โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

9 มิถุนายน 2489 วันสวรรคตในหลวงรัชกาลที่ 8 พระมหากษัตริย์ผู้ทรงสร้างคุณูปการต่อวงการแพทย์ไทย ย้ำความสำคัญแพทย์ไทย แสงสว่างของสาธารณสุข

THE STATES TIMES

อัพเดต 08 มิ.ย. เวลา 09.52 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. เวลา 00.30 น. • THE STATES TIMES TEAM

วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 เป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร หรือพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 8 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ พระองค์เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ภายในพระบรมมหาราชวัง นับเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของประวัติศาสตร์ชาติไทย

แม้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลจะทรงครองสิริราชสมบัติในช่วงเวลาที่ประเทศไทยเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งด้านการเมือง สังคม และผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่พระราชกรณียกิจและพระราชปรารภของพระองค์ได้ฝากร่องรอยสำคัญไว้ต่อประเทศ โดยเฉพาะด้านการแพทย์ การศึกษา และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

วันที่ 9 มิถุนายนของทุกปี จึงได้รับการรำลึกในชื่อ “วันอานันทมหิดล” เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ผู้ทรงสร้างคุณูปการต่อวงการแพทย์และการศึกษาไทยอย่างอเนกอนันต์ โดยเฉพาะพระราชปรารภสำคัญที่ทรงเห็นว่าประเทศไทยควรผลิตแพทย์ให้มากขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อการช่วยเหลือประชาชน

พระราชปรารภดังกล่าวกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เกิดการขยายการศึกษาด้านการแพทย์ของไทย โดยนำไปสู่การจัดตั้งโรงเรียนแพทย์แห่งที่ 2 ของประเทศ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปัจจุบัน ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ช่วยเพิ่มกำลังแพทย์ให้แก่ประเทศ และขยายโอกาสในการรักษาพยาบาลให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น

ในช่วงเวลานั้น ประเทศไทยยังมีแพทย์จำนวนจำกัดเมื่อเทียบกับความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในต่างจังหวัดและพื้นที่ห่างไกล การมีแพทย์ไม่เพียงพอทำให้การรักษาพยาบาลยังเข้าไม่ถึงคนจำนวนมาก พระราชปรารภของในหลวงรัชกาลที่ 8 จึงสะท้อนสายพระเนตรอันกว้างไกล ที่ทรงเล็งเห็นว่าการแพทย์ไม่ใช่เรื่องเฉพาะของโรงพยาบาลหรือสถาบันการศึกษาเท่านั้น แต่เป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงและความผาสุกของประชาชน

คุณูปการด้านการแพทย์ของพระองค์จึงมิได้จำกัดอยู่เพียงการพระราชทานแนวคิดให้ผลิตแพทย์เพิ่ม หากยังเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับระบบสาธารณสุขไทยในระยะยาว เพราะการสร้างแพทย์หมายถึงการสร้างกำลังคน สร้างองค์ความรู้ และสร้างระบบดูแลชีวิตประชาชนให้เข้มแข็งขึ้น เมื่อมีแพทย์เพิ่มขึ้น โอกาสที่ประชาชนจะได้รับการรักษาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลจึงได้รับการรำลึกในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการแพทย์ไทย พระนามของพระองค์ผูกพันกับการแพทย์ การศึกษา และการช่วยเหลือประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในหมู่แพทย์ นิสิตแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบสาธารณสุขของชาติ

วันอานันทมหิดลจึงมิใช่เพียงวันแห่งการรำลึกถึงเหตุการณ์สวรรคตเท่านั้น แต่ยังเป็นวันที่สังคมไทยได้หวนระลึกถึงพระราชปณิธานในการสร้างแพทย์เพื่อประชาชน เป็นวันที่ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการแพทย์ที่เข้าถึงทุกคน และเป็นวันที่ชวนให้เห็นว่าการลงทุนด้านการศึกษาและสาธารณสุขคือการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ

พระราชประวัติของในหลวงรัชกาลที่ 8 ยังสะท้อนบริบทของประเทศไทยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ขณะยังทรงพระเยาว์ และประทับอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นส่วนใหญ่ในช่วงแรกของรัชสมัย ก่อนเสด็จนิวัตพระนครในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่ามกลางความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการเห็นความสงบมั่นคงและการฟื้นฟูประเทศ

แม้รัชสมัยของพระองค์จะไม่ยาวนาน แต่พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศยังคงปรากฏชัด โดยเฉพาะพระราชดำริและพระราชปรารภที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ไทย ซึ่งต่อมาได้สร้างผลลัพธ์เป็นรูปธรรม และยังคงส่งอิทธิพลต่อการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ของประเทศสืบมา

การรำลึกถึงวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 จึงควรเป็นทั้งการถวายความอาลัยและการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 8 พร้อมทั้งตระหนักถึงคุณค่าของแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข และสถาบันการแพทย์ที่ทำหน้าที่ดูแลชีวิตของประชาชน

9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 จึงเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย วันที่คนไทยน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระมหากษัตริย์ผู้ทรงฝากคุณูปการอันยิ่งใหญ่ไว้กับวงการแพทย์ไทย และพระราชปณิธานในการผลิตแพทย์เพื่อช่วยเหลือประชาชนยังคงเป็นแสงสว่างนำทางการพัฒนาสาธารณสุขไทยมาจนถึงทุกวันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...