โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด้วยพระเมตตา'สมเด็จพระพันปีหลวง' ช่วยเหลือชาวกัมพูชานับแสน อพยลี้ภัยสงครามเขมรแดง

แนวหน้า

เผยแพร่ 04 ส.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

5 สิงหาคม 2568 เพจเฟสบุ๊ค จังหวัด ตาก โพสต์ข้อความย้อนถึงเหตุการณ์ ในปี 2522 ด้วยพระเมตตาโดยสมเด็จพระพันปีหลวง เคยช่วยเหลือประชาชนชาวกัมพูชานับแสนราย ที่อพยพลี้ภัยในยุคเขมรแดง ทรงจัดตั้งศูนย์อพยพชาวกัมพูชา ที่บ้านเขาล้าน ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ระบุว่า

“พระเมตตาอันไพศาลจากฟ้าสู่แผ่นดิน” ศูนย์ราชการุณย์ โดยสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ช่วยเหลือชาวกัมพูชานับแสนคนที่อพยพลี้ภัยสงครามในยุคเขมรแดง : บันทึกประวัติศาสตร์แห่งการช่วยชีวิตโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

“ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน” เดิมชื่อว่า “ศูนย์สภากาชาดไทย เขาล้าน” เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ที่มีพระราชเสาวนีย์ให้จัดตั้งศูนย์อพยพชาวกัมพูชาที่บ้านเขาล้าน ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด

ย้อนกลับไปในระหว่างปี ๒๕๒๒ ชาวกัมพูชาจำนวนมากได้อพยพลี้ภัยสงครามออกมาจากประเทศตนเอง เขาล้าน คือหนึ่งในสถานที่ ที่ชาวกัมพูชานับแสนคนได้มารวมตัวกัน เนื่องจากเกิดสงครามภายในกัมพูชาระหว่างกองกำลังเขมรแดงกับกลุ่มต่อต้านฝ่ายต่าง ๆ ยังรุนแรงอยู่มาก และเหตุที่ยังไล่ล่าฆ่ากันแหลกลาญในห้วงนั้นยาวนานจึงทำให้ราษฎรกัมพูชาก็ดี กำลังติดอาวุธของฝ่ายต่าง ๆ ในกัมพูชาก็ดี ล้วนแต่อดอยาก ลำบากไปทุกฝ่าย อาหารหยูกยาเป็นของหายากยิ่ง ผู้ลี้ภัยจำนวนมหาศาลจึงบ่ายโฉมเดินเท้าอพยพหลบหนีทั้งความยากแค้นและการไล่ล่าฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุมาสู่ชายแดนไทยแทบทุกจุด

ในเมื่อ จุดข้ามสันเขาที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เป็นแนวยาวที่มียอดสันปันน้ำไม่สูงชัน จึงเป็นอีกบริเวณที่มีผู้อพยพจำนวนมากจูงลูกอุ้มหลานพยายามเดินทางข้ามพรมแดนเข้ามาหนีภัยในไทย หลายคนรอนแรมอดโซจนผอมเหลือแต่กระดูก ติดโรคไข้จากป่าสารพัน ขาดน้ำดื่ม ขาดสารอาหาร ความยากแค้นเหล่านี้ได้คร่าชีวิตผู้คนมากมายก่อนจะมาถึงชายแดนไทยด้วยซ้ำ มีเรื่องเล่าว่าแม่ที่อุ้มลูกเล็กกับจูงลูกโตหน่อยเดินทางรอนแรมหลบหนีจากการถูกเขมรแดงตามจับมาเรื่อย ๆ จนหลงทาง น้ำและอาหารก็ไม่มี แม่ผู้พยายามสู้ถึงที่สุดต้องตัดใจลุกออกเดินทั้งน้ำตาในขณะลูกคนที่โตกว่ายังผล็อยหลับอยู่ใต้ร่มไม้ ด้วยหวังว่าเด็กโตคล่องตัวอาจพอมีทางรอดได้เพราะการกระเตงไปด้วยกันแบบนั้นจะยิ่งถ่วงกันเองแล้วอาจอดตายหรือถูกจับได้ทั้งหมด แม่ผู้ใจสลายตัดสินใจอุ้มลูกเล็กแล้วเดาทางไปหาทางรอดดาบหน้า

เมื่อความทุกข์ทรมานจากภัยสงครามทราบถึงพระเนตรพระกัณฑ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในขณะนั้น ในวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๒๒ นั้น พระองค์รับสั่งให้เตรียมการเดินทาง แล้วเสด็จพระราชดำเนินด้วยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปยังบริเวณชายแดนอำเภอคลองใหญ่ทันที

เครื่องเฮลิคอปเตอร์ยกตัวผ่านแนวยอดไม้สุดท้ายที่ชายทะเลของเขาล้าน ทุกคนจึงเห็นคนนั่งนอนกันอยู่เต็มไปหมดราวฝูงมดตลอดแนวหาด พระองค์ทรงรับสั่งให้นำเครื่องลง แล้วทรงพระดำเนินไปบนหาด ผู้ตามเสด็จในเหตุการณ์เล่าว่าคนเจ็บคนป่วย แม้แต่คนตายนอนนั่งเรียงรายไปมากมาย แน่นอนว่าห้องสุขาไม่มีและหลายคนเป็นโรคท้องร่วง มีกองขับถ่ายจำนวนมากตามดินทรายในบริเวณนั้น

แต่สมเด็จพระพันปีหลวง ก็ยังทรงพระราชดำเนินเข้าไปตรวจเยี่ยม แตะตัวเด็ก ๆ เพื่อดูสภาพร่างกาย ตรวจอาการไข้และรับสั่งให้หมอหลวง และผู้ตามเสด็จฯ รีบเข้าช่วยเหลือผู้อพยพเหล่านั้นในทันที ใครพกอะไรติดมาก็หยิบยื่นช่วยบรรเทาทุกข์ตรงหน้า เท่าที่แต่ละท่านจะมีติดตัว

แม้แต่สมเด็จพระพันปีหลวง ก็ทรงให้นำกระติกน้ำดื่มส่วนพระองค์ออกมาส่งให้ผู้อพยพที่นอนเจ็บป่วยได้จิบดื่ม เพราะมีอาการขาดน้ำรุนแรง ด้วยทรงมีพระประสบการณ์เลี้ยงดูเด็กและผู้ป่วยเจ็บมาก่อน พระองค์ยังพระราชทานคำแนะนำให้เจ้าหน้าที่ว่าเนื่องจากคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะเด็กทารกไม่ได้ดื่มนมมานาน จุลินทรีย์ที่จะใช้ย่อยนมจึงไม่น่าจะมีเหลือในลำไส้แล้ว จึงไม่ควรให้ดื่มนมจนกว่าจะได้รับการฟื้นฟูสภาพร่างกายด้วยน้ำสะอาดไประยะหนึ่งก่อน มิฉะนั้นจะเป็นอันตรายถึงชีวิตต่อทารกได้

จากนั้นทรงให้จัดตั้งหน่วยบรรเทาทุกข์ในนามสภากาชาดไทยขึ้น โดยใช้อุปกรณ์และวัสดุที่พอจัดหามาได้ในพื้นที่ก่อน ทรงให้หาผ้ามาผูกบนหลังคาเต็นท์แล้วทากากบาทสีแดงขนาดใหญ่ให้เห็นได้ง่ายจากที่ไกล ๆ เพื่อประกาศให้ทุกฝ่ายรู้ว่าจุดนี้เป็นพื้นที่กาชาด ที่ควรปลอดจากการถูกโจมตี จากนั้นยังทรงกำหนดประทับแรมในพื้นที่เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ทั้งผู้อพยพและบรรดาเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ ตลอดจนอาสาสมัครชาวบ้านในพื้นที่ที่เข้ามาช่วยงานกาชาดดูแลเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ในระยะแรกผู้อพยพทำที่พักอาศัยอยู่ที่ใต้ต้นไม้โดยใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ เช่น ผ้าขาวม้า เป็นเครื่องบังแดดบังฝน ต่อมา ได้รับการแจกผ้าพลาสติกเพื่อใช้เป็นที่บังแดดบังฝนในระยะต่อมาได้มีการก่อ สร้างเพิงเป็นที่พักชั่วคราวทำด้วยไม้ไผ่หลังคา มุงแฝกและใบจาก พร้อมกันนี้ได้สร้างเพิงชั่วคราวเพื่อใช้เป็นที่ทำการในการให้ความช่วยเหลือผู้อพยพ รวมทั้งที่พักและหน่วยพยาบาล ในเวลาต่อมาจึงได้สร้างอาคารถาวร ประกอบด้วยสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้า โรงฝึกอบรม โรงเรียน และบ้านพัก ศูนย์สภากาชาดไทย แห่งนี้ได้ให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือชาวกัมพูชาอพยพอยู่ ๗ ปีเศษ ได้ปิดลงอย่างเป็นทางการเมื่อ วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๒๙

.012

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...