โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

ทุกเรื่องราวของ “โดนัท” จากขนมที่เกี่ยวพันกับทหารอเมริกันสู่ขนมในกระแสหลักของญี่ปุ่น!?

conomi

อัพเดต 13 พ.ค. 2567 เวลา 10.10 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2567 เวลา 05.00 น. • conomi.co

ในสมัยก่อนคงจะไม่มีใครคาดคิดว่าการนำเอา“น้ำตาล กับ น้ำมัน” มาผสมรวมกันแล้วจะได้ออกมาเป็น “ขนมแป้งทอด” รสชาติอร่อยล้ำแบบนี้แน่นอนค่ะ ในวันนี้เราจึงจะขอมาเล่าถึงประวัติของเจ้าขนมแป้งทอดที่เราทุกคนรู้จักดีในชื่อของ“โดนัท” ว่าสำหรับคนญี่ปุ่นแล้วเจ้าโดนัทนี่มีเส้นทางและบทบาทอย่างไรในวงการขนมบ้าง ตามมาดูไปพร้อม ๆ เลย!

โดนัทเป็นขนมแบบไหน? อะไรทำให้ครองใจผู้คนมาได้อย่างยาวนาน?

donut

ก่อนอื่นเลยถ้าจะให้อธิบายส่วนประกอบหลัก ๆ ของเจ้าขนมชนิดนี้เลยก็คือเเป้งสาลี น้ำ น้ำตาลและเนย โดยวิธีการทำก็ง่ายกว่าที่คิด เพียงแค่นำเอาส่วนผสมที่กล่าวมาทั้งหมดนี้มาผสมรวมกันให้กลายเป็นแป้ง แล้วจึงนำไปทอด ก็จะได้เป็นโดนัทแสนอร่อยแล้วค่ะ!

และสำหรับสาเหตุที่ทำให้โดนัทครองใจหลายต่อหลายคนก็คงหนีไปไม่พ้นรสชาติความอร่อยและรูปแบบที่หลากหลายซึ่งช่วยให้เราเพลิดเพลินได้แบบไม่มีเบื่อเลย! เช่น แบบที่มีเนื้อแป้งด้านในเมื่อกัดเข้าไปก็จะให้รสสัมผัสที่อ่อนนุ่มราวกับกำลังรับประทานเค้ก ในขณะที่บางแบบกลับให้รสสัมผัสเหนียวนุ่ม หรือไม่ก็แข็ง อีกทั้งในส่วนของรูปทรงก็หลากหลายไม่แพ้กันเลย เพราะแม้โดนัทที่เราพบเห็นโดยปกติจะมีรูปทรงกลมหรือวงแหวนมีรูตรงกลาง แต่ก็มีบางชนิดที่เป็นทรงกลมแต่ไม่มีรูตรงกลางอยู่เหมือนกัน!? หรือจะเป็นแบบทรงยาวเรียว ก็มี! หลากหลายแบบมากจริงไหมคะ!

โดนัทในปัจจุบันมีรูปทรงและรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับสมัยก่อน

“เนเธอร์แลนด์” ต้นตำหรับของขนมโดนัท?

ฮอลันดาหรือเนเธอร์แลนด์ประเทศต้นตำรับแห่งขนมโดนัทที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในเวลาต่อมา

ที่มาที่ไปของขนมโดนัทนั้นต้องย้อนกลับไปไกลถึงสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 กันเลยทีเดียว โดยในประเทศฝั่งยุโรป เช่น ฮอลันดาหรือเนเธอร์แลนด์ในปัจจุบันนั้น ถือให้โดนัทเป็นขนมพื้นเมืองค่ะ ผู้คนมักจะนิยมรับประทานกันในรูปแบบขนมทอดทรงกลมที่มีถั่ววอลนัทวางตรงกลาง ซึ่งเรียกเป็นภาษาดัตช์ว่า “โอลีคูกส์ (Olykeik) แปลว่า “ขนมเค้กน้ำมัน (Oil Cake)”

กระทั่งเมื่อเข้าสู่ช่วงยุคแห่งการสำรวจ ชาวดัตช์ที่อพยพย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากทางตอนเหนือของอเมริกา ก็ได้นำเจ้าขนมพื้นเมืองนี้เข้าไปเผยแพร่ด้วย รากศัพท์ของคำว่า “โดนัท” จึงเกิดมาจากการรวมกันของคำสองคำคือ “โด หรือ เนื้อแป้ง (Dough)” กับ “ถั่วหรือนัท (Nut)” นั่นเองค่ะ และเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปรูปแบบของขนมเองก็ได้ถูกปรับเปลี่ยนมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นแบบเราคุ้นชินกันในปัจจุบัน ซึ่งก็กล่าวได้ว่าโดนัทในตอนนี้นั้นเป็นรูปแบบของโดนัทที่เกิดจากการปรับปรุงรูปแบบและพัฒนาขึ้นในอเมริกานี้เอง

โดนัทถูกจัดให้เป็นอาหารที่สร้างขวัญกำลังใจแก่ทหารอเมริกัน!

america donut

เนื่องด้วยโดนัทเป็นขนมของกินที่ทำง่ายและยังสะดวกสบายสามารถถือกินรับประทานที่ไหนก็ได้ จึงทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปี ค.ศ. 1917 (ช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1) เหล่าอาสาสมัครหญิงที่ถูกเรียกว่า “Donut Lassies” จากองค์กรการกุศลที่ชื่อว่า “The Salvation Army” ได้ทำขนมโดนัทขึ้นมาแจกจ่ายเป็นเสบียงให้กับทหารอเมริกัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการสู้รบออกศึก โดยโดนัทดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ขนาดมีข้อมูลที่ระบุเอาไว้ว่า “ได้มีการทำโดนัทแจกจ่ายให้แก่ทหารอเมริกันจนถึงช่วงสิ้นสุดสงครามโลกเป็นจำนวนมากถึงที่ 1 ล้านชิ้น”

และต่อมาในช่วงปีค.ศ. 1950 ก็ได้เกิดร้านขายโดนัทขึ้นเป็นจำนวนมากตามเมืองต่าง ๆ ทั่วอเมริกา โดยชนิดหรือประเภทของโดนัทที่ได้รับความนิยมในช่วงแรกเริ่มนั้น คือ “โดนัทนมสด (Milk Donut)” ที่ส่วนผสมหลัก คือ แป้งสำหรับทำเค้กนั้นเองค่ะ

ตัวอย่างโดนัทนมสด (Milk Donut) ซึ่งเป็นโดนัทที่ได้รับความนิยมในช่วงแรกที่โดนัทถูกทำขึ้นที่อเมริกา

นอกเหนือไปจาก กลุ่มอาสาสมัครหญิง Donut Lassies แล้ว หลังจากที่ญี่ปุ่นได้บุกเข้าโจมตีเพิร์ล ฮาร์เบอร์ (Pearl Harbor) ของอเมริกาเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1941 ทางสภากาชาดอเมริกาขณะนั้นไม่ใช่แค่ซัพพอร์ตด้านการรักษาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่ยังเตรียมแผนที่จะสร้างขวัญและกำลังใจแก่ทหารอเมริกันอีกครั้งด้วยโดนัท!? โดยได้ทำการจัดตั้งกลุ่มหญิงสาวที่เรียกว่า “Doughnut Dollies” หรือ “Donut Dollies” ขึ้นเพื่อทำหน้าที่เดินทางติดตามกองทัพทหารอเมริกันไปยังสมรภูมิรบ เพื่อผลิตและส่งขนมโดนัทที่ทำเสร็จใหม่ ๆ รวมถึงรอยยิ้มเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับทหารอเมริกันในช่วงระหว่างสงคราม

Doughnut Dollies หรือ Donut Dollies กลุ่มหญิงสาวผู้ผลิตและส่งขนมโดนัทแก่ทหารอเมริกันในสงครามโลก

แม้จะฟังดูเหมือนงานที่ง่าย แต่ทว่าการที่จะได้เป็น Donut Dollies นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยทีเดียว เพราะคุณสมบัติของหญิงสาวที่จะเป็น Donut Dollies ได้นั้นมีอยู่หลายอย่างด้วยกัน เช่น ต้องมีรูปร่างหน้าตาสวยและดูสมส่วน อายุต้องไม่เกิน 25 ปี มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง จบการศึกษาขั้นต่ำปริญญาตรีและได้รับการแนะนำจากมหาลัยที่จบการศึกษามาด้วย เป็นต้น

free donut

นอกจากนี้ในปี ค. ศ. 1938 อเมริกาได้กำหนดให้วันศุกร์แรกของเดือนมิถุนายนของทุกปีเป็น “วันโดนัทแห่งชาติ (National Doughnut Day)” เพื่อเป็นเกียรติแก่อาสาสมัครหญิงสาวจากองค์กรการกุศล The Salvation Army ที่ได้เดินทางไปทำและแจกจ่ายโดนัทให้กับเหล่าทหารอเมริกันที่ฐานทัพในฝรั่งเศส ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปัจจุบันทุกปีเมื่อถึงวันศุกร์แรกของเดือนมิถุนายน ร้านโดนัทในอเมริกาจะต่างพร้อมใจกันจัดโปรโมชั่นหรือทำการแจกโดนัทฟรีให้กับประชาชน

ทฤษฎีเรื่อง “รูตรงกลางโดนัท”

donut hole

มีหลากหลายทฤษฎีสำหรับเรื่องรูตรงกลางโดนัท เช่น บ้างก็กล่าวว่าในสมัยก่อน ถั่ววอลนัทซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบทำโดนัท ถูกจัดให้เป็นสินค้าหายากและมีราคาแพงมากที่อเมริกา จึงทำให้ไม่สามารถที่จะวางถั่ววอลนัทลงตรงกลางขนมได้เหมือนกับโดนัทที่ชาวดัตช์นำเข้ามาในตอนแรก จึงต้องปล่อยตรงกลางให้เป็นรูโหว่ไว้

หรือบ้างก็กล่าวว่ารูตรงกลางของโดนัทนั้นเกิดจากการที่กะลาสีเรือใช้พวงมาลัยเรือหรือพังงาเรือในการนวดแป้ง จึงทำให้เกิดเป็นรูโหว่ตรงกลางขึ้น แต่ทฤษฎีที่ดูสมเหตุสมผลมากที่สุด คือ มีเรื่องเล่าว่ามีสตรีนางหนึ่งนาม เอลิซาเบธ เกรเกอรี่ มารดาของกัปตันเรือนิวอิงแลนด์ นายแฮนสัน เกรเกอรี่ ได้นำแป้งสาลีมาผสมกับวัตถุดิบเครื่องปรุงต่าง ๆ แล้วนวดออกมาเป็นแป้งโด จากนั้นก็นำมาปั้นเป็นรูปทรงกลมแบนแล้วนำไปทอด เพื่อเป็นเสบียงให้ลูกของนางไว้รับประทานกินระหว่างออกเรือเดินทาง

ทว่านายแฮนสันลูกชายของนางดันรู้สึกไม่ถูกใจขนมดังกล่าว เพราะรู้สึกว่าขนมนั้นอมน้ำมันมากจนเกินไป เขาจึงนำเอาขวดพริกไทยมาเจาะแป้งตรงกลางของโดนัทออกให้เป็นรูโหว่ แล้วจึงนำไปทอด เพราะเชื่อว่าจะทำให้ทอดง่าย สุกเร็ว และไม่อมน้ำมันซึ่งผลออกมาเป็นไปตามที่เขาคิดไว้จริง ๆ ค่ะ และโดนัทที่เขาทำขึ้นมานั้นเมื่อนำไปแจกจ่ายให้กับลูกเรือของเขา ก็ต่างได้รับคำชมจากบรรดาลูกเรือของเขาเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

สาเหตุที่ทำให้โดนัทได้รับความนิยมในญี่ปุ่น?

หน้าตาร้าน Mister Donut ในปัจจุบัน (เครดิตภาพ : XROSSX)

ในส่วนของญี่ปุ่นก็ได้รับอิทธิพลความนิยมของโดนัทมาจากอเมริกาค่ะ เนื่องจากเป็นขนมที่มีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก ใช้วัตถุดิบที่มีติดบ้านทั่วไปก็สามารถทำได้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น วัตถุดิบ เช่น นม ไข่ แป้งสาลี และน้ำตาลก็เป็นวัตถุดิบที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยเป็นทุนเดิมเพราะมีส่วนที่คล้ายกับขนมญี่ปุ่นอยู่ จึงทำให้ความนิยมของเจ้าขนมโดนัทนี้สามารถเข้ามาครอบใจของชาวญี่ปุ่นได้อย่างง่ายดาย

และอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้โดนัทได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในญี่ปุ่นก็เป็นเพราะ “ร้านขายโดนัท” ได้เริ่มเข้ามาเปิดกิจการขึ้นในญี่ปุ่น โดยในปี ค.ศ. 1971 “ร้าน Mister Donut” จากอเมริกา ได้ถือกำเนิดขึ้นที่เมืองมิโนโอะ จังหวัดโอซาก้า ซึ่งถือได้ว่านี่คือร้านที่ขายเฉพาะโดนัทร้านแรกของญี่ปุ่นเลยค่ะ!

ทั้งนี้โดนัทที่ขายในช่วงแรกนั้นไม่ได้มีรูปแบบการผลิตหรือการทำที่พลิกแพลงอะไรมากมายนัก เป็นเพียงแค่การนำแป้งที่หมักไว้ไปทอดในน้ำมัน ส่วนการเติมไส้ครีมลงไปในตัวโดนัท หรือการแต่งหน้าด้วยไอซิ่งเกลศ( Icing Glaze) รวมไปถึงรูปแบบใหม่ ๆ นานาชนิดของโดนัทที่เราเห็นในปัจจุบันนั้นก็ถือว่าเป็นผลงานความคิดสร้างสรรที่ถือกำเนิดมาจากร้าน Mister Donutทั้งสิ้นค่ะ

โดนัทหลากหลายแบบจากร้าน Mister Donut (เครดิตภาพ : XROSSX)

อย่างไรก็ตามหลังจากความสำเร็จของ Mister Donut ต่อมาก็มี “ร้าน Dunkin’ Donuts” สัญชาติอเมริกา เข้ามาเปิดกิจการในญี่ปุ่นเช่นกัน (ปัจจุบันร้าน Dunkin’ Donuts ได้เลิกกิจการธุรกิจในญี่ปุ่นไปแล้วเมื่อปี ค.ศ. 1998 ค่ะ น่าเสียดายจังเลย)

Krispy Kreme ผู้จุดกระแสนิยมของโดนัทในญี่ปุ่นอีกครั้ง

ตัวอย่างโดนัทจากร้าน Krispy Kreme สาขาที่ญี่ปุ่น (เครดิตภาพ : XROSSX)

แม้กระแสของโดนัทในญี่ปุ่นจะบูมมากอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปความนิยมก็เริ่มลดลงเรื่อย ๆ อันเนื่องมาจากการเข้ามาตีตลาดของขนมชนิดอื่น ๆ ที่แย่งความนิยมไปเป็นจำนวนมาก เช่น เครป (ปีค.ศ. 1977) พานาค็อตตา (ปีค.ศ. 1993) มาการอง (ปีค.ศ.2005) เป็นต้น กระทั่งในปี ค.ศ. 2006 “ร้าน Krispy Kreme” โดนัทสัญชาติอเมริกาอีกร้านก็ได้เข้ามาบุกกิจการในญี่ปุ่น และด้วยรูปแบบคอนเซ็ปต์ร้านที่มาพร้อมความเก๋ไก๋ กระแสความนิยมของโดนัทจึงกลับมาบูมในญี่ปุ่นอีกครั้ง

ทั้งนี้ในปัจจุบันโดนัทก็ถือเป็นขนมที่หาซื้อรับประทานได้ง่ายแล้ว ดังจะเห็นว่าแม้แต่ร้านสะดวกซื้อทั่วไปก็มีวางจำหน่ายให้เห็นกันจนชินตา แต่รู้ไหมคะว่าการที่โดนัทหาซื้อได้ง่ายแบบนี้เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อประมาณช่วงปี ค.ศ. 2005 ที่ผ่านนี้เอง!?

ลักษณะหน้าตาของร้าน Krispy Kreme ที่อเมริกา

รูปแบบของ “โดนัท” ที่ญี่ปุ่นในปัจจุบัน

โดนัทที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการ์ตูนเรื่อง Pokemon ของร้าน Mister Donut ญี่ปุ่น (เครดิตภาพ : XROSSX)

ในปัจจุบันแม้ว่าญี่ปุ่นจะมีร้านขายโดนัทใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่อย่างไรเสียเมื่อพูดถึงโดนัทแล้ว ร้านแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของชาวญี่ปุ่นก็คงหนีไม่พ้นร้าน Mister Donut โดนัทเจ้าแรกผู้บุกเบิกทำธุรกิจโดนัทในญี่ปุ่นอยู่ดีค่ะ ซึ่งทุกวันนี้นอกจากโดนัทแบบดั้งเดิมแล้ว กระแสของการทำ “โดนัทตามฤดูกาล (Seasoning Menu)” หรือ “โดนัทตัวการ์ตูนคาแรคเตอร์อนิเมชั่นดัง” ก็เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมทั้งจากชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ว่าแต่ผู้อ่านเคยเห็นแบบไหนกันบ้างคะ?

โดนัทจัดได้ว่าเป็นขนมที่ใช้วัตถุดิบและมีสูตรในการทำที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และเป็นขนมที่แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม ก็สามารถเดินทางข้ามผ่านช่วงเวลา สามารถนำเอาไปพลิกแพงลงปรับเปลี่ยนให้เกิดเป็นขนมโดนัทในรูปแบบใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลาค่ะ ซึ่งเชื่อกันได้เลยนะคะว่าเจ้าขนมแป้งทอดแสนอร่อยนี้จะยังคงครองใจของใครต่อใครหลาย ๆ คนต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันเบื่อเป็นแน่แท้ค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก : mag.japaaan.com
เรียบเรียงโดย : XROSSX

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...