โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SAV วิ่ง 4 วันพุ่ง 15% เก็งรับงบไตรมาส 2 กำไรโตแตะ 126 ล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 03.59 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 03.53 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 ก.ค.68) ราคาหุ้น บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV ณ เวลา 10:43 น. อยู่ที่ระดับ 12.80 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 3.23 บาท สูงสุดที่ระดับ 13 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 12.60 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.07 ล้านบาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า คาดกําไรสุทธิไตรมาส 2/2568 ของ SAV อยู่ที่ 126 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 116 ล้านบาท หากไม่รวมการด้อยค่าสินทรัพย์ยุติการใช้งานในสนามบิน 8 ล้านบาท กําไรปกติจะอยู่ที่ 134 ล้านบาท ลดลง 11% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดรายได้ที่ 472 ล้านบาท ลดลง 6% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการลดลงจากไตรมาสก่อนในทิศทางเดียวกับจํานวนเที่ยวบินรวมคาดที่ 30,000 เที่ยวบิน ลดลง 2% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเริ่มเห็นการชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน หลังผ่านฤดูกาลท่องเที่ยวในไตรมาส 1/2568 แต่คิดเป็น 92% เทียบกับไตรมาส 2/2562 (Pre COVID-19)

โดยมีแรงผลักดันสำคัญจากเที่ยวบิน Overflight ที่เติบโต 3% จากไตรมาสก่อน และเติบโต 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนแนวโน้มการเดินทางทางอากาศในภูมิภาคที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin หรือ GPM) ที่ 51.50% สูงขึ้นจากไตรมาสก่อน ตามสัดส่วนเที่ยวบิน Overflight ที่มีอัตรากําไรขั้นต้นสูง คาดเพิ่มขึ้นจาก 70% เป็น 73% เบื้องต้นคาดกําไรปกติไตรมาส 3/2568 ทรงตัวจากไตรมาสก่อนอีกหนึ่งไตรมาส เนื่องจากยังเป็นโลว์ซีซั่น (Low Season) ก่อนจะกลับมาเติบโตจากไตรมาสก่อนในไตรมาส 4/2568 ที่เริ่มเข้าฤดูกาลท่องเที่ยว สําหรับภาพจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเริ่มเจอฐานสูง เบื้องต้นคาดกำไรมีโอกาสทรงตัว-ลดลงเล็กน้อยกดดันจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชาที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบภาคการท่องเที่ยวกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม ได้ปรับประมาณการกําไรปกติปี 2568-2569 ลง 2-4% เป็น 534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน และ 573 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน ตามลําดับ จากการปรับลดลัดส่วนเที่ยวบินไทยไปกัมพูชาลง (คิดเป็นราว 15% ของเที่ยวบิน International และราว 5% ของรายได้รวม) เพื่อสะท้อนกรณีที่การท่องเที่ยวกัมพูชาถูกกระทบเชิงลบจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา นอกจากนี้ มีการปรับ WACC ขึ้นจาก 8.40% เป็น 10.80% เพื่อสะท้อนความเสี่ยงด้านการดําเนินธุรกิจหลักที่มากขึ้น ทําให้ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 15.20 บาทต่อหุ้น ซึ่งยังมี Upside Gain 32% ทําให้คงคําแนะนำ "ซื้อ"

หากเทียบกรณีที่แย่ที่สุดประเมิน Downside ของราคาหุ้นเริ่มจํากัด เชิงกลยุทธ์แนะนํารอสัญญาณบวกจาก

1) สถานการณ์ไทย-กัมพูชาคลี่คลาย แลุะ

2) ความคืบหน้าแผนการขยายธุรกิจเกี่ยวข้องกับการบินที่จะหนุนให้ราคาหุ้นฟื้นตัว โดยระดับราคาที่สะท้อนความเสี่ยงไปแล้วอยู่ที่ราว 10 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะซื้อขายที่อัตราส่วนราคาหุุ้นต่อกำไรสุทธิ (PER) ปี 2568 ที่ 12 เท่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...