โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นายกฯ ญี่ปุ่นลั่นจะอยู่ต่อ แม้แพ้เลือกตั้ง สว. ยับเยิน

Amarin TV

เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 03.14 น.
นายกฯ ญี่ปุ่นลั่นจะอยู่ต่อ แม้แพ้เลือกตั้ง สว. ยับเยิน ไม่ได้เป็นเสียงข้างมากในสภาสูงอีกต่อไป หลังคู่แข่งชูนโยบาย 'Japanese First'

นายกฯ ยันไม่ลาออก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (20 ก.ค. 68) ผู้มีสิทธิออกเสียงชาวญี่ปุ่นต่างไปลงคะแนนเสียงที่คูหา ท่ามกลางกาารเลือกตั้งที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด เนื่องจากเสียงประชาชนส่วนใหญ่ได้แสดงความผิดหวังต่อพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) และพรรคพันธมิตรรองโคเมโตะ ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นและการรับมือมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ

พรรคร่วมรัฐบาลของญี่ปุ่นสูญเสียเสียงข้างมากในสภาสูงของประเทศ แต่นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ กล่าวภายหลังปิดการลงคะแนนเสียงว่า “เขาไม่มีแผนที่จะลาออก” อย่างไรก็ตาม เขายอมรับผลการเลือกตั้ง ที่อาจจะเป็นผลลัพธ์ที่รุนแรงต่อพรรค พร้อมให้คำมั่นว่าพรรครัฐบาลจะทำงานเน้นไปที่การเจรจาทางการค้าให้มากขึ้น

ทั้งนี้ผลการเลือกตั้งที่น่าผิดหวังเช่นนี้ เคยเกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยพรรครัฐบาลสูญเสียเสียงข้างมากในสภาล่างของญี่ปุ่น ดังนั้น ความพ่ายแพ้ครั้งนี้จะบั่นทอนอิทธิพลของรัฐบาลผสมมากขึ้นไปอีก

พรรคร่วมรัฐบาลได้เก้าอี้ไม่ครบ

สำหรับเก้าอี้สมาชิกวุฒิสภาของญี่ปุ่นมีทั้งหมด 248 ที่นั่ง และในการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นการเลือกตั้งชิงเก้าอี้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น หรือ 124 ที่นั่ง เนื่องจากก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคร่วมรัฐบาล (LDP และ Komeito) มีจำนวนที่นั่งอยู่ในวุฒิสภาอยู่แล้วจำนวนหนึ่ง เป็นที่นั่งที่ไม่ได้ถูกเลือกตั้งในรอบนี้ เพราะยังไม่ครบวาระ 6 ปี

ดังนั้น ในการเลือกตั้ง 124 ที่นั่งเมื่อวานนี้ พรรคร่วมรัฐบาลจำเป็นต้องชนะการเลือกตั้งเพิ่มเติมให้ได้ 50 ที่นั่ง เพื่อที่จะเมื่อรวมกับที่นั่งเดิมที่มีอยู่แล้ว จะทำให้จำนวนที่นั่งรวมทั้งหมดของพรรคร่วมรัฐบาล เกิน 124 ที่นั่ง (คือ 125 ที่นั่งขึ้นไป) ซึ่งจะทำให้พวกเขายังคงมีเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้ แต่สำนักข่าว NHK รายงานว่า พรรคร่วมรัฐบาลคว้าไปได้ 47 ที่นั่ง โดยเหลืออีกเพียง 1 ที่นั่งที่ยังไม่ได้ประกาศผล ชี้ให้เห็นว่าพวกเขาล้มเหลวที่จะเป็นเสียงข้างมากในเวทีสมาชิกวุฒิสภา

แพ้เพราะคู่แข่งชู 'Japanese First'

พรรค Sanseito พรรคการเมืองขวาจัดที่ก่อนหน้าที่เป็นเสียงข้างน้อย กำลังผงาดขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาของญี่ปุ่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผ่านการหาเสียงที่ชูนโยบาย 'Japanese First' มุ่งหน้าแก้ปัญหาการรุกรานอย่างเงียบ ๆ ของผู้อพยพ พร้อมให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าลดภาษีและลดค่าใช้จ่ายที่ควรเป็นสวัสดิการให้ประชาชน

สำนักข่าวท้องถิ่นรายงานว่า พรรค Senseito นี้ถือกำเนิดขึ้นบน YouTube ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีการเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนและกลุ่มชนชั้นนำระดับโลก ซึ่งพรรคได้ก้าวเข้าสู่การเมืองกระแสหลักด้วยแคมเปญหาเสียงที่โดนใจชาวญี่ปุ่น เมื่อสามปีที่แล้ว พรรคนี้ได้เก้าอี้เพียง 1 ตำแหน่ง แต่ในการเลือกตั้งเมื่อวานนี้ พรรคดังกล่าวคว้าเก้าอี้ไปได้ถึง 14 ที่นั่ง

โซเฮ คามิยะ หัวหน้าพรรควัย 47 ปี กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Nippon Television ระบุว่า วลี 'Japanese First' มีความหมายถึงการสร้างชีวิตความเป็นอยู่ของชาวญี่ปุ่นขึ้นใหม่โดยการต่อต้านโลกาภิวัตน์ ซึ่งเขาไม่ได้บอกว่าญี่ปุ่นควรห้ามชาวต่างชาติเข้าประเทศทั้งหมด หรือชาวต่างชาติทุกคนควรออกจากญี่ปุ่น

นักวิเคราะห์ทางการเมืองกล่าวว่า ข้อความของคามิยะดึงดูดผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ผิดหวังกับเศรษฐกิจที่อ่อนแอและค่าเงินที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ราคาแพงขึ้นไปอีกจนชาวญี่ปุ่นไม่สามารถจ่ายได้ ชาวญี่ปุ่นยังกังวลเกี่ยวกับราคาข้าวที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาอัตราการเกิดใหม่ของประชากรที่ต่ำลงเป็นข้อกังวลที่ใหญ่ที่สุดของชาวญี่ปุ่น สังคมญี่ปุ่นที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ทำให้จำนวนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศมีจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 3.8 ล้านคนเมื่อปีที่แล้ว แม้ว่าจะเป็นเพียง 3% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนในสหรัฐอเมริกาและยุโรป

'Japanese First' ได้รับแรงบันดาลใจจากทรัมป์

คามิยะ อดีตผู้จัดการซูเปอร์มาร์เก็ตและครูสอนภาษาอังกฤษ เคยบอกกับรอยเตอร์สก่อนการเลือกตั้งว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจจาก "สไตล์การเมืองที่กล้าหาญ" ของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากนี้ เขายังถูกนำไปเปรียบเทียบกับพรรค AfD ของเยอรมนีและพรรค Reform UK แม้ว่านโยบายประชานิยมปีกขวายังไม่หยั่งรากลึกในญี่ปุ่นเท่ากับในยุโรปและสหรัฐอเมริกา

หลังการเลือกตั้ง คามิยะกล่าวว่า เขาวางแผนที่จะดำเนินตามรอยพรรคประชานิยมที่กำลังเติบโตในยุโรปโดยการ สร้างพันธมิตรกับพรรคเล็กอื่น ๆ แทนที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาล LDP ซึ่งปกครองญี่ปุ่นมาเกือบตลอดประวัติศาสตร์หลังสงคราม

ทั้งนี้การที่พรรค Sanseito เน้นประเด็นปัญหาการเข้าเมืองได้ เปลี่ยนทิศทางทางการเมืองของญี่ปุ่นไปแล้ว เพียงไม่กี่วันก่อนการลงคะแนนเสียง รัฐบาลของอิชิบะได้ประกาศจัดตั้งคณะทำงานชุดใหม่เพื่อต่อสู้กับ "อาชญากรรมและการประพฤติมิชอบ" โดยชาวต่างชาติ และพรรคของเขาสัญญาว่าจะตั้งเป้าหมาย "ชาวต่างชาติผิดกฎหมายเป็นศูนย์"

เช่นเดียวกับพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ พรรค Sanseito เรียกร้องให้ ลดภาษีและเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร ซึ่งเป็นนโยบายที่ทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับสุขภาพทางการคลังและหนี้สินมหาศาลของญี่ปุ่น แต่สิ่งที่แตกต่างคือ พรรคนี้มีการปรากฏตัวทางออนไลน์ที่ใหญ่กว่ามาก ซึ่งสามารถใช้โจมตีสถาบันการเมืองของญี่ปุ่นได้

ช่อง YouTube ของพรรคมีผู้ติดตาม 400,000 คน ซึ่งมากกว่าพรรคอื่นๆ บนแพลตฟอร์ม และมากกว่า LDP ถึงสามเท่า ตามข้อมูลของ socialcounts.org คามิยะกล่าวว่า ความสำเร็จในการเข้าสู่สภาสูงของพรรค Sanseito เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เขาประกาศว่า "เรากำลังเพิ่มจำนวนของเราอย่างต่อเนื่องและทำตามความคาดหวังของผู้คน ด้วยการสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งและรักษาที่นั่งได้ 50 หรือ 60 ที่นั่ง ผมเชื่อว่านโยบายของเราจะกลายเป็นจริงในที่สุด"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...