โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ สั่งแบนเพิ่ม ห้ามพลเมือง 5 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ มีผล 1 ม.ค.ปีหน้า

แนวหน้า

เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

17 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งขยายมาตรการห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ โดยห้ามพลเมืองของอีก 5 ประเทศ และผู้ที่เดินทางโดยใช้เอกสารที่ออกโดยองค์การปกครองปาเลสไตน์ เข้าสหรัฐฯ

ทำเนียบขาว ระบุว่า ข้อจำกัดดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อปกป้องความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม ปีหน้า มาตรการห้ามเข้าประเทศอย่างเต็มรูปแบบจะถูกบังคับใช้กับพลเมืองจาก บูร์กินาฟาโซ , มาลี ,ไนเจอร์ ,ซูดานใต้ และซีเรีย รวมถึงผู้ถือหนังสือเดินทางขององค์การปกครองปาเลสไตน์

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ปรับให้ ลาว และ เซียร์ราลีโอน ซึ่งก่อนหน้านี้อยู่ภายใต้รายชื่อประเทศที่ห้ามเข้าบางส่วน ไปอยู่ในรายชื่อประเทศที่ถูกห้ามเข้าประเทศอย่างเต็มรูปแบบ และกำหนดข้อจำกัดบางส่วนให้กับอีก 15 ประเทศ รวมถึงไนจีเรีย แทนซาเนีย และซิมบับเว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า การขยายมาตรการห้ามเดินทางเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากความล้มเหลวในระบบการคัดกรองและการตรวจสอบในต่างประเทศ

เจ้าหน้าที่อ้างถึงอัตราการอยู่เกินกำหนดวีซ่าที่สูง บันทึกทะเบียนราษฎรที่ไม่น่าเชื่อถือ การทุจริต กิจกรรมก่อการร้าย และการขาดความร่วมมือในการรับตัวพลเมืองที่ถูกเนรเทศ ซึ่งนี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่ 'ทรัมป์' ปรับเพิ่มคำสั่งห้ามการเดินทางเข้าสหรัฐฯ

ทำเนียบขาว กล่าวว่า ข้อจำกัดจะยังคงมีผลบังคับใช้จนกว่าประเทศที่ได้รับผลกระทบจะแสดงให้เห็นถึง "การปรับปรุงที่น่าเชื่อถือ" ในการจัดการตัวตน การแบ่งปันข้อมูล และความร่วมมือกับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ มีข้อยกเว้นหลายประการ และการห้ามนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้พำนักถาวรที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ถือวีซ่าจำนวนมาก นักการทูต หรือนักกีฬาที่เดินทางไปร่วมการแข่งขันกีฬาสำคัญ โดยจะมีการยกเว้นเป็นกรณีๆ ไป หากการเดินทางนั้นถือเป็นผลประโยชน์ของชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...