โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดบัญชีง่ายเกินจริง! ธปท.ลุยสอบพนักงานแบงก์ เอี่ยวบริการลับ เปิดบัญชีให้ “ชาวจีน”

Thairath Money

อัพเดต 23 พ.ค. 2568 เวลา 03.28 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2568 เวลา 03.28 น.
ภาพไฮไลต์

สืบเนื่องจาก กรณีเพจดัง "ลุยจีน Luijeen" ผู้ติดตาม 1.4 ล้านคน โพสต์บอกเล่า ประเด็น “ชาวจีน” จำนวนไม่น้อยสามารถเปิดบัญชีธนาคารในไทยได้อย่างง่ายดาย แม้จะถือเพียงวีซ่าท่องเที่ยว

โดยใช้เพียงบัตรประชาชนจีน และ พาสปอร์ตเท่านั้น และไม่ต้องแสดงเอกสารรับรองที่อยู่ รายได้ หรือ ประวัติทางการเงินอย่างเข้มงวด ผ่านเอเจนซี่ที่เป็นพนักงานธนาคาร แอบรับจ๊อบผิดกฎหมาย

อีกทั้งเพจดังกล่าว ยังแปะภาพคลิปวิดีโอและโพสต์รีวิวที่ปรากฎในแพลตฟอร์มฝั่งจีนอย่าง Douyin (TikTok จีน), Xiaohongshu (RED/เสี่ยวหงซู), WeChat ไปจนถึงตลาดออนไลน์ชื่อดังอย่าง Taobao ซึ่งมีบริการ “เปิดบัญชีธนาคารไทยสำหรับชาวจีน” วางขายอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

โดยโฆษณาว่าสามารถเปิดบัญชีได้ใน 3 ชั่วโมง 6 ชั่วโมง หรือภายใน 1 วัน ด้วยเงื่อนไขสุดแสนจะง่าย เพียงถือพาสปอร์ต ไม่จำกัดวีซ่า ไม่มีการตรวจสอบประวัติ และไม่กำหนดยอดเงินขั้นต่ำในการเปิดบัญชี ทั้งหมดทั้งมวลนี้อยู่ใน คีย์เวิร์ด 泰国银行开户(เปิดบัญชีธนาคารไทย)

ซึ่งทั้งหมดอาจขัดกับข้อบังคับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ควรมีมาตรการตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยมีประเด็นความกังวลเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติและทุนสีเทา และ “บัญชีม้า”

ล่าสุด มีรายงานชี้แจงออกมาจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยระบุเกี่ยวโยงกับโพสต์ดังกล่าว และจากกรณีที่ พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าวกรณีพนักงานธนาคารสนับสนุนการเปิดบัญชีที่ใช้ในการกระทำผิดของขบวนการคอลเซ็นเตอร์ และสามารถขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่นได้อีกหลายราย เมื่อวันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2568 นั้น

“ดารณี แซ่จู” ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท. ได้สั่งการให้ธนาคารดังกล่าวเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงรายละเอียดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

เนื่องจากเดิมที กรณีชาวต่างชาติมีความประสงค์จะเปิดบัญชีในประเทศไทย ธปท. กำหนดให้ธนาคารต้องมีกระบวนการพิจารณาเอกสารการระบุตัวตนและพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างรัดกุม ซึ่งหากไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ธนาคารต้องแก้ไขในทันที

นอกจากนี้ หากพบว่าพนักงานของธนาคารมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดดังกล่าว ธนาคารต้องลงโทษขั้นเด็ดขาด ทั้งนี้ ธปท. และสำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกทางหนึ่ง หากพบการดำเนินการที่ขัดกับข้อกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ของ ธปท. ทางการจะดำเนินการทางกฎหมายกับธนาคารต่อไป

ทั้งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อประชาชนที่อาจตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางการเงิน ธปท. อยู่ระหว่างออกหลักเกณฑ์การบริหารจัดการภัยทุจริตดิจิทัล (Digital Fraud Management) ซึ่งครอบคลุมการยกระดับกระบวนการรู้จักลูกค้า (Know Your Customer: KYC) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence: CDD)

โดยกำหนดให้ธนาคารตรวจสอบข้อมูลลูกค้าที่มาขอเปิดบัญชีจากฐานข้อมูลอื่นนอกเหนือจากเอกสารแสดงตัวตนที่ลูกค้านำมาให้ เช่น ต้องตรวจสอบชื่อกับฐานข้อมูลบัญชีม้าของสำนักงาน ปปง. และต้องประเมินความเสี่ยงที่ลูกค้าจะนำไปใช้บัญชีไปใช้เป็นบัญชีม้า รวมถึงต้องจัดกลุ่มลูกค้าตามระดับความเสี่ยง (customer profiling) และใช้มาตรการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมกับกลุ่ม

เช่น จำกัดวงเงินการทำธุรกรรมต่อวันให้เหมาะสม ลดเพดานวงเงินที่ต้องใช้การสแกนใบหน้าสำหรับบัญชีใหม่ เป็นต้น โดยการปรับปรุงหลักเกณฑ์คาดว่าจะบังคับใช้ในเดือนมิถุนายนนี้

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดบัญชีง่ายเกินจริง! ธปท.ลุยสอบพนักงานแบงก์ เอี่ยวบริการลับ เปิดบัญชีให้ “ชาวจีน”

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...