สืบสานและพัฒนาวัฒนธรรมชนกลุ่มน้อย–เส้นทางสี จิ้นผิง(183)
สืบสานและพัฒนาวัฒนธรรมชนกลุ่มน้อย--เส้นทางสี จิ้นผิง(183)
เดือนมิถุนายน ปี 1989 นายสี จิ้นผิงได้เขียนบทความเรื่อง “การเสริมสร้างรากฐานความสามัคคีอันยิ่งใหญ่ในชาติ-ข้อคิดเกี่ยวกับการส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและความมั่งคั่งร่วมกันของชนกลุ่มน้อย” ซึ่ง “การสืบสานและพัฒนาวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อย” ถือเป็นเนื้อหาสำคัญโดยบทความนั้นกล่าวว่า “ประชาชนชาวเผ่าเซอได้สร้างสรรค์วัฒนธรรมอันรุ่งเรืองตลอดเวลาในประวัติศาสตร์อันยาวนาน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นสมบัติอันล้ำค่าของชนเผ่าเซอเท่านั้น แต่ยังเป็นทรัพย์สมบัติอันเลอค่าของประเทศเราอีกด้วย”
สำหรับทรัพย์สมบัติล้ำค่านี้ นายสี จิ้นผิงให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เขาชี้ให้เห็นว่า “ต้องสืบทอดและส่งเสริมส่วนที่ดีงามของประเพณีวัฒนธรรมของชนเผ่าเซอ ภาษา เพลงพื้นบ้าน และเครื่องแต่งกายของชนเผ่าเซอ ล้วนเป็นวัฒนธรรมพื้นฐานที่ควรได้รับการสืบทอดอย่างดี” “ต้องเร่งขุดค้นและรวบรวมมรดกทางวัฒนธรรมของชาวเซอ เช่น เพลงของกลุ่มชาติพันธุ์เซอ ประเพณี สุภาษิต ดนตรีพื้นบ้าน การเต้นรำ นิทานพื้นบ้าน เป็นต้น ควรระดมกำลังคนเพื่อศึกษาวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง คัดสรรสิ่งที่เป็นสาระ ใช้ของเก่าให้เกิดประโยชน์ในปัจจุบัน ผมรู้สึกว่าการร้องเพลงและการเต้นรำของชนเผ่าเซอนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีเสน่ห์อย่างมาก และงานเทศกาลเพลงพื้นบ้านของชนเผ่าเซอสามารถพัฒนาและยกระดับขึ้นอีกได้” นายสี จิ้นผิงยังได้เสนออย่างชัดเจนว่า “ควรเร่งสร้างพิพิธภัณฑ์ชนเผ่าเซอ ดำเนินงานสถาบันศึกษาวิจัยชนเผ่าเซอ คณะดนตรีและการเต้นรำชนเผ่าเซอ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับคลังวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆของประเทศเรา”
ด้วยการริเริ่มและส่งเสริมของนายสี จิ้นผิง เมื่อวันที่ 29 กันยายน ปี 1989 พิพิธภัณฑ์ชนเผ่าเซอหมิ่นตง (ซึ่งในปี 2005 ได้มีการเพิ่มเติมชื่อ "พิพิธภัณฑ์เมืองหนิงเต๋อ") ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ นับแต่นั้นมา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้กลายเป็นเวทีที่มีการบูรณาการอย่างครอบคลุมทั้งการรวบรวม จัดแสดง และการศึกษาวิจัยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของหมิ่นตง รวมถึงโบราณวัตถุของชนเผ่าเซอในหมิ่นตง
ในช่วงที่ทำงานอยู่ที่หนิงเต๋อ นายสี จิ้นผิงยังใส่ใจอย่างมากต่อการพัฒนาคณะดนตรีและการเต้นรำชนเผ่าเซอเขตหนิงเต๋อ (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “คณะดนตรีและการเต้นรำเมืองหนิงเต๋อ”) คณะนี้เป็นคณะการแสดงระดับมืออาชีพที่ตั้งชื่อตามกลุ่มชาติพันธุ์เซอเพียงคณะเดียวในประเทศ หลังจากก่อตั้งขึ้นในเดือนมกราคม ปี 1988 ก็ได้ส่งเสริมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของชนเผ่าเซอในหมิ่นตงให้เป็นมาตรฐานและเป็นมืออาชีพมากขึ้น ระหว่างปี 1988 ถึง 1990 ได้มีการแสดงถึง 308 ครั้ง นักแสดงชนเผ่าเซอบางคนก็เริ่มเป็นที่รู้จักผ่านเวทีนี้ เช่น เพลง "บทเพลงของไส้เดือน" ที่สร้างสรรค์และขับร้องโดย เหลย เกาผิง ได้รับรางวัลที่สองจากงานเทศกาลดนตรีและการเต้นรําอู่อี๋ครั้งที่ 5 ของมณฑลฝูเจี้ยนซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1988
ระหว่างวันที่ 10 - 12 พฤศจิกายน ปี 1990 มีการจัดเทศกาลศิลปวัฒนธรรมชนเผ่าเซอหมิ่นตงมณฑลฝูเจี้ยนครั้งแรกขึ้นที่เมืองหนิงเต๋อ โดยมีคณะนักแสดงกว่า 1,200 คนจากมณฑลฝูเจี้ยน เจ้อเจียง กวางตุ้ง เจียงซี อานฮุย และคณะดนตรีและการเต้นรำชนกลุ่มน้อยส่วนกลาง ฯลฯ รวม 20 คณะเข้าร่วม งานครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม
หลายปีที่ผ่านมา คณะดนตรีและการเต้นรำเมืองหนิงเต๋อมุ่งมั่นทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ผลิตผลงานการแสดงอันโดดเด่นมากมาย เช่น “บ้านเกิดสีคราม” “ชาวเซอหลากสีสัน” และ “จิตวิญญาณชนเผ่าเซอ” เป็นต้น
บทเพลงและการเต้นรำของชาวเซอ ซึ่งเสมือน “ซิมโฟนีแห่งภูผาและมหาสมุทร” ทำให้ "แสงสว่างแห่งหมิ่นตง" แพร่หลายยิ่งขึ้น
เดือนพฤษภาคม ปี 1993 ขณะที่ดอกมะลิในเมืองฝูโจวเริ่มเบ่งบาน ต้นไทรก็แผ่กิ่งก้านปกคลุมทั่วเมือง
ในเวลานั้น "หมิ่นจี้ว์" ซึ่งเป็นละครท้องถิ่นที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยวงการศิลปะวรรณกรรมของเมืองฝูโจวได้สร้างชื่อเสียงไปยังทั่วประเทศ โดยเรื่อง “งานเลี้ยงหงส์” และ “จิตวิญญาณแห่งศิลปะการวาดภาพ” ได้รับรางวัล “ละครร่วมสมัยยอดเยี่ยม” และนายเฉิน หน่ายชุน นักแสดง "หมิ่นจี้ว์" กลายเป็นคนแรกของเมืองฝูโจวที่สามารถคว้า “รางวัลเหมยฮวา” ซึ่งเป็นรางวัลระดับประเทศของวงการศิลปะการแสดงได้อย่างน่าภาคภูมิใจ
ขณะเดียวกัน นักเขียนดาวรุ่งก็เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ นายฉือ จิ้งเจีย ผู้เขียนบทละครโทรทัศน์เรื่อง “เทียนที่เพิ่งจุด” ซึ่งมีการนำไปฉายทางสถานีโทรทัศน์ CCTV ในปี 1989 และถือเป็นผลงานที่เติมเต็มช่องว่างในการสร้างสรรค์ละครโทรทัศน์สำหรับเมืองฝูโจวด้วย
แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)
ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่