โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส.อ.ท.เสนอ 4 มาตรการเร่งด่วน รับมือภาษีทรัมป์ หวั่นเสียเปรียบคู่แข่ง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 09.03 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 02.03 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 12 ก.ค.-ส.อ.ท. อยู่ระหว่างประชุมหารือร่วมกับ 47 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 11 คลัสเตอร์ รวบรวมข้อมูลผลกระทบจากมาตรการเก็บภาษีนำเข้าสินค้า 36% ของสหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงข้อมูล ส่งต่อให้ทีมไทยแลนด์ใช้ประกอบการเจรจากับสหรัฐฯ ก่อนเส้นตาย 1 ส.ค.นี้

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงลดภาษีนำเข้ากับเวียดนามและสหราชอาณาจักรแล้ว ขณะที่จีนและสหภาพยุโรปอยู่ระหว่างการเจรจา โดยเฉพาะจีนที่กำลังอยู่ในช่วง “การพักชำระภาษีชั่วคราว” (Tariff Truce) ซึ่งจะสิ้นสุดกลางเดือนสิงหาคมนี้ จึงถือเป็นช่วงเวลาวิกฤตที่ไทยต้องเร่งผลักดันข้อมูลและข้อเสนอไปยังทีมเจรจาโดยเร็ว

ส.อ.ท. กำลังจัดทำข้อมูลเปรียบเทียบอัตราภาษีจาก 22 ประเทศที่อยู่ภายใต้มาตรการตอบโต้ของสหรัฐฯ เพื่อวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนเป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรม โดยยังรอข้อมูลจากบางประเทศ เช่น อินเดีย ซึ่งยังไม่มีประกาศอัตราภาษีที่ชัดเจน ทั้งนี้เพื่อจัดลำดับความเสียเปรียบและความเร่งด่วนของสินค้าแต่ละกลุ่มก่อนนำเสนอทีมไทยแลนด์ ซึ่งมีหน้าที่ดำเนินการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ

กลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบสูงจากมาตรการดังกล่าว ได้แก่ เครื่องจักรกล เครื่องจักรไฟฟ้า ยาง เฟอร์นิเจอร์ ชิ้นส่วนรถยนต์ ของเล่น เหล็ก หนัง และเซรามิก ซึ่งบางรายการมีสัดส่วนการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ สูงถึงกว่า 35% ของมูลค่าส่งออก หากไม่สามารถลดอัตราภาษีลงได้ อาจทำให้ผู้ส่งออกไทยสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันและส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว

จากสถานการณ์ดังกล่าว ส.อ.ท. เตรียมเสนอ 4 มาตรการเร่งด่วนต่อรัฐบาล เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาษีศุลกากร และรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้

1.มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ
-จัดทำสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) หรือพักชำระหนี้ พร้อมลดดอกเบี้ย
-ลดภาษีนิติบุคคลสำหรับผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบ
-สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ เช่น ค่าบริการหน้าท่า พิธีการศุลกากร ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า
-ให้นำค่าใช้จ่ายการจ้างสำนักงานกฎหมายในสหรัฐฯ เพื่อศึกษาหรือเจรจา มาหักลดหย่อนภาษีได้ 3 เท่า (ตามเกณฑ์ที่รัฐจะกำหนด)

2.ส่งเสริมการเปิดตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ
-เร่งการเจรจาจัดทำเขตการค้าเสรี (FTA) ฉบับใหม่
-ส่งเสริมโครงการ SME Pro-active และกิจกรรมขยายตลาดต่างประเทศ
-สนับสนุนโครงการ Made in Thailand (MiT) ให้ภาครัฐจัดซื้อจัดจ้างสินค้าไทย
-ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า
-สิทธิประโยชน์ที่ได้รับสามารถแลกรับเงินคืนปลายปีตามเงื่อนไข

3.ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content)
-ลดภาษีนิติบุคคลสำหรับผู้ใช้วัตถุดิบภายในประเทศเกิน 90%
-ส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านมาตรการ BOI

4.ควบคุมความผันผวนของค่าเงินบาท
-เสนอให้รัฐดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าหรือผันผวนเกินกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เพื่อคงความได้เปรียบด้านต้นทุนการส่งออก

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า การส่งออกคิดเป็นสัดส่วนกว่า 58% ของ GDP โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมคิดเป็นกว่า 47% ของ GDP หากไม่มีมาตรการรองรับ ส.อ.ท. ประเมินว่า ความเสียหายต่อภาคการส่งออกอาจสูงถึง 800,000–900,000 ล้านบาท และอัตราการเติบโตของการส่งออกทั้งปีอาจลดลงใกล้ศูนย์ แม้ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การส่งออกของไทยจะยังเติบโตต่อเนื่องถึง 18.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“นี่คือวิกฤตการค้าระดับชาติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส.อ.ท. จึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ร่วมกันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสในการยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมและการส่งออกของไทยให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน” นายเกรียงไกรกล่าว.-512.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...