อสังหา ซัพพลายล้น-งบภาครัฐทรงตัว พ่นพิษอุตฯ ก่อสร้าง 1.4 ล้านล้านบาท โตต่ำ 2%
อสังหา โอเวอร์ซัพพลาย กำลังซื้อหด สวนทางอสังหาเชิงพาณิชย์ผุดโปรเจ็กต์รัว ๆ 1 ล้านตร.ม. ฟากงบลงทุนโครงการภาครัฐเบิกจ่ายงบล่าช้า โตต่ำ 1% กดดันอุตสาหกรรมก่อสร้าง มูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท ปี 67 ขยายตัวเพียง 2% โตชะลอตัวจากก่อนโควิด
วันที่ 16 กรกฎาคม 2567นายจักรพันธ์ ลีลาพร อนุกรรมการ สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยในหัวข้อ “แนวโน้มอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ปี 2567-2568” ว่า คาดการณ์ว่าปีนี้ ภาคงานก่อสร้างในไทยจะมีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท ขยายตัว 1.9-2% เมื่อเทียบกับปีก่อน
แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะมีการขยายตัว แต่หากลงลึกรายละเอียด ย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน ปี 2557 ภาคก่อสร้างเติบโต 4% ต่อปี สะท้อนได้ว่าขณะนี้อุตสาหกรรมก่อสร้างเข้าสู่ภาวะเติบโตแบบถดถอย
ขณะที่แรงงานก่อสร้างก็มีแนวโน้มลดลง โดยแรงงานต่างด้าวเข้าไทยจำนวน 3 ล้านคน เป็นแรงงานป้อนสู่อุตสาหกรรมก่อสร้างเพียง 30% เท่านั้น เท่ากับว่าถดถอยทั้งในแง่การเติบโตภาพรวม และแรงงาน
ลงทุนภาครัฐทรงตัวโตต่ำ 1%
นางสาวกัญญารัตน์ กาญจนวิสุทธิ์ นักวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC กล่าวว่า ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมก่อสร้างในไทยหลัก ๆ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การลงทุนจากภาครัฐ และการลงทุนของภาคเอกชน
สำหรับ“การลงทุนภาครัฐ” มีการสะดุดเล็กน้อยจาก ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ ปี 2567 ล่าช้า แต่เริ่มเห็นสัญญาณการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนในอัตราเร่ง ตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา
ทำให้ประเมินว่าปี 2567 การลงทุนภาครัฐ จะมีมูลค่า 794,000 ล้านบาท เติบโต 1% หรืออยู่ในภาวะทรงตัว จากปี 2566 ลงทุน 784,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2568 คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ย. นี้ ทำให้ประเมินงบลงทุนรัฐไว้ที่ 820,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากในปีนี้
โดย 4 หน่วยงานหลักที่ได้รับงบลงทุนสูงสุด คือ กรมทางหลวง 37% กรมทางหลวงชนบท 22% กรมชลประทาน 35% และกรมโยธาธิการและผังเมือง 24% ซึ่งจะส่งผลบวกต่อบริษัทฯ ก่อสร้าง และรับเหมาที่ประมูลงานของภาครัฐ
“การลงทุนรัฐ ที่เอื้อการเติบโตของภาคก่อสร้าง คือ เมกะโปรเจ็กต์ ที่คาดว่าจะเปิดประมูลใน 2 ปีนี้ เช่น มอเตอร์เวย์สาย 9 ช่วงบางขุนเทียน-บางบัวทอง มูลค่า 56,000 ล้านบาท, รถไฟทางคู่ เฟส 2 ช่วงขอนแก่น-หนองคาย มูลค่า 28,700 ล้านบาท”
ที่อยู่อาศัยอ่วมพิษกำลังซื้อ เปิดตัวลดลง 24% ขายออกหด 12%
ส่วน“การลงทุนภาคเอกชน” ทั้งส่วนที่อยู่อาศัย และอสังหาเชิงพาณิชย์ (ห้าง,อาคารสำนักงาน) คาดปี 2567 จะมีมูลค่า 603,000 ล้านบาท เติบโต 2.3% (yoy) จากการลงทุนก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของกลุ่มอสังหาเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะโครงการมิกซ์ยูส และอาคารสำนักงานเกรด A
ส่งผลให้ซัพพลายพื้นที่ให้เช่าค้าปลีกและสำนักงาน เพิ่มขึ้น 1 ล้านตร.ม. เป็น 19.1 ล้านตร.ม. ขยายตัว 5.5% จากปีก่อนที่มีซัพพลายพื้นที่ 18.1 ล้านตร.ม.
สวนทางกับอสังหาที่อยู่อาศัย (บ้าน และคอนโดมิเนียม) ที่ปี 2567 คาดว่าหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่เหลือ 77,000 หน่วย ลดลง 24% จากปี 2566 ที่มีหน่วยเปิดตัวใหม่ 102,000 หน่วย และมีมูลค่า 559,000 ล้านบาท โดยคาดว่าปี 2568 ยอดเปิดตัวใหม่จะลดลงเหลือ 74,000 หน่วย หรือหดตัว 4% เมื่อเทียบกับปีนี้
ขณะที่หน่วยยอดขายได้ใหม่ที่อยู่อาศัย คาดว่า จะเหลือ 75,000 หน่วย ลดลง 12% จากปี 2566 ขายได้ใหม่ 85,000 หน่วย โดยประเมินว่า ปี 2568 ยอดขายได้ใหม่ก็จะลดลงต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยเผชิญแรงกดดันจากการฟื้นตัวช้าของตลาดที่อยู่อาศัย ทั้งหนี้ครัวเรือนสูง อุปสรรคในการเข้าถึงสินเชื่อ และราคาที่อยู่อาศัยใหม่ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นความท้าทายต่อการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ โดยเฉพาะโครงการกลุ่มระดับราคาปานกลางลงมา
อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยหันมาเปิดโครงการระดับราคาปานกลาง-บน ส่งผลให้มูลค่าโครงการเปิดตัวใหม่สูงกว่าในอดีต โดยนอกจากจะมาจากมูลค่าราคาที่ดินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้ว อีกส่วนหนึ่งยังเป็นต้นทุนค่าก่อสร้าง ที่ปรับตัวสูงขึ้นไปตามรูปแบบโครงการที่เป็นระดับราคาปานกลาง-บน ซึ่งจะช่วยหนุนให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ภาคก่อสร้าง แม้จำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่จะลดลง
ด้าน นางสาวฐิติรัตน์ ปฐวีวรากิตติ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็มบี โกลบอล มาร์เก็ตติ้งส์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย มีความท้าทาย เช่น การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ การขาดแคลนแรงงาน ราคาวัสดุก่อสร้างแพงขึ้น จึงต้องมองหาเครื่องจักรและเทคโนโลยีด้านการก่อสร้าง เข้ามาปรับ ประยุกต์ใช้เพื่อความรวดเร็วและให้ประสิทธิภาพสูงที่สุด
ตอบรับกับปัจจัยดังกล่าว ทางบริษัทฯ จึงเตรียมจัดงาน ConsBuild ASIA หรือ CBA Expo 2024 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และในปีนี้ได้ขยายพื้นที่จัดงานConcrete Expo Asia 2024 เพิ่มเข้ามา ระหว่าง 22-24 ส.ค. 67 เวลา 10.00-18.00 น ณ ฮอลล์ EH100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา
“คาดว่างานนี้จะมีผู้ร่วมงาน 4,000 คน และจะสร้างเงินสะพัดในงานได้ถึง 100 ล้านบาท”