โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผลวิจัยพบใช้‘แชทบอทAI’ช่วยงานมากเกินไป ทำสติปัญญามนุษย์ด้อยลง

แนวหน้า

เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

22 มิ.ย. 2568 เว็บไซต์สถานีวิทยุ LBC ของอังกฤษ รายงานข่าว Artificial Stupidity: AI chatbots are making users less intelligent, researchers say เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2568 อ้างผลวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สหรัฐอเมริกา ที่พบว่า โปรแกรมแชทบอท (Chatbot) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ออกแบบมาเป็นผู้ช่วยให้คำแนะนำต่างๆ กับมนุษย์ หากใช้งานมากเกินไปอาจทำให้ศักยภาพทางสติปัญญาของมนุษย์ด้อยลง

การศึกษาของ MIT สังเกตกลุ่มตัวอย่างที่ใช้งานแชทบอท AI เจ้าดังอย่าง ChatGPT เป็นประจำมีกิจกรรมทางสมองต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้ใช้ งานวิจัยนี้ติดตามกลุ่มตัวอย่างจำนวน 54 คน โดยขอให้เขียนบทความ 4 เรื่อง จากนั้นแบ่งการทดลองเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.อนุญาตให้ใช้ ChatGPT เพื่อช่วยเขียนบทความ 2.ไม่อนุญาตให้ใช้ Chat GPT แต่อนุญาตให้ใช้เครื่องมือค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต (Search Engine เช่น Google) มาประกอบการเขียนบทความ และ 3.ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีใดๆ ทั้งสิ้น ให้คิดและเขียนบทความจากสมองของตนเองเท่านั้น

อนึ่ง สำหรับกลุ่มที่อนุญาตให้ใช้ ChatGPT เพื่อช่วยเขียนบทความ มีเงื่อนไขให้ใช้ได้เพียง 3 ใน 4 เรื่องเท่านั้น ส่วนอีก 1 เรื่องต้องเขียนขึ้นมาด้วยสมองของตนเอง ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการทดลองจะถูกเชื่อมต่อเข้ากับการสแกนกิจกรรมสมองด้วยคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) และถูกถามคำถามเกี่ยวกับเรียงความของตนเองในขณะที่กำลังเขียน

“กลุ่มที่ใช้ ChatGPT มีประสิทธิภาพแย่กว่ากลุ่มอื่นอย่างเห็นได้ชัด และทำได้แย่กว่าในหมวดหมู่ประสาทที่วัดได้ทั้งหมด บทความที่กลุ่ม ChatGPT เขียนขึ้นยังถือว่ามีคุณภาพแย่กว่ากลุ่มอื่น โดยอธิบายว่าเป็นบทความที่เหมือนกันและมีสำนวนภาษา (Language) ตลอดจนโครงเรื่อง (Theme) ที่ซ้ำกัน และในบทความที่กำหนดให้เขียนจากสมองของตนเองเท่านั้น กลุ่ม ChatGPT ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่จำกัดในการจดจำข้อมูลที่เรียนรู้ รวมถึงความสามารถที่ลดลงในการระดมความคิดและแก้ปัญหา” รายงานข่าวระบุ

รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า ผลการศึกษาพบกิจกรรมของสมองลดลงตามสัดส่วนของการสนับสนุนภายนอกที่ได้รับขณะทำงาน โดยผู้ที่ใช้แชทบอท AI ซึ่งรับภาระงานส่วนใหญ่ในการเขียนและค้นคว้าไปจากมือของนักเขียน มีระดับกิจกรรมของสมองที่อ่อนแอที่สุด ที่น่าสังเกตคือ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ChatGPT แสดงคลื่นสมอง "ธีตา (Theta)" ที่ต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และกิจกรรมทางปัญญาระดับสูงในสมอง

ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ได้ใช้แชทบอทช่วยเขียน โดยใช้เพียงเครื่องมือค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ไม่พบผลกระทบเชิงลบมากนัก เพราะท้ายที่สุดมนุษย์ที่เป็นผู้เขียนบทความก็ยังต้องทำความเข้าใจกับเรื่องราวนั้นด้วยตนเอง ซึ่งการศึกษาระบุว่าทักษะ "การคิดของมนุษย์" และ "การวางแผน" ส่วนใหญ่ถูกโยนไปให้เป็นหน้าที่ของแชทบอท AI

หลังจากเขียนบทความแล้ว ผู้เข้าร่วมการทดลองจะถูกถามเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองเขียน ซึ่งพบว่า เมื่อถูกขอให้กล่าวถึงเนื้อหาบางส่วนของบทความที่จำได้ กลุ่มตัวอย่างที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ ChatGPT ช่วยเขียนบทความ มากถึงร้อยละ 83 ไม่สามารถท่องได้เลยแม้แต่บรรทัดเดียว ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่ถูกกำหนดเงื่อนไขให้เขียนบทความด้วยสมองของตนเองทั้งหมด กับกลุ่มที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เพียงเครื่องมือค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตมาประกอบการเขียน แล้วพบว่าไม่สามารถจำเนื้อหาบทความได้แม้แต่บรรทัดเดียว จะมีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น

รายงานข่าวทิ้งท้ายว่า การศึกษานี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าการพึ่งพา AI มากเกินไปกำลังทำให้ความสามารถในการรับรู้และการคิดวิเคราะห์ของมนุษย์อ่อนแอลง นอกจากนั้น การศึกษาโดย Microsoft และ Carnegie Mellon ยังเตือนถึง “การฝ่อ (Atrophy)” ของความสามารถในการรับรู้ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้อันเป็นผลจากการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มากเกินไป โดยคณะผู้วิจัย กล่าวว่า การใช้งาน AI มากเกินไปอาจนำไปสู่การก่อ “หนี้ความสามารถในการรับรู้ (Cognitive Debt)” และอาจก่อให้เกิดต้นทุนในระยะยาว เช่น ความเสี่ยงต่อการถูกชักจูง (Manipulation) ที่เพิ่มมากขึ้น และความคิดสร้างสรรค์ที่ลดลง

การศึกษานี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความแม่นยำของแชทบอท AI เนื่องจากมีรายงานปัญหา “ภาพหลอน (Hallucination)” อันหมายถึงเนื้อหาผิดเพี้ยนที่ AI สร้างขึ้น ว่าพบได้บ่อยขึ้น ซึ่งเมื่อรวมกับความสามารถที่ลดลงของมนุษย์ในการตรวจจับข้อมูลเท็จอย่างมีวิจารณญาณ คณะผู้วิจัยกังวลว่าการบรรจบกันของ 2 ปัจจัยดังกล่าวอาจก่อให้เกิดข้อมูลเท็จขึ้นเป็นจำนวนมาก

ขอบคุณเรื่องจาก

https://www.lbc.co.uk/tech/chatgpt-study-making-users-stupid/

043…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...