลงกับเวียดนามและอินโดนีเซียที่ประกาศในเดือนกรกฎาคม ซึ่งสหรัฐฯ ยังคงอัตราภาษีไว้ที่ประมาณ 20% ในขณะที่อีกฝ่ายยอมลดภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ ลงเหลือ 0%

สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ (CBO) คาดว่า ภาษีเพิ่มเติมเหล่านี้จะช่วยลดการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางรวมได้ถึง 2.8 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงปีงบประมาณ 2025-2035 คิดเป็นประมาณ 4% ของรายได้จากภาษีและแหล่งอื่น ๆ รวมกันที่คาดว่าจะอยู่ที่ 67.5 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2026-2035

ธนาคารโลกระบุว่า ในปี 2023 ภาษีนำเข้าคิดเป็น 2.8% ของรายได้ภาษีรวมของสหรัฐฯ เทียบกับ 0.7% ของสหราชอาณาจักร 0.006% ของฝรั่งเศส และ 2.7% ของจีน โดยในกลุ่ม 35 ประเทศที่มีรายได้ภาษีจากภาษีนำเข้าเกิน 5% ของรายได้ภาษีรวม ไม่มีประเทศพัฒนาแล้วรวมอยู่เลย

สิ่งที่น่ากังวลคือ ภาษีนำเข้าอาจกลายเป็นแหล่งรายได้ประจำ ทำให้การยกเลิกหรือลดภาษีทำได้ยากขึ้น สำหรับช่วงปี 2026-2035 CBO คาดการณ์รายได้จากภาษีรายได้ส่วนบุคคลไว้ที่ 36.8 ล้านล้านดอลลาร์ ภาษีประกันสังคม 22 ล้านล้านดอลลาร์ และภาษีนิติบุคคล 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ หากมีการยกเลิกภาษี 2.8 ล้านล้านดอลลาร์จากมาตรการใหม่เหล่านี้ จะส่งผลกระทบเชิงงบประมาณพอ ๆ กับการลดภาษีนิติบุคคลลงถึงสองในสาม

ภาษีเพิ่มเติมที่เรียกเก็บจากสินค้าจีนตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งอ้างเหตุผลจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท แม้ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เคยเสนอแนวคิดยกเลิกภาษีดังกล่าวในช่วงแรก แต่สุดท้ายกลับเลือกคงไว้ และเรียกร้องให้จีนยุติพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงผลักดันการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโดยคำนึงถึงความมั่นคงแห่งชาติ

ต่อมา รัฐบาลไบเดนยังขยายการเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้ายุทธศาสตร์ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เหล็ก และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งตอกย้ำแนวโน้มที่ว่า ภาษีอาจกลายเป็นทั้งเครื่องมือทางเศรษฐกิจและรายได้ประจำของรัฐไปพร้อมกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...