โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

UOB คาดไทยเจอภาษี20% ชูเฮลธ์แคร์-เวลเนสดาวเด่น

ทันหุ้น

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 03.56 น.

#UOB #ทันหุ้น - UOB เผยว่าตัวเลขความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งไทยยังโดนเรียกเก็บภาษี 36% แต่ยังมีโอกาสเปิดให้ได้เจรจาอีก โดยคาดหวังที่ดีที่สุด 20% ระดับเดียวกับเวียดนาม ซึ่งไทยยังมีข้อได้เปรียบอีกมากทั้งเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงยังสามารถลดภาษีสินค้าสหรัฐ ให้เหลือ 0% ได้ในบางอุตสาหกรรม โดยยกให้ Health Care-Wellness เป็นดาวเด่นของอุตสาหกรรมไทยในอนาคต

นายสถิตย์ แถลงสัตย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ และธุรกิจสัมพันธ์ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย หรือ UOB เปิดเผยว่า จากผลสำรวจ Business Outlook Study 2025 ซึ่งจัดทำเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยการสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงกว่า 535 ราย เผยให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจไทยลดลงอย่างต่อเนื่องโดยตัวเลขความเชื่อมั่นอยู่ที่ 62% ในปี 2566 และลดลงเป็น 58% ในปี 2567 ล่าสุดเหลือเพียง 52% ในปี 2568

ขณะที่ไทยโดนเรียกเก็บภาษี 36% จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยไทยพึ่งพิงตลาดสหรัฐ ในระดับสูงมาก คิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของการส่งออกทั้งหมด โดยประเมินผลกระทบเป็น 3 ระลอก ได้แก่ 1.ผลกระทบทางตรงต่อภาคส่งออก ทำให้การผลิตลดลง สินค้าคงคลังสูงขึ้น การจ้างงานลดลง หรือต้องยกเลิกการจ้างงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค 2.ผลกระทบต่อผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ภายในประเทศ เมื่อการผลิตลดลงความต้องการซัพพลายเออร์จะลดลงตาม 3.การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากสินค้าจีน และการเข้ากระจายสินเข้ามายังอาเซียนรวมถึงไทย

@ไทยยังได้เปรียบกว่าเวียดนาม

ทั้งนี้การที่สหรัฐ ส่งจดหมายเปิดช่องให้เจรจา แสดงว่ายังเปิดโอกาสให้ไทยได้ต่อรอง ทำให้มีความหวังว่าไทยจะเจรจาได้ในอัตราภาษีที่ดี โดยมองอัตราที่ดีที่สุด 20% ยังพอเป็นไปได้ แม้จะมีปัจจัยอื่นที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างไทยกับสหรัฐ และบทบาทพันธมิตรในภูมิภาค อาจช่วยในเรื่องการเจรจา ถ้าหากไทยโดนภาษีสูงกว่าเวียดนามที่ถูกเรียกเก็บภาษี 20% จะส่งผลกระทบต่อการลงทุนแน่นอน

แต่เรื่องภาษีไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการตัดสินใจลงทุนของผู้ประกอบการ โดยข้อได้เปรียบของไทย มีมากกว่าเวียดนาม ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน และอุตสาหกรรมของไทยมีความครอบคลุมมากกว่า เช่น เครื่องมือ เครื่องจักร และเคมีภัณฑ์

@เรียกเก็บภาษีสหรัฐ 0%

ขณะที่เวียดนามได้พึ่งพิงตลาดสหรัฐสูงถึงประมาณ 40% ของการส่งออก และ 80% ของการส่งออกจากบริษัทต่างชาติที่ไปลงทุนในเวียดนาม ทำให้เวียดนามมีทางเลือกน้อยกว่าและถูกบีบให้ต้องเจรจา ในส่วนไทยยังโอกาสเปิดการค้าเสรีในการเรียกเก็บภาษีจากสหรัฐ ที่ 0% ในบางอุตสาหกรรม เช่น คมนาคมและภาคการเงิน จะเกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคและส่งเสริมการแข่งขัน

อย่างไรก็ดีอุตสาหกรรมที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคิดเป็น 60% ของการส่งออกไปสหรัฐ อุตสาหกรรมในไทยที่ได้รับผลกระทบน้อยและมีศักยภาพ คือ เฮลธ์แคร์-และ เวลเนส (Health Care & Wellness) ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้เป็น “ดาวรุ่ง” ที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขันสูง และสามารถเป็นศูนย์กลางได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...