ชาวนาบุรีรัมย์ ไถนาไปปาดเหงื่อไป กังวลน้ำมันแพง กระทบต้นทุนสูง
ชาวนาที่ จ.บุรีรัมย์ บางรายเริ่มนำรถไถนา มาทำการไถดะเพื่อเตรียมดินไว้ สำหรับการเพาะปลูกข้าวนาปี ในฤดูกาลเพาะปลูก2569/70 ที่จะถึงนี้แล้ว และเริ่มไม่มั่นใจว่า จะมีน้ำมันพอใช้ถึงช่วงฤดูทำนาหรือไม่ และคาดว่าอาจจะต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าน้ำมันและค่าปุ๋ยเคมี ที่เชื่อว่าจะมีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน จากภาวะสงครามตะวันออกกลาง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหามาตรการรองรับ
16 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนี้ได้เริ่มมีเกษตรกรชาวนาบางราย ในหมู่บ้านสะเดา หมู่ที่ 1 ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ทั้งที่มีรถไถนาเป็นของตนเองและที่ไม่มี ได้เริ่มทำการไถดะครั้งแรก เพื่อปรับสภาพหน้าดินและตระเตรียมดิน รวมถึงเพื่อเป็นการทำลายวัชพืช ก่อนจะทำการไถคราด เพื่อเตรียมแปลงสำหรับการเพาะปลูกข้าวนาปี ในปีการผลิต 2569/70 ที่จะถึงนี้ ซึ่งการไถนาต้องใช้รถไถนา ก็จำเป็นจะต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลง
โดยตอนนี้พบว่า ชาวนาเริ่มมีความกังวล ทั้งราคาปุ๋ยและราคาน้ำมัน ที่พบว่าน้ำมันเริ่มมีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสัปดาห์ที่ผ่านมา ลิตรละประมาณ 30-32 บาท ปัจจุบันไม่ต่ำกว่าลิตรละ 38 บาท หรือบางปั๊มมีราคาไม่ต่ำกว่า 40 บาทต่อลิตร เพราะเป็นปั๊มน้ำมันตามหมู่บ้านในชนบท รวมถึงมี่การจำกัดการเติม จึงทำให้ชาวนาเริ่มมีความกังวล
เพราะว่าทั้งปุ๋ยและน้ำมัน ล้วนเป็นต้นทุนการผลิตที่สำคัญในการทำนา รวมถึงการทำการเกษตรในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดว่า ในการทำนาหรือปลูกพืชในแต่ละปี จะได้กำไรหรือขาดทุนมากน้อยเพียงใด โดยชาวนายังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ในช่วงฤดูกาลทำนาและการเก็บเกี่ยวของทุกปี ปุ๋ยและน้ำมันมักจะปรับราคาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่กำลังเกิดขึ้นด้วย เชื่อว่ายิ่งจะทำให้ทั้งปุ๋ยและนำมันมีราคาสูงขึ้น และอาจจะขาดแคลน จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาล ได้เร่งหามาตรการแก้ไขอย่างจริงจังและจริงใจ
นายยวย จันทร์สิงห์ อายุ 63 ปี ชาวนาบ้านสะเดา ม.1 ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ทวันนี้ได้นำรถไถนามาทำการไถดะแปลงนาในเนื้อที่ 4 ไร่ เพื่อเตรียมพื้นที่ไว้สำหรับการทำนาปีที่จะถึงนี้ และกำลังได้รับผลกระทบ จากปัญหาราคาน้ำมันที่มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ จากสัปดาห์ที่ผ่านมาน้ำมันมีราคาลิตรละ 30-32 บาท แต่ทุกวันนี้ลิตรละไม่ต่ำกว่า 38 บาท ซึ่งมีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นอีกไม่ต่ำกว่าลิตรละ 6-8 บาท
ทำให้การไถนา 4 ไร่นี้ ได้ลงทุนเติมน้ำมันไปแล้วไม่ตำกว่า 500 บาท แต่ถ้าไม่มีรถไถเป็นของตนเองต้องว่าจ้างไถไม่ต่ำกว่าไร่ละ 500 บาทเช่นกัน จึงอยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน ที่กำลังปรับตัวสูงขึ้นอยู่ในทุกวันนี้ ไม่เช่นนั้นในอนาคตจะทำให้ทุกคนได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง แล้วต่อไปปุ๋ยก็ปรับราคาเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน เพราะทุกปีพอถึงฤดูกาลทำนา น้ำมันกับปุ๋ย มักจะมีราคาแพงกว่าช่วงปกติ
บางครั้งก็ออกไปรับจ้างไถนาให้กับเพื่อนบ้าน ชาวนาหลายคนถึงกับยังไม่กล้าจ้างรถไถนา แต่ทำยังไงได้ไม่จ้างก็ต้องจ้าง เพราะว่ามันถึงเวลาทำนาแล้ว ส่วนน้ำมันก็เอาแกลลอนไปเติมยังปั๊มน้ำมันขนาดเล็กตามหมู่บ้าน ซึ่งทางปั๊มก็ยังให้เติมตามปกติ แต่จำกัดให้เติมได้วันละ 1 แกลลอน หรือไม่เกิน 20 ลิตร และยังพบว่าบางปั๊มน้ำมันเริ่มขาดแคลนบ้างแล้ว ซึ่งไม่พอใช้ต่อการใช้งานแต่ละวัน จึงทำได้เพียงแค่น้ำมันที่ซื้อมาใช้หมดก็เลิกไถนา
น้ำมันที่มีการปรับราคาขึ้นในทุกวันนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวนาเป็นอย่างมาก เพราะช่วงนี้ใกล้ที่จะเข้าสุ่ฤดูการเพาะปลูกทำนาแล้ว ไหนจะค่าปุ๋ยอีก ซึ่งไม่รุ้ว่าปุ๋ยจะมีราคาอยู่ที่กระสิอบละกี่บาท เชื่อว่าปุ๋ยจะแพงขึ้นอย่างแน่นอน แต่ยังดีหน่อยที่ตนเองมีรถไถนาเป็นของตนเอง แต่ถ้าหากไม่มีรถไถนา และต้องว่าจ้างรถไถนา ยิ่งจะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น เพราะตอนนี้ค่าจ้างไถนาเฉลี่ยต่อไร่ไม่ต่ำกว่า 500 บาท จากปีที่ผ่านมาเพียงไร่ละ 480 บาท.