โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ป้อนข้าวลูก : 5 วิธีฝึกลูกนั่งกินข้าวโดยไม่ต้องคอยตามป้อน

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 02.16 น. • Features

สำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็กคงเข้าใจดีว่า เด็กเล็กกับการนั่งกินข้าวแต่ละมื้อให้ผ่านไปด้วยดีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ละวันคุณพ่อคุณแม่ต้องงัดกลยุทธ์หลากหลาย ทั้งหลอกล่อ ชวนเล่น ร้องเพลง เดินตาม วิ่งไล่จับ หรือหารางวัลมาต่อรองเพื่อให้ลูกยอมนั่งลงกินข้าว โดยไม่ต้องเดินตามตื๊อตามง้อสักครั้งพฤติกรรมการกินของลูก ไม่ได้มีความสำคัญกับการได้รับอาหารหรือประโยชน์ทางโภชนาการเท่านั้น แต่ยังเป็นกระบวนการสำคัญที่เชื่อมโยงกับพัฒนาการทางอารมณ์ การควบคุมตนเอง และความสัมพันธ์ในครอบครัว หากคุณพ่อคุณแม่ต้องคอยเดินตาม ป้อนข้าวลูก เป็นประจำอาจทำให้ลูกขาดโอกาสในการเรียนรู้ทักษะต่างๆ และส่งผลต่อพฤติกรรมการกินของลูกในระยะยาวได้แต่ความวุ่นวายที่ต้องคอย ป้อนข้าวลูก จะคลี่คลายลงได้ หากคุณพ่อคุณแม่รู้วิธีเปลี่ยนมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยปัญหาให้กลายเป็นช่วงเวลาที่ดีได้ เพียงคุณพ่อคุณแม่เปลี่ยนบทบาทจาก ‘ผู้ป้อน’ มาเป็น ‘ผู้สนับสนุน’ เพื่อที่ให้โอกาสลูกได้เรียนรู้สุขนิสัยการกินที่ดีด้วยตัวเอง1. จัดโต๊ะอาหารให้เหมาะกับร่างกายและพัฒนาการของลูก

การที่ลูกสามารถนั่งกินข้าวได้อย่างสงบ ไม่ใช่แค่เรื่องของนิสัยหรือวินัยเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกปลอดภัยและการเป็นเจ้าของพื้นที่ของตัวเองด้วย งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า โต๊ะอาหารหรือเก้าอี้ ไม่ใช่เพียงเฟอร์นิเจอร์ธรรมดา แต่ยังส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก เช่น ให้สัมผัสอาหารได้มากขึ้น การเข้าใจเนื้อสัมผัสของอาหาร และการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กหากคุณพ่อคุณแม่ให้ลูกนั่งเก้าอี้ที่สูงเกินไป เท้าไม่ถึงพื้น หรือไม่มีพนักพิง ลูกอาจรู้สึกไม่มั่นคง ไม่สบายตัว และหมดความสนใจในการนั่งกินข้าวได้อย่างรวดเร็ว เด็กบางคนอาจลุกออกจากโต๊ะทันทีเพราะรู้สึกเหนื่อยที่จะประคองตัว หรือรู้สึกว่าการนั่งอยู่ตรงนั้นไม่สนุกเอาเสียเลย ในทางตรงกันข้าม หากลูกมีเก้าอี้ที่พอดีกับความสูง มีที่รองเท้า โต๊ะอยู่ในระดับที่มือของลูกวางลงได้พอดี ก็จะทำให้รู้สึกมั่นคง สบาย และสามารถใช้เวลาอยู่ตรงนั้นได้นานขึ้นนอกจากการมีพื้นที่เฉพาะของตัวเองบนโต๊ะอาหารแล้ว การมีอุปกรณ์ที่ลูกหยิบใช้ได้เอง เช่น จาน ช้อน แก้วน้ำ ก็เป็นการส่งเสริมให้ลูกเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของกิจกรรมมื้อนั้นเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความรับผิดชอบเล็กๆ ที่ทำให้เด็กๆ เรียนรู้ว่านี่คือเวลากินข้าวนั่นเอง2. ปลูกฝังความรู้สึกเป็นเจ้าของมื้ออาหารของตัวเอง

หนึ่งในหัวใจสำคัญของการฝึกให้ลูกกินข้าวด้วยตัวเอง ไม่ต้องตามป้อนก็คือการส่งต่อบทบาทความรับผิดชอบให้ลูกอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการทำให้ลูกรู้สึกว่า ‘การกินข้าวคือเรื่องของตัวเราเอง ไม่ใช่เรื่องของคุณพ่อหรือคุณแม่’ อาจลองให้ลูกมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมมื้ออาหาร เช่น หยิบช้อนเอง ตักข้าวใส่จาน หรือวางภาชนะลงบนโต๊ะ แม้จะใช้เวลามากกว่าปกติ และเลอะเทอะในช่วงแรก แต่การมีส่วนร่วมเช่นนี้คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่แท้จริงนักจิตวิทยาพัฒนาการหลายคนบอกตรงกันว่า เด็กเล็กต้องการรู้สึกว่าตนเอง ทำได้และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในครอบครัว การที่ลูกได้ใช้ช้อนตักอาหารเองแม้จะหกเลอะเทอะไปบ้าง แต่นั่นคือการฝึกความเชื่อมั่นในตัวเอง และทักษะการควบคุมกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นรากฐานของการดูแลตัวเองในอนาคตต่อไป3. วางกรอบเวลาที่ชัดเจน เพื่อให้ลูกเรียนรู้ขอบเขต

การกินข้าวไม่ควรเป็นกิจกรรมที่ยืดเยื้อมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ลูกไม่สามารถจดจ่อกับกิจกรรมใดได้ ดังนั้น การกำหนดเวลาที่ชัดเจน เช่น ประมาณ 30 นาทีต่อมื้อ จะช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องขอบเขตของเวลาและฝึกการตัดสินใจอย่างอิสระได้นอกจากนี้ หากลูกไม่อยากกินในเวลาที่กำหนด คุณพ่อคุณแม่สามารถเก็บอาหารอย่างสงบโดยไม่ต้องตำหนิ เช่น พูดกับลูกว่า “ถ้าตอนนี้ยังไม่หิว เราค่อยกินมื้อหน้าก็ได้นะ” เพราะการตอบสนองด้วยความเคารพในความรู้สึกของลูก คือการสอนเขาให้เข้าใจว่า ความต้องการของตัวเองสำคัญ แต่ก็ต้องอยู่ภายใต้กติกาของสังคม ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานของการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีวินัยในอนาคต4. หลีกเลี่ยงสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจ

คุณพ่อคุณแม่หลายบางคนอาจใช้วิธีเปิดการ์ตูนหรือให้ลูกเล่นของเล่นระหว่างกินข้าว เพราะทำให้ลูกนั่งนิ่งและกินข้าวได้เยอะ แต่ความจริงแล้วการทำเช่นนี้ คือการรบกวนกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญอย่างยิ่งในวัยนี้เด็กเล็กเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงและการรับรู้จากร่างกาย การได้สัมผัสเนื้อข้าว ลิ้มรสอาหาร เคี้ยวและกลืนอย่างมีสติ ล้วนเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ลูกจดจำว่าการกินคือกิจกรรมหนึ่งที่มีความหมาย ถ้าหากมีสิ่งเร้าภายนอกดึงดูดความสนใจออกไป ลูกจะไม่สามารถเชื่อมโยงสัญญาณภายใน เช่น ความหิว ความอิ่ม หรือความพึงพอใจจากอาหารได้อย่างชัดเจน ซึ่งอาจนำไปสู่พฤติกรรมการกินแบบขาดสติในระยะยาว5. ชื่นชมความพยายาม ไม่ยึดติดกับผลลัพธ์

หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่ชื่นชมลูกเมื่อลูกกินข้าวหมดจาน แต่จะดีกว่าไหม หากคุณพ่อคุณแม่หันมาชื่นชมที่กระบวนการ เช่น “วันนี้ลูกนั่งกินข้าวได้ด้วยตัวเอง แม่ภูมิใจมากเลยนะ” หรือ “เก่งจังเลยที่ลูกลองใช้ช้อนตักเอง ถึงจะเลอะ แต่แม่เห็นความพยายามของลูกนะ”การชื่นชมในความพยายามและพฤติกรรม จะช่วยทำให้ลูกรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง เสริมสร้างความมั่นใจ ซึ่งส่งผลต่อการเติบโตในระยะยาวอ่านบทความ: 5 วิธีเตรียมตัวพาเบบี๋ออกไปกินข้าวนอกบ้านอ้างอิงstonyfieldpmc.ncbi.nlm.nih.govraisingchildren.net.aubetterhealth.vic.gov.au

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...