โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“ผู้การแต้ม”ชี้คลิป “ชั่งทอง” โต้คำสั่ง“ปลดบิ๊กโจ๊ก ”เพราะเหตุใด ย้ำทุกขั้นตอนตรวจสอบได้

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 12.50 น.

“ผู้การแต้ม”ชี้คลิป “ชั่งทอง” โต้คำสั่ง“ปลดบิ๊กโจ๊ก ”เพราะเหตุใด ย้ำทุกขั้นตอนตรวจสอบได้ เชื่อมือ “บิ๊กต่าย” จัดโผ ตร.ปีนี้ “ไร้การเมืองเเทรกเเซง”

วันที่ 20 ก.ค.68 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร.ยื่นฟ้องตุลาการศาลปกครองสูงสุดว่าไม่เป็นกลางในการพิจารณาการอุทธรณ์คดีที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นคัดค้านมติก.ตร.เเละมติกพค.ตร.ที่เห็นว่าคำสั่งไล่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ออกจากราชการนั้นชอบด้วยกฎหมาย ว่า “การดำเนินการของบิ๊กโจ๊กในครั้งนี้ไม่น่าจะมีนัยทางการเมือง แต่เป็นการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากคำสั่งปลดออกจากราชการที่ตัวเขาถือว่าไม่เป็นธรรม”

“ บิ๊กโจ๊กถูกดำเนินคดีอาญา ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนและการพิจารณาของศาล การที่บิ๊กโจ๊กออกมาต่อสู้เป็นสิทธิ์ที่พึงกระทำได้ และถือเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง โดยเฉพาะเมื่อยังเหลืออายุราชการอีกหลายปี เรื่องนี้จึงไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการเมือง หากเกี่ยวจริง ทุกฝ่ายก็จะได้รับผลกระทบทั้งหมด” พล.ต.ต.วิชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าการเคลื่อนไหวในช่วงนี้ของบิ๊กโจ๊กมีเป้าหมายอะไรหรือไม่นั้น พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือสังคมควรตั้งคำถามว่า “ใคร” เป็นผู้นำคลิปวิดีโอออกมาเผยแพร่ และด้วยเจตนาใด (คลิปวิดีโอกฎหมายและคดีปกครองกับชั่งทอง โอภาศิริวิทย์) หากคลิปนั้นเกี่ยวข้องกับบิ๊กโจ๊กจริง ก็ควรเป็นสิ่งที่ใช้เพื่อแสดงความจริงให้สังคมเห็น

“แต่หากคลิปมีเนื้อหาพาดพิงศาลปกครอง ก็ต้องสอบถามว่าเหตุใดจึงมีการปล่อยคลิปในช่วงนี้ และจะส่งผลกระทบต่อคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองสูงสุดอย่างไร ซึ่งควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน”พล.ต.ต.วิชัยกล่าว

เมื่อถามว่าประเด็นดังกล่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ ผบ.ตร. กล่าวหาหรือรังแกบิ๊กโจ๊กหรือไม่ พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า “ถ้าบิ๊กโจ๊กกระทำความผิดจริง และมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ก็ไม่ถือว่าเป็นการรังแก แต่หากไม่ได้กระทำผิดและถูกกล่าวหาโดยไม่มีมูล เรื่องนั้นจึงจะถือเป็นการรังแก เราต้องดูที่ต้นเรื่องว่าเริ่มต้นอย่างไร การพูดว่า ‘ผู้ใหญ่รังแกเด็ก’ โดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ”

เมื่อสอบถามถึงกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ในกรณีไล่ออก พล.ต.ต.วิชัย ยืนยันว่า “ดำเนินการอย่างสุจริตและเป็นธรรมตามกฎหมาย ทุกขั้นตอนมีความโปร่งใส โดยเฉพาะในกรณีของบิ๊กโจ๊ก ที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอย่างชัดเจน หากจะมีการกลั่นแกล้งจริง คงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบถูกแยกออกเป็นหลายชุดเเละอิสระ

เมื่อถามว่าการต่อสู้ของบิ๊กโจ๊กมีเป้าหมายอื่นแอบแฝงหรือไม่ พล.ต.ต.วิชัย เชื่อว่าบิ๊กโจ๊กต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม เพราะถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายอาญาและกฎหมายฟอกเงิน ในเมื่อบิ๊กโจ๊ก ยืนยันว่า ตนเป็นผู้บริสุทธิ์ การต่อสู้เพื่อให้ได้ความยุติธรรมก็เป็นสิ่งที่ทำได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านคดีอาญาหรือวินัย เพราะมันส่งผลต่อเกียรติและหน้าที่ราชการของตัวเขาเอง

เมื่อถามถึงบทบาทของการเมืองกับองค์กรตำรวจในปัจจุบัน พล.ต.ต.วิชัย ระบุว่า ในอดีตการเมืองมีอิทธิพลอย่างมากในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ แต่หลังจากปี 2565 ซึ่งมีการปฏิรูประบบการแต่งตั้งภายใต้ระเบียบใหม่ โดยเฉพาะเมื่อพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ เข้าดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ได้มีการนำระบบที่เน้นอาวุโส ความสามารถ ประสบการณ์มาใช้ ทำให้การแทรกแซงจากการเมืองลดลงอย่างชัดเจน

“ เดี๋ยวนี้การแต่งตั้งต้องเป็นไปตามลำดับอาวุโส มีการคัดเลือกจากกลุ่มตำรวจอาวุโส 33% และไม่มีเรื่องเส้นสายหรือซื้อขายตำแหน่งอีกต่อไป ใครที่ยังพยายามวิ่งเต้นก็อาจได้รับผลกระทบกลับมาด้วยซ้ำ ” พล.ต.ต.วิชัย กล่าว

เเหล่งข่าวจากสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ (สตช.)กล่าวว่า การบริหารงานของสตช.ในช่วงนี้ ผบ.ตร.มีเเนวทางการทำงานกับตำรวจทุกนายว่า ต้องเคารพกฎหมาย ยุติธรรม รวดเร็ว โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติเเละติดตามคดีต่างๅ เเบบใกล้ชิด เพื่อสร้างศรัทธาของสตช.ให้สังคมเชื่อถืออีกครั้ง เเละช่วงนี้ใกล้ช่วงเวลาเสนอบัญชีเเต่งตั้งโยกย้ายตำรวจประจำปีนั้น ผบ.ตร.ให้นโยบายว่าทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส เป็นธรรม ดำเนินการตามกฎหมายมติก.ตร.ระเบียบที่เกี่ยวข้อง

“หลักเกณฑ์และกรอบเวลาแต่งตั้งระดับสูงตั้งแต่รอง ผบ.ตร., จตช.จนถึง ผบก.เริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2568ก.ตร.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค.เเละไล่บัญชีอื่นๆไปตามลำดับ แม้นายกรัฐมนตรีถูกคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่รักษาการนายกฯ จะทำหน้าที่ ประธาน ก.ตร. แทนได้ตามกฎหมายจึงไม่มีเหตุผลให้เลื่อนการแต่งตั้งวาระประจำปี 2568ผบ.ตร.วางหลักไว้ว่า การแต่งตั้งตำรวจปีนี้ เดินหน้าตามกรอบเวลาเดิม เเละใช้หลักเกณฑ์ใหม่ คือ“อาวุโส + ความสามารถ” ให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส สร้างมาตรฐานใหม่ให้สังคมเชื่อมั่น เเละเพื่อความก้าวหน้าของตำรวจโดยไม่ถูกแทรกแซงทางการเมือง“เเหล่งข่าวจากสตช.กล่าว

เเหล่งข่าวจากสตช. กล่าวอีกว่า กรณีการเคลื่อนไหวของนายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ อดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุด เเสดงความเห็นส่วนตัวทางสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการที่รองผบ.ตร.คนหนึ่งถูกคำสั่งไล่ออกจากราชการไว้ก่อน น่าจะมีปัญหาการใช้และการตีความกฎหมายนั้น เนื่องจากการออกคำสั่งดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งมิได้นำบทบัญญัติตามมาตรา120วรรคสี่แห่งพรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ที่บัญญัติห้ามมิให้ผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจ ดำเนินการใดๆที่กระทบสิทธิของข้าราชการตำรวจที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวน ( ซึ่งรวมถึงการสั่งพักราชการหรือการสั่งให้ออกจากราขการไว้ก่อน) เว้นแต่การที่ผู้บังคับบัญชาได้สั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามคำแนะนำของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง มาใช้พิจารณาออกคำสั่งนั้น ตนมองว่าการแสดงความเห็นของนายชั่งทอง อาจจะขัดแย้งกับผลการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 5/2567 วาระการพิจารณาเรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยข้าราชการตำรวจ กรณีคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน โดย ก.ตร.มีมติ 12:0 เห็นว่า คำสั่งให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น ถูกต้องแล้ว เเละก.พ.ค.ตร.มีมติเอกฉันท์ 7:0 วินิจฉัยว่า คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 178/2567 ลงวันที่ 18 เม.ย. 2567 เป็นคำสั่งที่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการตามที่กฎหมาย และ กฎ ก.ตร. กำหนด เป็นการใช้ดุลพินิจที่เหมาะสม จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

“น่าพิจารณาว่า ทำไมนายชั่งทองเพิ่งออกมาเเสดงมุมมองทางกฎหมายในกรณีดังกล่าวในห้วงเวลานี้ ทั้งๆที่กรณีนี้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ใช้เวลาเเละใช้สิทธิทางกฎหมายชี้เเจงเเล้ว ต่อมาพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่ออุทธรณ์ตรวจสอบและดำเนินการทางวินัยกับตุลาการเจ้าของสำนวนที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์อุทธรณ์ ตรงนี้สังคมน่าจะอ่านนัยยะกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้” เเหล่งข่าวระบุ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...