เปิดมุมมอง “อีริคสัน” 5G ปลดล็อกศักยภาพดิจิทัล “ไทย”
การประมูลคลื่นความถี่ 5G ในไทยเกิดขึ้นเมื่อปี 2563 เป็นประเทศแรก ๆ ในอาเซียน ปัจจุบันสองโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ “ทรู” (TRUE) และ “เอไอเอส” (AIS) มีพื้นที่การให้บริการ 5G ครอบคลุมมากกว่า 90% ของพื้นที่ที่มีประชากร สะท้อนถึงความแข็งแรงด้านโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของไทย แต่ก็ยังมีความท้าทายในการนำเทคโนโลยีมาใช้ต่อยอดธุรกิจ
“อีริคสัน” (Ericsson) ในฐานะผู้ให้บริการด้านการสื่อสารที่ดำเนินธุรกิจในบ้านเรามากว่า 117 ปี ประกาศความพร้อมในการขับเคลื่อนการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นของไทย ถือเป็นภารกิจสำคัญของ “แอนเดอร์ส เรียน” ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทยคนใหม่ด้วย
การใช้งาน 5G ในอาเซียน
จากข้อมูลในรายงาน Ericsson Mobility Report เดือน มิ.ย. 2567 ระบุว่า ณ สิ้นปี 2566 มียอดผู้ใช้ 5G ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ที่ 61 ล้านราย และคาดว่าภายในปี 2572 จำนวนผู้ใช้ 5G ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโอเชียเนีย จะเพิ่มสูงถึง 560 ล้านราย โดยได้รับแรงหนุนจากอุปกรณ์ 5G ที่ราคาไม่แพง โปรโมชั่นการขายที่ดึงดูดใจจากผู้ให้บริการเครือข่าย
คาดว่าในปี 2572 ผู้สมัครใช้บริการมือถือ 5G จะเพิ่มเป็น 43% ของยอดผู้สมัครใช้บริการมือถือทั้งหมดในภูมิภาค ส่วนยอดการใช้ดาต้าต่อสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2566 อยู่ที่ 17 จิกะไบต์ต่อเดือน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 42 จิกะไบต์ต่อเดือน ในปี 2572
เมื่อเจาะรายละเอียดมาที่ไทยพบว่ายอดการใช้ดาต้าต่อสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ในปี 2566 อยู่ที่ 33 จิกะไบต์ต่อเดือน และคาดว่าในปี 2573 จะเพิ่มเป็น 78 จิกะไบต์ต่อเดือน สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอยู่มาก
ความโดดเด่นของตลาดไทย
“แอนเดอร์ส” กล่าวว่า ประชากรไทยเป็นกลุ่มที่รับและปรับใช้เทคโนโลยีในการดำเนินชีวิตอย่างรวดเร็ว เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้จำนวนผู้ใช้ 5G เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2566 มีผู้ใช้ 5G ที่ 21 ล้านราย, 4G ที่ 62 ล้านราย และ 2G/3G ที่ 13 ล้านราย และคาดว่าในปี 2568 จำนวนผู้ใช้ 5G จะเพิ่มเป็น 45 ล้านราย ส่วน 4G อยู่ที่ 54 ล้านราย จนกระทั่งปี 2573 ผู้ใช้งาน 5G จะเพิ่มขึ้นเป็น103 ล้านราย คิดเป็น 94% ของการสมัครใช้บริการมือถือในประเทศทั้งหมด
“การที่ไทยตื่นตัวกับการใช้ 5G เป็นประเทศแรก ๆ ของภูมิภาค ทำให้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การใช้ 5G จะครองส่วนแบ่งสูงสุดในตลาด และปลดล็อกข้อจำกัดการใช้งานเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน ด้วยต้นทุนที่ถูกลง”
และคาดด้วยว่าในปี 2573 เครือข่าย 5G จะช่วยสร้างรายได้ในภาคอุตสาหกรรมของไทย 3.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยท็อป 3 ของอุตสาหกรรมที่ครองส่วนแบ่งมากที่สุด คือภาคการผลิต 25% ยานยนต์ 13% และสุขภาพ 13%
อีริคสันในสังเวียน 5G
ปัจจุบันมีผู้ให้บริการเครือข่าย 5G ทั่วโลก (ณ สิ้นเดือน พ.ค. 2567) กว่า 298 ล้านราย ซึ่งอีริคสันเปิดให้บริการเครือข่าย 5G ไปแล้ว 162 เครือข่าย ใน 69 ประเทศ ส่วนการให้บริการ 5G Standalone (5G SA) ที่ทำงานบนเครือข่าย 5G เพียงอย่างเดียว โดยไม่ต้องพึ่งพา Core Network ของ 4G อยู่ที่ 32 เครือข่าย จากผู้ให้บริการทั่วโลก 49 เครือข่าย
แม่ทัพอีริคสันพูดถึงแผนการดำเนินธุรกิจในไทยว่ายังคงเป็นการทำงานร่วมกับโอเปอเรเตอร์ ที่เป็นผู้ถือใบอนุญาตการใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการ ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เป็นเป้าหมายหลักในการใช้เครือข่าย 5G ซึ่งมีโอกาสเติบโตตามแนวโน้มการใช้บริการในประเทศมากกว่าการใช้งานในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปที่ตลาดค่อนข้างอิ่มตัวแล้ว
แม้ว่าปัจจุบันทรูกับดีแทคจะควบรวมกิจการเป็นบริษัทเดียวกัน ก็ไม่ได้กระทบกับการให้บริการของอีริคสันแต่อย่างใด แต่กลับเป็นข้อดีที่ทำให้ขนาดของดีลทางธุรกิจใหญ่ขึ้น และลดจำนวนทีมที่ต้องเข้าไปดูแลลูกค้าด้วย
“แอนเดอร์ส” กล่าวต่อว่าสิ่งที่ทำให้โอเปอเรเตอร์ทั่วโลกให้ความไว้วางใจเทคโนโลยี 5G ของอีริคสัน ประกอบด้วย 5 ส่วน คือ 1.Programmable จัดการล่วงหน้าได้ 2.Secure มีความปลอดภัยสูง 3.Reliable เชื่อถือได้ 4.Efficient ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 5.Sustainable มีความยั่งยืน
“อีริคสันให้ความสำคัญกับการลงทุน R&D มาก คิดเป็น 18% ของยอดขายใช้ในการพัฒนานวัตกรรมหรือโซลูชั่นใหม่ ๆ ที่เอื้อต่อการต่อยอดธุรกิจ ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพของเครือข่ายคลื่นความถี่สูง เช่น 3,500MHz ในพื้นที่แซนด์บอกซ์ เป็นต้น”
ตั้ง 5GIX Studio
โดยอีริคสันได้จัดตั้ง 5G Innovation and Experience Studio (5GIX Studio) ในโครงการ Thailand Digital Valley เป็นความร่วมมือกับรัฐบาลไทยผ่านสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เพื่อเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในไทย
สำหรับห้องปฏิบัติการดังกล่าวจะใช้ในการพัฒนา ทดสอบ ตรวจสอบ และให้การรับรองยูสเคส 5G ใหม่ ๆ สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งเป็นพื้นที่โชว์เคสจัดแสดงความหลากหลายของยูสเคส 5G รวมถึงหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) เครื่องจักรการผลิตอัตโนมัติที่เป็นความร่วมมือกับมิตซูบิชิ และกล้อง CCTV 360 องศาแบบสวมใส่ได้
“เชื่อว่า 5G Innovation and Experience Studio จะส่งเสริมให้เกิดยูสเคสใหม่ ๆ และใช้ประโยชน์จาก 5G ได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นความท้าทายของหลายฝ่ายที่ต้องการให้เกิดยูสเคสมากขึ้น”
4 เสาหลักผลักดันดิจิทัล “ไทย”
“แอนเดอร์ส” มองว่า ไทยเป็นประเทศที่มีความพร้อมในการเป็นดิจิทัลฮับของภูมิภาคอยู่แล้ว ด้วยจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ซึ่งการก้าวไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ต้องเกิดจากการสร้าง 4 เสาหลักด้านดิจิทัลให้แข็งแรง คือ 1.ทำให้ทุกคนเข้าถึงการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานอย่างทั่วถึง 2.ส่งเสริมอีโคซิสเต็มการพัฒนานวัตกรรม 3.เพิ่มพูนทักษะด้านดิจิทัลให้คนในประเทศ และ 4.กำหนดกรอบการใช้งานเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย
“5G เป็นแพลตฟอร์มสำหรับนวัตกรรม ที่ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจอีกมาก เรานำความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการสื่อสารมาทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ในอีโคซิสเต็ม เพื่อขับเคลื่อนการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในไทยให้สำเร็จอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ”
ทำไม ‘อินเดีย’ ใช้ 5G มากสุดในโลก
ในรายงานEricsson Mobility Report ฉบับ มิ.ย. 2567 ระบุว่าในช่วง 3 เดือนแรกปี 2567 มีผู้ใช้ 5G เพิ่มขึ้นทั่วโลกถึง 160 ล้านราย และคาดว่าทั้งปี 2567 จะมีผู้ใช้ 5G กว่า 1.7 พันล้านราย เป็นผู้ใช้รายใหม่เกือบ 600 ล้านราย
เดือน มี.ค. 2566-2567 ปริมาณการใช้ดาต้าบนมือถือยังเพิ่มขึ้น 25% เป็นผลมาจากการสมัครใช้บริการที่ใช้ดาต้าจำนวนมาก เช่น การรับชมวิดีโอ โดยคาดว่าปริมาณการใช้ดาต้าบนมือถือจะเติบโตขึ้น 20% ต่อปี ไปจนถึงปี 2572 และโทรศัพท์ที่รันบนเครือข่าย 5G จะเพิ่มเป็น 75% จากที่ในปี 2566 มีอยู่ราว 25% เท่านั้น
ภาพรวมของการใช้ดาต้าต่อสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ทั่วโลกในปี 2566 อยู่ที่ 17 จิกะไบต์ต่อเดือน เมื่อเจาะรายละเอียดตามภูมิภาคต่าง ๆ พบว่า 5 ภูมิภาคที่มียอดการใช้ดาต้าสูงที่สุด ได้แก่
1.อินเดีย เนปาล และภูฏาน 29 จิกะไบต์ต่อเดือน
2.กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council หรือ GCC) เช่น ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 28 จิกะไบต์ต่อเดือน
3.อเมริกาเหนือ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา และแคนาดา 19 จิกะไบต์ต่อเดือน
4.ยุโรปตะวันตก เช่น ฝรั่งเศส และเบลเยียม 19 จิกะไบต์ต่อเดือน
และ 5.เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ 19 จิกะไบต์ต่อเดือน
ทำไม “อินเดีย” และประเทศข้างเคียงเป็นภูมิภาคที่มียอดการใช้ดาต้าสูงที่สุดได้
“แอนเดอร์ส เรียน” ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจัยที่ทำให้อินเดียเป็นประเทศที่มียอดการใช้ดาต้าสูงที่สุดในโลกมาจากความตื่นตัวของภาครัฐในการทำงานร่วมกับเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้บริการ 5G Mid-Band (คลื่นความถี่ช่วง 3,300-4,200MHz) ในประเทศได้มากที่สุด
รายงาน Ericsson Mobility Report ระบุว่า ในปี 2566 อินเดียให้บริการ 5G Mid-Band ครอบคลุม 90% ของพื้นที่ประชากร
“5G Mid-Band เป็นช่วงความถี่ที่มีความสมดุลทั้งในแง่ประสิทธิภาพ และความครอบคลุมพื้นที่ สามารถรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งเป็นรากฐานของการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ตัวอย่างการนำ 5G มาใช้เพื่อแก้ปัญหาในภาคอุตสาหกรรมของ “อินเดีย” เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพของเทคโนโลยี IOT โรงงานแห่งหนึ่ง ที่ประสบปัญหาคอขวดในการผลิต เนื่องจากเครือข่าย WiFi ที่ใช้อยู่เดิมมีความล่าช้า
หลังปรับปรุงเครือข่ายด้วยเทคโนโลยี 5G ในพื้นที่การผลิต 165 เอเคอร์ พบว่าโรงงานแห่งนี้ลดเวลาแฝงในการทำงานของเครื่องจักรได้ 20-25 มิลลิวินาที และอุปกรณ์ต่าง ๆ ส่งผ่านข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การใช้ดาต้าในอินเดียและประเทศข้างเคียง เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความพยายามผลักดันให้เกิดการใช้ 5G ทั้งกลุ่มผู้ใช้ทั่วไปและภาคธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถผ่านการสร้างสรรค์ยูสเคสใหม่ ๆ ซึ่งยังเป็นโจทย์ท้าทายของหลาย ๆ ประเทศ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดมุมมอง “อีริคสัน” 5G ปลดล็อกศักยภาพดิจิทัล “ไทย”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net