โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

LIFE & HEALTH : ไลฟ์สไตล์ที่ดี เพื่อสุขภาพดีที่ยั่งยืน

แนวหน้า

เผยแพร่ 17 พ.ค. 2565 เวลา 17.00 น.

ไลฟ์สไตล์ที่ดีนอกจากจะไปยับยั้งกรรมพันธุ์ที่ไม่ดีไม่ให้แสดงออกแล้ว ยังไปสนับสนุนส่งเสริมให้กรรมพันธุ์ที่ดีได้แสดงออกอีกด้วย ข้อมูลจาก ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ กรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ เปิดเผยว่าไลฟ์สไตล์ที่ดีจะไปช่วยกระตุ้นยีนหรือกรรมพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับการมีอายุยืนให้แสดงออกเพื่อที่จะควบคุมอวัยวะต่างๆ ในร่างกายให้เสื่อมชราช้าลง รวมทั้งจัดการกับเซลล์ในร่างกายมนุษย์ที่ใช้ไม่ได้ให้ดีขึ้น และนำบางส่วนที่ใช้ได้กลับมาใช้ใหม่ ทำให้ระบบอวัยวะต่างๆในร่างกายดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ไลฟ์สไตล์ที่ดียังมีประโยชน์อื่นอีก เช่น

l จะช่วยลดปริมาณน้ำตาลสะสมและไขมันในเลือดโดยรวม เพิ่มการผลิตไขมันดีรวมทั้งช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายขณะนอนหลับเช่น จะช่วยทำให้การย่อยอาหารเป็นไปอย่างสมบูรณ์ สารอาหารสามารถที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเพื่อที่จะไปใช้เป็นพลังงานในการดำเนินชีวิตประจำวัน

l จะช่วยลดความเครียด ส่งเสริมการผ่อนคลาย ทำให้สามารถพักผ่อนนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพซึ่งนำไปสู่การซ่อมแซมอวัยวะต่างๆ ในร่างกายที่สึกหรอจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน

l จะช่วยส่งเสริมการผลิตฮอร์โมนต่างๆ ที่มีส่วนในการควบคุมอวัยวะต่างๆ ให้ทำงานประสานสอดคล้องกัน และส่งเสริมการผลิตฮอร์โมนต่างๆที่ช่วยป้องกันการแก่ชรา

l จะทำให้มีอารมณ์ดี ลดความวิตกกังวลมีความเชื่อมั่นในการดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขร่วมกับผู้อื่นในสังคม

การเริ่มต้นที่ดี เริ่มต้นที่เรียนรู้ตัวเรา เรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของเราให้เข้ากับนาฬิกาชีวภาพของเราที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ซึ่งแต่ละคนจะใกล้เคียงกันถึงแม้ว่าจะไม่เหมือนกันทุกคน มาเริ่มปรับไลฟ์สไตล์ให้มีสุขสภาพดีที่ยั่งยืนได้ดังนี้

1.กินตามนาฬิกาชีวภาพ

นาฬิกาชีวภาพที่ติดตัวคนเรามามาตั้งแต่เกิดนั้นบ่งบอกว่า เราต้องตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเพื่อให้ได้ออกซิเจนในธรรมชาติที่ต้นไม้ทั้งหลายปล่อยออกมา และพบกับแสงแดดเพื่อที่กระบวนการต่างๆ ของการใช้พลังงานจะได้เริ่มต้นตามวงจรของชีวิต โดยเริ่มต้นด้วยการกินอาหารเช้าที่เหมาะสม พอเพียง และครบถ้วนทุกหมวดหมู่ของสารอาหาร อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลเป็นอาหารเช้าที่เหมาะสมเพราะมีข้อมูลทางการวิจัยบ่งบอกว่าฮอร์โมนอินซูลินจะสร้างตามแสงสว่างและมืด เมื่อมีแสงสว่างจะมีการสร้าง และเมื่อมืดก็จะหยุดสร้าง จึงไม่ควรกินอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลมากในอาหารมื้อค่ำหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้วเพราะจะไม่มีฮอร์โมนอินซูลินเพียงพอที่จะนำเอาน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงาน ทำให้เกิดน้ำตาลสะสมเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 น้ำตาลส่วนเกินยังจะเปลี่ยนเป็นไขมันทำให้ร่างกายมีไขมันเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังไปลดการเผาผลาญไขมันในร่างกายเพื่อมาเป็นพลังงานขณะนอนหลับด้วยเนื่องจากร่างกายได้พลังงานจากน้ำตาลมากเกินพอแล้ว ซึ่งผลร้ายที่ตามมาในระยะยาวก็คือจะเกิดโรคอ้วนลงพุง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจและสมองตีบตัน และโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย ฯลฯ

มีงานศึกษาวิจัยยืนยันว่าการกินอาหารเช้ามื้อแรกเวลา 09.00-07.00 น และหยุดการรับประทานอาหารหลัง 17.00 น. นั้น จะได้ผลดีที่สุดในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคอ้วน และโรคอื่นๆ ที่ทำให้แก่ก่อนวัยรวมทั้งทำให้สุขภาพดีโดยทั่วไปอย่างยั่งยืน

2.ประสานการออกกำลังกายเข้ากับการใช้ชีวิต

การประสานการออกกำลังกายกับการทำงานในที่ทำงานหรือการทำงานที่บ้านที่จะลดเวลาที่ใช้ในการเดินทาง และมีเวลาเหลือเพื่อที่จะใช้ในการออกกำลังกายที่บ้านได้มากขึ้นก็จะเป็นการดี โดยมีหลักการง่ายๆก็คือ อย่านั่งโต๊ะทำงานนานเกิน 60 นาที ควรหยุดเพื่อออกกายบริหารกล้ามเนื้อต้นคอและลำตัวเพื่อป้องกันการปวดคอ ปวดหลังจนเกิดโรคออฟฟิศซินโดรมที่เป็นกันมากในยุคนี้จนเกิดโรคที่เกิดจากการทำงานและคุณภาพชีวิตเสียไป

การออกไปเดินสัก 10 นาที ทุก 2-3 ชั่วโมงนั้นก็ให้ผลที่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะถ้าหลังจากมื้ออาหารทุกมื้อ เมื่ออิ่มแล้วให้ไปออกเดินย่อยอาหารสัก 10-15 นาทีจะช่วยลดระดับของน้ำตาลในเลือดลงได้และช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2

การออกกำลังกายแบบพอประมาณไม่หนักมาก ก่อนและหลังเวลาทำงานก็ให้ผลดี มีการศึกษาวิจัยพบว่าถ้าออกกำลังกายวันละ 30 นาทีแบบปานกลางเป็นประจำสัปดาห์ละ 5 วันจะช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนป้องกันการแก่ชราที่เรียกว่า “โกรทฮอร์โมน” ที่จะช่วยเผาผลาญไขมัน เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และทำให้อารมณ์ดีอีกด้วย

การทำสวนในบ้านไม่ว่าจะเป็นบ้านที่มีบริเวณหรือบริเวณระเบียงของที่พักอาศัยที่เป็นห้องชุดพักอาศัยก็สามารถทำได้ นอกจากจะเป็นการใช้กล้ามเนื้อแล้ว การออกมาอยู่ในที่โล่งแจ้งได้รับแสงแดดก็จะทำให้ร่างกายสามารถผลิตวิตามินดี ได้มากขึ้นและช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและเสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ รวมทั้งฮอร์โมนเพศที่จำเป็นอีกด้วย

3. นอนหลับพักผ่อนและทำงานตามนาฬิกาชีวภาพ (Biological Clock)

คนเราทุกคนนั้นมีนาฬิกาชีวภาพของตนเอง จึงต้องหาทางเรียนรู้และปรับไลฟ์สไตล์การทำงานและการพักผ่อนตามนาฬิกาชีวภาพของตนเอง โดยหลอมรวมการทำงานและการพักผ่อนเข้าด้วยกันเพื่อประโยชน์สูงสุดในการเสริมสร้างสุขภาพ หลักการที่สำคัญคือ เริ่มทำงานในตอนเช้าเมื่อมีแสงอาทิตย์ และเลิกงานตอนเย็นเมื่อแสงสว่างในเวลากลางวันหมดไปถ้าสามารถทำได้

ตามนาฬิกาชีวภาพของคนเรานั้นเมื่อมีแสงอาทิตย์ส่องมากระตุ้นต่อมไพเนียลที่เป็นต่อมไร้ท่อต่อมหนึ่งในสมองจะเริ่มสร้างฮอร์โมนชื่อเซโรโทนินที่จะทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉงและมีพลังที่จะทำงาน เมื่อแสงอาทิตย์หายไปในตอนค่ำต่อมไพเนียลจะเปลี่ยนเป็นผลิตฮอร์โมน เมลาโทนิน ออกมาแทนเพื่อที่จะได้เข้าสู่โหมดของการพักผ่อนและระบบต่างๆ ของร่างกายจะเริ่มทำการซ่อมแซมตนเอง

4.เรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีทางด้านส่งเสริมสุขภาพให้เป็นประโยชน์

การตรวจหายีนหรือกรรมพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล ได้เริ่มมีบทบาทในการเรียนรู้อนาคตด้านสุขภาพ และปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การดำรงชีวิตตั้งแต่ควรกินแบบใด เมื่อไร อย่างไร ควรกินอาหารแบบไหน เสริมสารอาหารที่จำเป็นอะไรในปริมาณเท่าใด ควรออกกำลังกายแบบไหน เมื่อไร และถี่ห่างอย่างไร ควรพักผ่อนแบบใด ฯลฯ ซึ่งถ้าสามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกลมกลืนกับชีวิตประจำวันแล้วก็จะทำให้มีสุขภาพดีและเจ็บป่วยน้อยลง

5.ปรับสมดุลของร่างกาย จิตใจ สติ ปัญญา และอารมณ์เข้าด้วยกัน

การฝึกการเจริญสติ เพื่อให้เกิดสมาธิในอันที่จะเกิดปัญญาในการใช้ชีวิตประจำวันในการแก้ปัญหา เรียนรู้การมีจิตใจที่ดีงาม การฝึกฝนจิตใจให้เป็นผู้รู้แจ้งและคิดด้วยปัญญา ใช้ปัญญาที่เกิดจากการเรียนรู้ในด้านต่างๆ มาใช้เพื่อให้เกิดเป็นพลังในทางสร้างสรรค์เพื่อทำให้เกิดสิ่งที่ดีงามและเป็นประโยชน์ต่อทุกสรรพสิ่งรอบกาย ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิต การทำงาน การเข้าสังคม เรียนรู้ที่จะเป็นคนดี เรียนรู้ที่จะนำความดีของตนเองออกมาและเมื่อเกิดความสมดุลทางสติ ปัญญา รวมทั้งร่างกายและจิตใจแล้วก็จะเกิดสุขภาพที่ดีและยั่งยืน โดยมีวิธีการที่เกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้มากหลายซึ่งสามารถที่จะเรียนรู้และนำเอาความรู้ทางโลกและทางธรรมมาหลอมรวมเพื่อให้เกิดสภาพที่สุขสงบ (Inner Peace) เพื่อทำให้เกิดสมาธิ สติ และปัญญาที่จะนำพาให้ชีวิตยืนยาว และมีสุขภาพดีที่ยั่งยืน

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...