โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดสินเชื่อ ปิกอัพ-มอ’ไซค์ หนี้เสียสะพรั่ง-รัฐเร่งหาทางแก้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.ค. 2567 เวลา 11.33 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2567 เวลา 23.32 น.

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ (ครม.) ครั้งล่าสุด มีการพูดถึงการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนกันอย่างกว้างขวาง และให้โจทย์หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำรายละเอียดเพิ่มเติม

แก้หนี้ครัวเรือนเรื่องเร่งด่วน

โดย นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นเรื่องสำคัญ โดยนอกจากหนี้บ้านแล้ว ก็ยังมีรถยนต์ แล้วก็มีสินค้าอุปโภคบริโภค

ดังนั้น การแก้ไขหนี้รถยนต์ก็อาจจะต้องมี ต้องใช้ความพยายาม และผู้ที่จะร่วมแก้ไข ก็ต้องเข้าใจสถานการณ์ เพื่อให้การแก้ไขลุล่วง ซึ่งหนี้เสียรถยนต์ที่น่าเป็นห่วง จะเป็นกลุ่มรถกระบะที่เริ่มเป็นมากขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้ใช้รถในการทำมาหากิน

“การที่เราจะผลักดันประเทศให้เดินต่อ เราจะไม่ผลักดันที่ตัวคนไม่ได้ ประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนั้น ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด ต้องเร่งแก้ไข”

ห่วงหนี้เสียรถกระบะ-มอ’ไซค์

นายพิชัยกล่าวว่า จากข้อมูลที่หนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) หรือราว 10 ล้านล้านบาท พบว่า มีเป็นหนี้เสีย (NPL) อยู่กว่า 1 ล้านล้านบาท และหลายเดือนที่ผ่านมา มีสัญญาณว่าหนี้เสียจะเพิ่มขึ้น จากข้อมูลหนี้ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ (SM) ซึ่งหมายถึงหนี้ค้างชำระระหว่าง 1-3 เดือน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

“เมื่อผ่าเข้าไปดู พบว่า ครึ่งหนึ่งเป็นหนี้บ้านกับหนี้รถยนต์ ต่อมาคือหนี้บัตรเครดิต และหนี้การใช้จ่ายเพื่อบริโภค ดังนั้น นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปหารือในเรื่องของแก้ไขหนี้บ้านกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อช่วยให้ประชาชนหลุดพ้นหนี้และรักษาบ้านไว้ได้”

ทั้งนี้ นายกฯได้สั่งการให้พิจารณาการปรับโครงสร้างหนี้ยานยนต์ โดยเน้นในกลุ่มลูกหนี้ประเภทรถกระบะ และมอเตอร์ไซค์ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือทำมาหากินของประชาชน โดยตอนนี้กำลังเร่งหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และบริษัทไฟแนนซ์ โดยแยกกลุ่มหนี้เสีย ที่ถูกยึดรถแล้ว และสินเชื่อใหม่ ซึ่งแนวทางแก้ปัญหาให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนำมารายงานในการประชุม ครม.เศรษฐกิจครั้งหน้า

เปิดตัวเลขหนี้เสียเพิ่มขึ้น

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สินเชื่อรถปิกอัพ ณ สิ้น พ.ค. 2567 มีทั้งสิ้น 2.7 ล้านบัญชี มูลหนี้ 9.9 แสนล้านบาท หดตัว -4.2% โดยเป็น NPL จำนวน 4.3 แสนบัญชี เพิ่มขึ้น 28.7% มูลหนี้ 1.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.1% ส่วนที่เป็น SM อยู่ที่ 2.8 แสนบัญชี เพิ่มขึ้น 7.1% มูลหนี้ 1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3%

“ยอดสินเชื่อรถกระบะคิดเป็น 38.9% ของสินเชื่อรถยนต์ ส่วนยอด NPL คิดเป็นสัดส่วน 55.7% ของ NPL รถยนต์ และยอด SM คิดเป็น 54.9% ของ SM รถยนต์”

กราฟฟิก หนี้เสีย

ส่วนสินเชื่อรถจักรยานยนต์ ณ สิ้น พ.ค. 2567 มีทั้งสิ้น 3.5 ล้านบัญชี มูลหนี้ 2.1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% โดยเป็น NPL จำนวน 1 ล้านบัญชี หดตัว -2.4% มูลหนี้ 5.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% ส่วน SM มี 2 แสนบัญชี หดตัว -3.9% มูลหนี้ 1.1 หมื่นล้านบาท หดตัว -4.9%

ลีสซิ่งปรับโครงสร้างหนี้ต่อเนื่อง

นายมงคล เพียรพิทักษ์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด และอุปนายกสมาคมธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ธปท.ก็ได้เข้ามาหารือและพูดคุยถึงการช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มรถจักรยานยนต์ เนื่องจากมองว่า เป็นกลุ่มลูกค้าฐานราก ทั้งนี้ ประเมินแนวโน้ม NPL กลุ่มรถจักรยานยนต์ทั้งระบบน่าจะทรงตัวเฉลี่ย 5-8% ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถาบันการเงินในเรื่องการตัดหนี้สูญ (Write off) ว่าทำเร็วหรือช้าระดับใด

“บางค่ายหนี้เสียจะอยู่ที่ 3% หรือบางค่าย 5% เป็นต้น อย่างไรก็ดี เชื่อว่า NPL ใหม่จะลดลง และ มีสัญญาณดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ การแข่งขันที่ลดลง รวมถึงภายหลังจากสถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือลูกค้า”

อย่างไรก็ดี บริษัทช่วยเหลือลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีโปรแกรมการปรับโครงสร้างหนี้ ที่ทำมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 เช่น ลูกค้าผ่อนชำระไม่ไหว จะมีการลดค่างวดลง และปรับเทอมการชำระหนี้ออกไป ขึ้นอยู่กับความสามารถของลูกค้า

“เรามีการสื่อสารกับ ธปท.ต่อเนื่องในเรื่องของการช่วยเหลือลูกค้า ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะผู้ประกอบการเองก็ไม่อยากให้เป็นเอ็นพีแอล ดังนั้น คงไม่ได้เห็นการปรับโครงสร้างหนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยมาก หลังจากนี้ เนื่องจากเราทำเป็นปกติอยู่แล้ว”

แบงก์ยันช่วยลูกค้า-ไม่อยากยึดรถ

นายเตชินท์ ดุลยฤทธิรงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า แบงก์ได้ช่วยเหลือลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ (TDR) อยู่แล้ว โดยลูกค้าที่ยังต้องการเก็บรถไว้ประกอบอาชีพสามารถพูดคุยในการปรับโครงสร้างหนี้ตามความสามารถในการผ่อนชำระ เช่น จากเดิมเคยผ่อนเดือนละ 10,000 บาท อาจจะปรับเหลือ 6,000-7,000 บาท

“สถาบันการเงินเอง ก็ไม่ต้องการยึดรถลูกค้าอยู่แล้ว นอกจากลูกค้ารายนั้นไม่ต้องการรถและไม่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้”

สำหรับสถานการณ์ยอดขายรถกระบะในปี 2567 นี้ ยังคงชะลอตัว โดยในช่วง 5 เดือนแรกหดตัว -41% มียอดขายราว 75,903 คัน สะท้อนตามกำลังซื้อที่แผ่วลง เนื่องจากลูกค้ากลุ่มรถกระบะ จะเป็นกลุ่มเกษตรกร กลุ่มภาคผลิต และขนส่ง ซึ่งปัจจุบันรายได้เกษตรยังติดลบหรือค่อนข้างน้อย ส่วนภาคการผลิตได้รับผลกระทบจากสินค้าจีน ที่เข้ามาแข่งขัน ทำให้กำลังการผลิตลดลง ดังนั้น จึงกระทบต่อกำลังซื้อรถกระบะชัดเจน

“ต้องยอมรับว่า แบงก์เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มกระบะตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ส่วนหนึ่งทำให้ยอดขายลดลงราว 50% เพราะโดยปกติลูกค้ากลุ่มนี้จะชำระกระท่อนกระแท่นอยู่แล้ว ยอดรีเจ็กต์จึงสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป หรือหากรายได้ไม่ชัดเจน แบงก์ก็ไม่ปล่อย หรือปล่อย ก็ต้องมีเงินดาวน์ เฉลี่ย 20-25% ขึ้นกับราคารถ”

คงต้องติดตามว่า มาตรการที่รัฐบาลจะเคาะออกมาในการช่วยเหลือลูกหนี้รถกระบะ และรถจักรยานยนต์ จะเป็นเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ที่เข้มข้นขึ้น หรือมีอะไรมากกว่านั้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดสินเชื่อ ปิกอัพ-มอ’ไซค์ หนี้เสียสะพรั่ง-รัฐเร่งหาทางแก้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...