สรรพสามิตชง "เอกนิติ" เคาะ "รถเก่าแลกรถใหม่" พ.ค.นี้
เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2569 นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวถึงโครงการ "รถเก่าแลกรถใหม่" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทย เพื่อลดการพึ่งพาการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ว่า กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมของโครงการฯ ทบทวนผลการศึกษาโครงการในอดีต โดยจะรวบรวมข้อมูลปริมาณการผลิตและความต้องการซื้อรถยนต์ประเภท รถอีวี และรถไฮบริด ที่ผลิตในประเทศ
รวมทั้งการกำหนดอายุรถเก่าและเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ ตลอดจนงบประมาณดำเนินโครงการ คาดว่า ผลการศึกษาจะเเล้วเสร็จและเสนอนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง ภายในกลางเดือน พ.ค.นี้ พร้อมระบุว่า ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมระบบบริหารจัดการรถเก่าไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อม
ก่อนหน้านี้ มีรายงานจากกระทรวงการคลัง ระบุถึงแนวทางดำเนินโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ อาจจำกัดสิทธิเพียง 10,000 - 20,000 คัน โดยจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างราคารถ ผ่านค่ายรถในรูปแบบคูปอง หรือส่วนลดภาษี สำหรับแลกรถใหม่ที่ผลิตในประเทศเท่านั้น ส่วนรถเก่าที่รับเข้าโครงการ เบื้องต้นอาจหาตลาดจำหน่ายออกนอกประเทศ
ขณะที่ นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอรั กำหนดราคารถในโครงการ ควรอยู่ที่ระดับ 800,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท เนื่องจากเป็นกลุ่มราคาที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึงร้อยละ 40 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและรักษาการจ้างงานในอุตสาหกรรมรถยนต์ หลังยอดขายในประเทศลดลง 3 ปีต่อเนื่อง
ด้านนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารพร้อมปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟท์โลน เพื่อสนับสนุนให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงิน หรือนอนแบงก์ กล้าปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์อีวี ไฮบริดและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า คิดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 5-10 ต่อปี ซึ่งประชาชนสามารถขอสินเชื่อโครงการนี้ได้ถึงปี 2570 แต่ต้องเป็นการซื้อรถใหม่ที่ผลิตในประเทศเท่านั้น ไม่สามารถกู้ซื้อรถมือสองตามนโยบายรัฐ
อ่านข่าว :
เช็กเงื่อนไข โครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่2569” นำร่อง 10,000-20,000 คันในปีนี้
2 สมาคมเอทานอลฯ หนุนโครงการ “รถเก่าแลกใหม่” ยกระดับยานยนต์มลพิษต่ำ
หากเพดาน "หนี้สาธารณะ" แตะ 75% ภาระผูกมัดอะไรบ้างที่คนไทยต้องแบกรับ