โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เว็บเบราว์เซอร์’ ช่องโหว่อันตราย ท้าทาย ‘ไซเบอร์ซิเคียวริตี้’ องค์กร

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 03.34 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 05.30 น.

“พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์” เผยผลสำรวจความปลอดภัยพนักงาน พบ 95% ขององค์กรเผชิญการโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์

รายงานวิจัยเรื่อง สถานะความปลอดภัยด้านพนักงาน: ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญสำหรับผู้นำด้านไอทีและความปลอดภัย โดยพาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ ร่วมกับ ออมเดีย (Omdia) ระบุว่า ปัจจุบัน 85% ของการทำงานในองค์กรเกิดขึ้นผ่านเว็บเบราว์เซอร์ และองค์กรมากถึง 95% เคยประสบกับการถูกโจมตีผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์

สะท้อนถึงความสำคัญในการรักษาความปลอดภัยในการทำงานยุคดิจิทัล ซึ่งขณะนี้องค์กรต่างเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ด้านความปลอดภัยในการทำงาน จำต้องวางกลยุทธ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงเพื่อรับมือกับภัยคุกคามสมัยใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ

ปิยะ จิตต์นิมิตร ผู้จัดการประจำประเทศไทยของพาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ธุรกิจไทยกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ สภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้นำมาซึ่งความท้าทายด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในรูปแบบใหม่ๆ

ปัจจุบัน หลายองค์กรในประเทศไทยเริ่มปรับใช้การทำงานที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น แม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการทำงาน แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่มากขึ้น เช่น การรั่วไหลของข้อมูล การโจมตีแบบฟิชชิ่ง รวมถีงการละเลยในการควบคุมข้อมูลสำคัญขององค์กร

ระวัง! ‘พื้นที่เสี่ยง’

เมื่อพนักงานหันมาใช้อุปกรณ์ส่วนตัวและเข้าถึงระบบงานจากระยะไกลมากขึ้น พื้นที่เสี่ยง (Attack Surface) จากการโจมตีทางไซเบอร์ก็ขยายตัวตามไปด้วย องค์กรจึงต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาความปลอดภัยควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์การทำงานที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

อีกทางหนึ่งการเลือกใช้โซลูชันที่สามารถผสานการป้องกันภัยไซเบอร์เข้ากับความยืดหยุ่นในการใช้งานได้อย่างลงตัวกลายเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างคล่องตัว ไม่ต้องพบกับข้อจำกัดที่ขัดขวางการทำงาน ขณะเดียวกันก็ยังสามารถป้องกันความเสี่ยงจากภัยคุกคามที่ซับซ้อนในปัจจุบัน

การทำงานแบบรีโมตและไฮบริดยังคงเป็นรูปแบบหลัก: รูปแบบการทำงานแบบไฮบริดจะยังคงเป็นที่แพร่หลาย โดยพนักงานกว่า 42% ยังคงคาดว่าจะทำงานจากระยะไกล ทำให้องค์กรต้องวางระบบให้รองรับการทำงานจากทุกที่ ทั้งผ่านแล็ปท็อปและอุปกรณ์พกพา

การใช้งานซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ (SaaS) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งความเสี่ยงด้านความปลอดภัย: หลายองค์กรรายงานว่ามีการใช้งานแอปพลิเคชัน SaaS (Software as a Service) หลายพันรายการ ซึ่งแม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ก็สร้างภาระด้านความปลอดภัยในการจัดการข้อมูลบนคลาวด์

‘เว็บเบราว์เซอร์’ สุดเสี่ยง

เว็บเบราว์เซอร์กลายเป็นพื้นที่ทำงานหลักและเป็นจุดเสี่ยงสำคัญด้านความปลอดภัย: กว่า 85% ของการทำงานรายวันดำเนินผ่านเว็บเบราว์เซอร์ การรักษาความปลอดภัยของการใช้งานเบราว์เซอร์จึงกลายเป็นเรื่องจำเป็น

โดย 95% ขององค์กรทั่วโลกประสบกับการโจมตีผ่านเบราว์เซอร์ แม้แต่ในกลุ่มธุรกิจที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่สำคัญแล้ว 86% ยังคงประสบปัญหาด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความจำเป็นของโซลูชันเบราว์เซอร์ที่ปลอดภัย

อุปกรณ์ส่วนตัวและอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับการควบคุมกลายเป็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น: โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี และสตาร์ทอัป ที่พนักงานนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ในการทำงานBYOD (Bring Your Own Device) กันอย่างแพร่หลาย ทำให้เกิดการละเมิดนโยบายความปลอดภัยสูงถึง 98% และมากกว่าครึ่งขององค์กรเหล่านี้ยังไม่พร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับการจัดการ

การลงทุนด้านความปลอดภัยยังไม่เพียงพอ: แม้หลายองค์กรจะเพิ่มการลงทุนในด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้ แต่ก็ยังไม่มีองค์กรใดทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลกสามารถครอบคลุมความปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์ในทุกอุปกรณ์ และแม้จะมีการป้องกัน 100% ในบางระบบ ก็ยังพบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยอยู่ดี สะท้อนถึงช่องโหว่ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง

ความจำเป็นในการยกระดับมาตรการป้องกัน: เมื่อการทำงานจากที่ไหนก็ได้กลายเป็นเรื่องปกติ องค์กรต้องวางกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยที่สอดรับกับทีมงานแบบกระจายตัว

เช่น การนำเฟรมเวิร์ก Secure Access Service Edge (SASE) มาใช้ร่วมกับโซลูชันด้านความปลอดภัยสำหรับเบราว์เซอร์ เพื่อให้มั่นใจว่าการเข้าถึงข้อมูลและแอปพลิเคชันต่าง ๆ นั้นปลอดภัยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

ขณะที่องค์กรไทยยังคงเดินหน้าสู่การทำงานแบบไฮบริดและการใช้งานระบบคลาวด์อย่างต่อเนื่อง ความปลอดภัยทางไซเบอร์จำเป็นต้องพัฒนาให้สอดรับทั้งด้านการป้องกันและประสิทธิภาพการทำงาน

‘รากฐาน’ ต้องแข็งแกร่ง

ปิยะเปิดมุมมองว่า ยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ องค์กรไทยควรให้ความสำคัญกับการวางรากฐานด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้พนักงานเข้าถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ที่เอื้อต่อการทำงานอย่างคล่องตัว

พร้อมกันนี้ ควรส่งเสริมความรู้และความเข้าใจในเรื่องไซเบอร์ซิเคียวริตี้ให้กับบุคลากรในทุกระดับ หากองค์กรสามารถวางกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยให้ตอบโจทย์ทั้งในเชิงเทคโนโลยีและบุคลากรได้อย่างลงตัว ประเทศไทยก็จะสามารถยกระดับการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ และก้าวสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง

ขณะที่ประเทศไทยเร่งเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล องค์กรควรให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยของเบราว์เซอร์ การเสริมความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ (SaaS) และโครงสร้างระบบความปลอดภัยเครือข่ายแบบ SASE ให้มากขึ้น

เพื่อรองรับรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดและการใช้โซลูชันบนคลาวด์ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์กรจึงต้องมีกรอบการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น สามารถคุ้มครองได้ทั้งบุคลากร ข้อมูล และกระบวนการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ

ผลการวิจัยนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่องค์กรจะต้องปรับมุมมองด้านกลยุทธ์ความปลอดภัย เพื่อไม่ให้การนำเทคโนโลยีมาใช้งานก้าวล้ำไปไกลกว่าความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงทางไซเบอร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...