โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เครดิตบูโร ไขข้อข้องใจ “แบล็กลิสต์” มีจริงไหม ทำไมคนถึงขอสินเชื่อไม่ผ่าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 พ.ค. 2567 เวลา 06.18 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2567 เวลา 06.16 น.

เครดิตบูโร เปิดความเข้าใจ “ติดแบล็กลิสต์ มีจริงไหม” หลังมีคนเข้าใจผิด เหตุขอสินเชื่อแบงก์ไม่ผ่าน อ้างเหตุ “ติดเครดิตบูโร-ติดแบล็กลิสต์” เผย จัดเก็บข้อมูลการชำระหนี้ตามความเป็นจริงแค่ 2 สถานะ “ปกติ-ค้างชำระ” พร้อมเก็บข้อมูลย้อนหลังไม่เกิน 3 ปีตามกฎหมายกำหนด ชี้ ขอสินเชื่อไม่ผ่านอาจมาจากหลายสาเหตุ

วันที่ 9 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายคนอาจจะมีความเข้าใจผิดในเรื่อง “แบล็กลิสต์” หรือ “ติดเครดิตบูโร” ทำให้การขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินไม่ผ่าน เช่น กรณีก่อนหน้านี้ที่มีผู้เสียหายออกมาแชร์เรื่องราวว่าต้องแบกรับหนี้ค้างชำระ 7 เดือน พร้อมกับติด “เครดิตบูโร” แบบงง ๆ หลังจากซื้อเครื่องกรองน้ำบริษัทแห่งหนึ่ง แต่พนักงานไม่นำสินค้าที่ซื้อเข้าระบบ ทำให้ยอดไม่ตัดบัตรจนเสียเครดิต ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาเวลาขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้

ซึ่งเรื่องนี้ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ เครดิตบูโร ได้เคยเผยแพร่บทความในเว็บไซต์ไว้ในเรื่อง “จริงไหม…ที่เขาบอกว่าเรา “ติดแบล็กลิสต์” ? เลยกู้สินเชื่อไม่ผ่านสักที แม้ว่าจะปิดหนี้ไปนานแสนนานแล้วก็ตาม โดยระบุว่า เรื่องนี้ “ไม่เป็นความจริง” การเก็บข้อมูลของเครดิตบูโร ไม่ได้มีการทำเป็นแบล็กลิสต์ หรือบัญชีดำในฐานข้อมูลแต่อย่างใด

สิ่งที่เครดิตบูโรจัดเก็บ คือข้อมูลการชำระหนี้ตามความเป็นจริง โดยมีสถานะกำกับไว้ ว่ามีการชำระปกติ หรือค้างชำระมาแล้วกี่วัน

กรณีที่ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ ไม่ค้างชำระ รายงานจะแสดงสถานะว่าเป็น “ปกติ” กรณีที่มีการผิดนัดชำระ รายงานจะแสดงสถานะ “ค้างชำระ” ในระบบข้อมูลของเครดิตบูโร

รายงานข้อมูลเครดิตเป็นการรายงานประวัติการชำระสินเชื่อตามข้อเท็จจริง แต่ไม่มีการรายงานว่าลูกหนี้คนใดติดแบล็กลิสต์ และเครดิตบูโรไม่มีสิทธิที่จะอนุมัติ หรือร่วมตัดสินใจให้สินเชื่อกับใคร โดยเครดิตบูโรจะเก็บข้อมูลย้อนหลังไม่เกิน 3 ปีตามที่กฎหมายกำหนด หากชำระหนี้เก่าที่ค้างครบแล้ว หรือปิดหนี้แล้ว และไม่ได้มีการค้างชำระอีก ผ่านไป 3 ปี (36 เดือน) ประวัติค้างชำระก็จะหายไป

“รายงานข้อมูลเครดิต” คือข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการชำระหนี้ โดยจัดเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) และจะปรากฏในรายงานข้อมูลเครดิต เมื่อมีผู้ขอเรียกดูข้อมูลในเครดิตบูโร ประกอบด้วย 2 ส่วน

1.ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงตัวตนเจ้าของบัญชี เช่น ชื่อ ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด สถานภาพการสมรส อาชีพ เลขที่บัตรประชาชน และกรณีที่เป็นนิติบุคคล จะเป็น ชื่อ สถานที่ตั้ง เลขที่ทะเบียนนิติบุคคล เป็นต้น

2.ข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ และประวัติการชำระสินเชื่อ ประวัติการชำระราคาสินค้าหรือบริการโดยบัตรเครดิต รวมทั้งสถานะบัญชี ว่ามีการชำระตรงเวลาตามปกติหรือไม่ หากมีสินเชื่อหลายบัญชี หรือมีบัตรเครดิตหลาย ๆ ใบ รายงานก็จะมีหลายหน้ามากขึ้น แยกตามแต่ละบัญชีสินเชื่อ

ทำไมผู้กู้ให้ข้อมูลครบหมดแล้ว ประวัติหนี้เสียไม่มี ยังขอสินเชื่อไม่ผ่าน ?

สาเหตุที่สถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อ อาจเป็นไปได้หลายอย่าง ได้แก่

  • นโยบายการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบการแต่ละแห่งแตกต่างกัน
  • ประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาของลูกหนี้
  • โอกาสในการผิดนัดชำระหนี้มากหรือน้อย
  • ภาระหนี้ที่มีอยู่เดิม และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอสินเชื่อ
  • หลักประกันความเสี่ยง เช่น หลักทรัพย์ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกัน

ทั้งนี้ ถ้ากู้ไม่ผ่าน หรือถูกปฏิเสธสินเชื่อ โดยธนาคารหรือสถาบันการเงินให้เหตุผลว่า เป็นเพราะข้อมูลในเครดิตบูโรหรือเกี่ยวข้องกับเครดิตบูโร ธนาคารหรือสถาบันการเงินต้องออกหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ไม่ให้กู้หรือปฏิเสธให้สินเชื่อโดยชัดเจนว่า ไม่ให้กู้เพราะข้อมูลของท่านในเครดิตบูโรเป็นอย่างไร เช่น มีข้อมูลแสดงว่ามีประวัติค้างชำระ มีหนี้หรือวงเงินสินเชื่อมากเกินไป เป็นต้น

จากนั้นคุณสามารถนำหนังสือชี้แจงดังกล่าว พร้อมกับบัตรประชาชนตัวจริง มายื่นขอตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเครดิตบูโรได้ฟรี ที่ศูนย์ตรวจเครดิตบูโรทุกแห่ง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือค่ะ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เครดิตบูโร ไขข้อข้องใจ “แบล็กลิสต์” มีจริงไหม ทำไมคนถึงขอสินเชื่อไม่ผ่าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...