โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

(คลิป)แม่พลทหารกล้าร้องไห้แทบขาดใจ พี่สาวเผยทั้งน้ำตาน้องปกป้องแผ่นดินจนวินาทีสุดท้าย

Manager Online

เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 12.26 น. • MGR Online

บุรีรัมย์- แม่พลทหารธีรยุทธ ชาว อ.ละหานทราย ร้องไห้แทบขาดใจ หลังได้รับข่าวร้าย ลูกถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิตขณะปะทะกับทหารเขมรที่ชายแดนศรีสะเกษ เผยขณะอยู่ศูนย์อพยพสวดมนต์ภาวนาขอให้ลูกปลอดภัยทุกวัน ด้านพี่สาวเผยทั้งน้ำตาน้องปกป้องแผ่นดินจนวินาทีสุดท้าย ส่วนเหตุปะทะที่ช่องสายตะกูทหารเจ็บ 4 นาย ล่าสุดเสียชีวิตที่ รพ.1 นาย

วันนี้(29 ก.ค.) นายกิมแดง และนางติน กระจ่างทอง พร้อมสมาชิกในครอบครัว ซึ่งเป็นชาว อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ที่ต้องอพยพหนีการสู้รบไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงแห่งหนึ่งใน อ.นางรอง ต่างร้องไห้ด้วยความเสียใจ หลังทราบข่าวร้ายว่า พลทหาร ธีรยุทธ กระจ่างทอง หรือพลทหารแก้ว อายุ 21 ปี สังกัด มทบ.21 ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมาได้ถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิต จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ที่ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. คืนที่ผ่านมา(28 ก.ค.68) ก่อนจะถึงกำหนดหยุดยิงตามข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

จากนั้นทางกิ่งกาชาดอำเภอละหานทราย ก็ได้จัดรถตู้ไปรับพ่อแม่และครอบครัวพลทหารธีรยุทธ ที่ศูนย์พักพิงใน อ.นางรอง กลับมาที่วัดแห่งหนึ่งใน ต.ตาจง อ.ละหานทราย เพื่อมารอรับศพลูกชาย ที่ทางการจะส่งศพกลับภูมิลำเนาในวันพรุ่ง เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาอย่างสมเกียรติ

ขณะที่นายเทพพนม สมเสมอ นายอำเภอละหานทราย พร้อมปลัดอำเภอละหานทราย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ได้เดินทางไปให้กำลังให้พ่อแม่ และครอบครัวของพลทหาร ธีรยุทธ โดยรับปากว่าทางการจะรับผิดชอบจัดงานศพให้อย่างสมเกียรติ ให้สมกับทหารกล้าที่สละชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ

พร้อมกันนี้ผู้นำชุมชน ชรบ. และชาวบ้านบางส่วนที่เริ่มกลับเข้าหมู่บ้าน หลังมีข้อตกลงหยุดยิง ก็ได้ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ โต๊ะ เก้าอี้ เพื่อเตรียมรับศพ และประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งคาดว่าศพมาถึงในวันพรุ่งนี้

นางติน ผู้เป็นแม่ บอกว่า ก่อนที่ลูกจะไปประจำการที่ชายแดนช่วงสถานการณ์ตึงเครียด ก็ได้มาไหว้ขอพรแม่ แม่ก็ได้ให้ชายผ้าถุง และพระติดตัวกับลูกชายไปด้วย เพื่อหวังให้ช่วยปกป้องคุ้มครองลูกชายให้ปลอดภัย ช่วงแรกก็ยังติดต่อลูกได้ ลูกบอกว่าหลังจากนั้นอาจจะติดต่อไม่ได้ เพราะอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ส่วนแม่และคนในครอบครัวก็ย้ายไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงใน อ.นางรอง แม่ก็สวดมนต์ภาวนาขอให้ลูกปลอดภัยทุกวัน และติดตามข่าวการปะทะกันตลอด

กระทั่งช่วงเช้าเห็นลูกสาวร้องไห้ ก็ยังแปลกใจว่าร้องไห้ทำไม ตอนนั้นลูกสาวยังไม่ยอมบอกอาจจะกลัวแม่ทำใจไม่ได้ กระทั่งสายๆ จึงรู้ว่าลูกชายที่ไปรบถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิตก็ใจแทบสลาย เพราะได้ยินเขาบอกว่าจะหยุดยิงแล้ว ก็คิดว่าลูกจะปลอดภัยไม่มีการสู้รบกันแล้ว ไม่คิดว่าจะต้องมาสูญเสียลูกชายเร็วแบบนี้ ก็ทั้งเสียใจที่สูญเสียลูกชายไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่ก็ภูมิใจที่เขาได้รับใช้ชาติ ก่อนหน้านี้ช่วงที่ลูกประจำการก็ส่งเงินให้แม่ใช้ตลอด แล้วก็รับปากแม่ว่า ถ้าปลดประจำการแล้ว จะทำงานหาเงินมาสร้างบ้านหลังใหม่ให้แม่ แต่คงไม่มีวันนั้นแล้วเพราะลูกชายจากไปแล้ว

นางสาวหอมจันทร์ อายุ 26 ปี พี่สาวพลทหารแก้ว บอกว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา น้องยังแชทมาบอกว่า อยู่ที่ชายแดนศรีสะเกษ ตนก็บอกให้น้องดูแลตัวเองดีๆ จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้คิดว่าน้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ กระทั่งเช้าวันนี้มีทางต้นสังกัดแจ้งมาว่าน้องถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิตแล้ว ก็แทบช็อกทำอะไรไม่ถูก ตอนแรกยังไม่กล้าบอกแม่เพราะกลัวแม่จะทำใจไม่ได้ ก็เสียใจที่น้องจากไป แต่ก็ภูมิใจในตัวน้องชายที่กล้าหาญปกป้องแผ่นดินจนวินาทีสุดท้าย

สำหรับเหตุการณ์ปะทะที่ชายแดนช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ช่วงค่ำก่อนถึงกำหนดหยุดยิง ที่มีทหารบาดเจ็บ 4 นาย ในจำนวนนี้ได้เสียชีวิตที่ รพ.แล้ว 1 นาย คือ จ.ส.อ.ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 ภูมิลำเนาที่ จ.หนองคาย และยังรักษาตัวที่ รพ. 3 นาย

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...