โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ศุลกากรสหรัฐ” เปิดรับคำร้องคืนภาษีนำเข้า หลังศาลสูงสุดชี้ “ทรัมป์” ใช้อำนาจมิชอบ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เจ้าหน้าที่ศุลกากรของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (10 เม.ย.) ว่า ทางหน่วยงานจะเริ่มเปิดรับคำร้องขอคืนภาษีนำเข้าจากผู้นำเข้าสินค้า หลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า มาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) ระบุว่า กระบวนการคืนเงินภาษีในระยะแรกนั้น จะครอบคลุมเฉพาะสินค้าบางรายการที่ยังไม่ได้ปิดบัญชีศุลกากร หรือรายการสินค้าที่เพิ่งดำเนินการปิดบัญชีไปภายในระยะเวลา 80 วันที่ผ่านมา โดยหลักปฏิบัติตามปกตินั้น ภาคธุรกิจจะชำระภาษีนำเข้าในอัตราโดยประมาณ ณ ช่วงเวลาที่มีการนำเข้าสินค้า และหน่วยงานศุลกากรจะเป็นผู้คำนวณยอดภาษีที่แท้จริงในภายหลัง

สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลสูงสุด ผู้พิพากษาศาลการค้าสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งให้รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มดำเนินการคืนเงินภาษีนำเข้ามูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นเงินที่จัดเก็บจากมาตรการภาษีภายใต้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act หรือ IEEPA) ปี 2520

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งรวมถึงภาษีที่เกี่ยวข้องกับสารเฟนทานิล (Fentanyl) ที่บังคับใช้ต่อสินค้าที่นำเข้าจากประเทศจีน แคนาดา และเม็กซิโก โดยศาลระบุอย่างชัดเจนว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ใช้อำนาจเกินขอบเขตของความเป็นประธานาธิบดี ในการอาศัยกฎหมาย IEEPA เพื่อจัดเก็บภาษีดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...