โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เศรษฐา’ เชื่อ ‘พิชัย-ทีมไทยแลนด์’ ต่อรองภาษีทรัมป์ เหลือ 20% เท่าเวียดนาม

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 08.39 น. • The Bangkok Insight

"เศรษฐา" เชื่อ"พิชัย-ทีมไทยแลนด์" เจรจาสหรัฐ ลดภาษีทรัมป์ เหลือ 20% เท่าเวียดนาม ชี้หน่วยงานรัฐต้องเดินไปทิศทางเดียวกัน ดึงความเชื่อมั่นนักลงทุน มั่นใจไทยมีระบบดูแลนักลงทุนอย่างเป็นธรรม

ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีสหรัฐขยายเวลาเจรจาภาษีครั้งสุดท้ายเป็นวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 36% หรือไม่ว่า ขณะนี้ไทยมีเวลาถึง 1 สิงหาคม

ส่วนตัวเชื่อว่านายพิชัย ชุณหวชิระ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมทีมไทยแลนด์ ต้องมีการหารือกันอย่างขะมักเขม้น เพื่อให้ไทยได้อัตราภาษีที่ดีขึ้น ส่วนตัวได้ เจอกับปลัดกระทรวงพาณิชย์ และได้รับคำยืนยันว่าสู้เต็มที่

นายเศรษฐา กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่ายังมีความหวัง เพราะไทยยังมีหลายอย่างที่ต้องให้กับทางสหรัฐได้ สิ่งที่ไทยมีแต้มต่อในการต่อรองลดภาษี ต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง จำนวนสินค้าในหมวดต่างๆ ตรงไหนที่ให้สหรัฐ แล้วไม่ต้องเสียภาษีที่มากมาย แต่สำคัญที่สุดทีมงานทุกกระทรวงไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ต้องมานั่งพูดคุยกัน เสียงจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่าให้เสียงแตกเพื่อให้สหรัฐพอใจ

ภาษีทรัมป์

นายเศรษฐา กล่าวว่า รวมทั้งยังมีอีกหลายเรื่อง เช่น นอนคาร์ริค (การหลีกเลี่ยงภาษี) ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคาร์ริค (การเสียภาษีเงินได้) ขั้นตอนของศุลกากรที่ยังคงมีปัญหา การสวมสิทธิ์ต่างๆ เป็นเรื่องที่ไทยต้องให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ หากสหรัฐ ยังคงจัดเก็บภาษีไทยอยู่ที่ 36% สิ่งที่จะกระทบตามมา คือกลุ่มเป้าหมาย อาจเท่าเวียดนามอย่างน้อย 20% และสหรัฐ จัดเก็บในอัตราที่สูงย่อมจะส่งปัญหา เพราะหลายอุตสาหกรรมที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาไทย หวังว่าไทยจะไม่เสียเปรียบเพื่อนบ้าน

ที่ไทยยังมีข้อได้เปรียบอีกหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตที่ปลอดภัยและต้นทุนต่ำ หรือ low cost save living มีระบบภาษีที่ชัดเจนกว่า แ มีระบบราชการที่ดูแลนักลงทุนอย่างเป็นธรรม ดังนั้นส่วนตัวเชื่อว่ามีหลายประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเลข

เมื่อถามว่าต้องมีการส่งเสริมกลุ่ม SME ได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีของทรัมป์ โดยตรงใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หากนโยบายภาษีของทรัมป์ ถ้าไม่ได้รับการผ่อนปรน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องมีการช่วยเหลือกัน เชื่อว่าทีมงานจะศึกษาและดูแลเรื่องนี้อยู่ สิ่งสำคัญคือตัวภาษี ที่ต้องมีการลดให้เทียบเท่ากับเวียดนาม ส่วนตัวเชื่อว่าไทยจะมีมาตรการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อพิเศษดอกเบี้ยต่ำ

ถามว่าหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าการรับมือของรัฐบาลเกิดความล่าช้า นายเศรษฐา กล่าวว่า วันนี้ต้องรวมใจกันและเจรจาในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ให้มีการลดภาษีลงให้ได้ อย่างน้อยให้ลดเหลือ 20% เทียบเท่าเวียดนาม ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นประเด็นที่อยู่ในใจทุกๆคนอยู่ ส่วนแผนงานรองรับอื่นๆ ก็ต้องตามมา

ระหว่างนี้หากการเจรจาเป็นไปในเชิงบวก จะเป็นประเด็นที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ หากไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ ต้องมีการทำโรดโชว์ต่างๆ นำข้อดีของประเทศไทยไปเสนอต่างชาติ แน่นอนว่าตัวเลขของนักท่องเที่ยวที่ตกลงไป เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง

ภาษีทรัมป์

เรื่องที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัย และนักท่องเที่ยว จะต้องได้รับการดูแลและความเป็นธรรม ส่วนมาตรการกระตุ้นถือเป็นขั้นตอนต่อไปที่จะต้องทำให้ดีขึ้น

ถามถึงข้อมูลที่ระบุว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะของจีนที่ลดลงไปมากนั้น นายเศรษฐา กล่าวว่า ต้องเอาไปเปรียบเทียบกับเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ยังยืนยันว่าใกล้เคียงกัน แต่ถ้าเปรียบเทียบกับช่วงไฮซีซั่น ยอมรับว่าก็ตกลงไปพอสมควร

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...