โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สืบสานและพัฒนาวัฒนธรรมชนกลุ่มน้อย–เส้นทางสี จิ้นผิง(183)

China Media Group

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 04.55 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 04.55 น.
ทัศนียภาพอันงดงามของตำบลชนเผ่าเซอมู่หยุน เมืองฝูอัน เมืองหนิงเต๋อ มณฑลฝูเจี้ยน (ภาพโดยนิตยสาร“ชนกลุ่มน้อยจีน”)

สืบสานและพัฒนาวัฒนธรรมชนกลุ่มน้อย--เส้นทางสี จิ้นผิง(183)

เดือนมิถุนายน ปี 1989 นายสี จิ้นผิงได้เขียนบทความเรื่อง “การเสริมสร้างรากฐานความสามัคคีอันยิ่งใหญ่ในชาติ-ข้อคิดเกี่ยวกับการส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและความมั่งคั่งร่วมกันของชนกลุ่มน้อย” ซึ่ง “การสืบสานและพัฒนาวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อย” ถือเป็นเนื้อหาสำคัญโดยบทความนั้นกล่าวว่า “ประชาชนชาวเผ่าเซอได้สร้างสรรค์วัฒนธรรมอันรุ่งเรืองตลอดเวลาในประวัติศาสตร์อันยาวนาน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นสมบัติอันล้ำค่าของชนเผ่าเซอเท่านั้น แต่ยังเป็นทรัพย์สมบัติอันเลอค่าของประเทศเราอีกด้วย”

สำหรับทรัพย์สมบัติล้ำค่านี้ นายสี จิ้นผิงให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เขาชี้ให้เห็นว่า “ต้องสืบทอดและส่งเสริมส่วนที่ดีงามของประเพณีวัฒนธรรมของชนเผ่าเซอ ภาษา เพลงพื้นบ้าน และเครื่องแต่งกายของชนเผ่าเซอ ล้วนเป็นวัฒนธรรมพื้นฐานที่ควรได้รับการสืบทอดอย่างดี” “ต้องเร่งขุดค้นและรวบรวมมรดกทางวัฒนธรรมของชาวเซอ เช่น เพลงของกลุ่มชาติพันธุ์เซอ ประเพณี สุภาษิต ดนตรีพื้นบ้าน การเต้นรำ นิทานพื้นบ้าน เป็นต้น ควรระดมกำลังคนเพื่อศึกษาวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง คัดสรรสิ่งที่เป็นสาระ ใช้ของเก่าให้เกิดประโยชน์ในปัจจุบัน ผมรู้สึกว่าการร้องเพลงและการเต้นรำของชนเผ่าเซอนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีเสน่ห์อย่างมาก และงานเทศกาลเพลงพื้นบ้านของชนเผ่าเซอสามารถพัฒนาและยกระดับขึ้นอีกได้” นายสี จิ้นผิงยังได้เสนออย่างชัดเจนว่า “ควรเร่งสร้างพิพิธภัณฑ์ชนเผ่าเซอ ดำเนินงานสถาบันศึกษาวิจัยชนเผ่าเซอ คณะดนตรีและการเต้นรำชนเผ่าเซอ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับคลังวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆของประเทศเรา”

ด้วยการริเริ่มและส่งเสริมของนายสี จิ้นผิง เมื่อวันที่ 29 กันยายน ปี 1989 พิพิธภัณฑ์ชนเผ่าเซอหมิ่นตง (ซึ่งในปี 2005 ได้มีการเพิ่มเติมชื่อ "พิพิธภัณฑ์เมืองหนิงเต๋อ") ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ นับแต่นั้นมา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้กลายเป็นเวทีที่มีการบูรณาการอย่างครอบคลุมทั้งการรวบรวม จัดแสดง และการศึกษาวิจัยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของหมิ่นตง รวมถึงโบราณวัตถุของชนเผ่าเซอในหมิ่นตง

ในช่วงที่ทำงานอยู่ที่หนิงเต๋อ นายสี จิ้นผิงยังใส่ใจอย่างมากต่อการพัฒนาคณะดนตรีและการเต้นรำชนเผ่าเซอเขตหนิงเต๋อ (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “คณะดนตรีและการเต้นรำเมืองหนิงเต๋อ”) คณะนี้เป็นคณะการแสดงระดับมืออาชีพที่ตั้งชื่อตามกลุ่มชาติพันธุ์เซอเพียงคณะเดียวในประเทศ หลังจากก่อตั้งขึ้นในเดือนมกราคม ปี 1988 ก็ได้ส่งเสริมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของชนเผ่าเซอในหมิ่นตงให้เป็นมาตรฐานและเป็นมืออาชีพมากขึ้น ระหว่างปี 1988 ถึง 1990 ได้มีการแสดงถึง 308 ครั้ง นักแสดงชนเผ่าเซอบางคนก็เริ่มเป็นที่รู้จักผ่านเวทีนี้ เช่น เพลง "บทเพลงของไส้เดือน" ที่สร้างสรรค์และขับร้องโดย เหลย เกาผิง ได้รับรางวัลที่สองจากงานเทศกาลดนตรีและการเต้นรําอู่อี๋ครั้งที่ 5 ของมณฑลฝูเจี้ยนซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1988

ระหว่างวันที่ 10 - 12 พฤศจิกายน ปี 1990 มีการจัดเทศกาลศิลปวัฒนธรรมชนเผ่าเซอหมิ่นตงมณฑลฝูเจี้ยนครั้งแรกขึ้นที่เมืองหนิงเต๋อ โดยมีคณะนักแสดงกว่า 1,200 คนจากมณฑลฝูเจี้ยน เจ้อเจียง กวางตุ้ง เจียงซี อานฮุย และคณะดนตรีและการเต้นรำชนกลุ่มน้อยส่วนกลาง ฯลฯ รวม 20 คณะเข้าร่วม งานครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม

หลายปีที่ผ่านมา คณะดนตรีและการเต้นรำเมืองหนิงเต๋อมุ่งมั่นทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ผลิตผลงานการแสดงอันโดดเด่นมากมาย เช่น “บ้านเกิดสีคราม” “ชาวเซอหลากสีสัน” และ “จิตวิญญาณชนเผ่าเซอ” เป็นต้น

บทเพลงและการเต้นรำของชาวเซอ ซึ่งเสมือน “ซิมโฟนีแห่งภูผาและมหาสมุทร” ทำให้ "แสงสว่างแห่งหมิ่นตง" แพร่หลายยิ่งขึ้น

เดือนพฤษภาคม ปี 1993 ขณะที่ดอกมะลิในเมืองฝูโจวเริ่มเบ่งบาน ต้นไทรก็แผ่กิ่งก้านปกคลุมทั่วเมือง

ในเวลานั้น "หมิ่นจี้ว์" ซึ่งเป็นละครท้องถิ่นที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยวงการศิลปะวรรณกรรมของเมืองฝูโจวได้สร้างชื่อเสียงไปยังทั่วประเทศ โดยเรื่อง “งานเลี้ยงหงส์” และ “จิตวิญญาณแห่งศิลปะการวาดภาพ” ได้รับรางวัล “ละครร่วมสมัยยอดเยี่ยม” และนายเฉิน หน่ายชุน นักแสดง "หมิ่นจี้ว์" กลายเป็นคนแรกของเมืองฝูโจวที่สามารถคว้า “รางวัลเหมยฮวา” ซึ่งเป็นรางวัลระดับประเทศของวงการศิลปะการแสดงได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

ขณะเดียวกัน นักเขียนดาวรุ่งก็เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ นายฉือ จิ้งเจีย ผู้เขียนบทละครโทรทัศน์เรื่อง “เทียนที่เพิ่งจุด” ซึ่งมีการนำไปฉายทางสถานีโทรทัศน์ CCTV ในปี 1989 และถือเป็นผลงานที่เติมเต็มช่องว่างในการสร้างสรรค์ละครโทรทัศน์สำหรับเมืองฝูโจวด้วย

แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)

ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่

https://www.jeenthainews.com/cmg/147016_20250628

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...