“3 โบรกต่างชาติ” แห่อัพเป้า TRUE เคาะราคาสูงสุด 21.30 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศและสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลกทยอยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจและการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด JP Morgan ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น TRUE เป็น 17.50 บาท จากเดิม 16.80 บาท ขณะที่ Morgan Stanley ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 21.30 บาท จากเดิม 19.30 บาท ซึ่งนับเป็นราคาเป้าหมายสูงสุดในกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ต่างประเทศที่จัดทำบทวิเคราะห์หุ้น TRUE ในปัจจุบัน
ด้าน CGS International ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น TRUE เป็น 18.40 บาท จากเดิม 18.30 บาท สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการและศักยภาพการเติบโตของบริษัทในระยะข้างหน้า
การทยอยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจากสถาบันการเงินระดับโลกในครั้งนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักวิเคราะห์ที่มีต่อแนวโน้มการดำเนินธุรกิจของ TRUE หลังผลประกอบการมีทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่อง
หลัง TRUE รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 6,554.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 222.68% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,031.15 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทสามารถทำกำไรต่อเนื่องเป็น ไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน
ขณะที่งวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 13,142.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 258.60% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นประมาณ 53.1% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีของ LSEG Consensus ที่ 24,746.34 ล้านบาท
ด้านรายได้รวมไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 45,901 ล้านบาท โดยรายได้จากการให้บริการไม่รวมรายได้ค่าเชื่อมต่อโครงข่าย หรือ IC อยู่ที่ประมาณ 41,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.8% จากไตรมาสก่อน จากการเติบโตของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ธุรกิจออนไลน์ และภาพรวมของกลุ่มธุรกิจ
อย่างไรก็ดี ผลการดำเนินงานหลักยังสะท้อนประสิทธิภาพที่แข็งแกร่ง โดย TRUE มี EBITDA ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 28,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.1% จากไตรมาสก่อน ได้แรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และประโยชน์จากการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ส่งผลให้อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 7.6 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 68.5%
นับตั้งแต่การควบรวมกิจการแล้วเสร็จ TRUE สามารถเพิ่ม EBITDA ได้รวมประมาณ 8,900 ล้านบาท หรือเติบโต 46% ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA หรือ Leverage Ratio ลดลงเหลือ 3.7 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ลดลง 0.3 เท่าจากปีก่อน และลดลง 0.1 เท่าจากไตรมาสก่อน สะท้อนพัฒนาการด้านโครงสร้างเงินทุนและวินัยทางการเงิน
สำหรับฐานลูกค้า TRUE มีจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นประมาณ 479,000 เลขหมายจากไตรมาสก่อน ส่งผลให้ฐานลูกค้ารวมอยู่ที่ 48.6 ล้านเลขหมาย ขณะที่จำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้นประมาณ 28,000 ราย และฐานผู้ใช้บริการ 5G อยู่ที่ 19.3 ล้านราย
นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม TRUE ระบุว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการ จำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการลงทุนพัฒนาโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และไฟเบอร์ รวมถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
พร้อมกันนี้ คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลรวมประมาณ 5,200 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลประมาณ 79% หรือ 0.15 บาทต่อหุ้น
สำหรับเป้าหมายทางการเงินปี 2569 TRUE ปรับเป้าหมายรายได้จากการให้บริการไม่รวม IC เป็นเติบโต 1-2% จากปีก่อน ขณะที่ยังคงเป้าหมาย EBITDA เติบโต 7-9% และงบลงทุน หรือ CAPEX ที่ 25,000-27,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนมุมมองเชิงบวกของนักวิเคราะห์ต่างชาติต่อทิศทางผลประกอบการในระยะถัดไป