IMO หยุดอพยพ หลังอิหร่านโจมตีเรือสินค้าในฮอร์มุซ ฉีกหน้าดีลสหรัฐฯ-เตหะราน
วันนี้ (26 มิ.ย.2569) สถานการณ์ความมั่นคงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อเรือสินค้าลำหนึ่งถูกโจมตีเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ภารกิจด้านมนุษยธรรมขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization: IMO) ต้องหยุดชะงัก แม้เพียง 1 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ - อิหร่าน จะลงนาม MOU เดินหน้าสู่กระบวนการสันติภาพ เปิดเส้นทางเดินเรือ และลดความตึงเครียดในภูมิภาคก็ตาม
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยกับ CNN ว่า เรือดังกล่าวถูกโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม และทางการอิหร่านยังไม่ได้ออกมายอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุโดยตรง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก IRGC ประกาศว่า เรือทุกลำจะได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยก็ต่อเมื่อใช้เส้นทางเดินเรือที่อิหร่านกำหนดเท่านั้น
ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) ระบุว่า กระสุนปริศนาพุ่งชนด้านกราบขวาของเรือ ทำให้บริเวณสะพานเดินเรือได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือการรั่วไหลที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ภายหลังเหตุการณ์ หน่วยงานด้านการเดินเรือได้แจ้งเตือนให้เรือทุกลำใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษระหว่างเดินเรือในพื้นที่ และรายงานความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที
IMO ระงับภารกิจอพยพลูกเรือกว่า 11,000 คน
เหตุโจมตีครั้งนี้ส่งผลโดยตรงต่อภารกิจขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ ซึ่งเพิ่งเริ่มปฏิบัติการอพยพลูกเรือและเรือสินค้าที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียภายหลังการลงนามข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ภารกิจดังกล่าวครอบคลุมเรือหลายร้อยลำและลูกเรือมากกว่า 11,000 คนที่ติดอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่สงครามเริ่มปะทุเมื่อปลายเดือน ก.พ. โดยเลขาธิการ IMO อาร์เซนิโอ โดมิงเกซ ยืนยันว่า ความปลอดภัยของลูกเรือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด จึงมีคำสั่งระงับแผนอพยพไว้ชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะมีความชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ เรือที่ถูกโจมตีไม่ได้อยู่ภายใต้กรอบการอพยพของ IMO แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าภารกิจด้านมนุษยธรรมยังคงเผชิญความเสี่ยงอย่างมาก
อิหร่านย้ำบทบาทควบคุมฮอร์มุซ
ข้อมูลจาก MarineTraffic ระบุว่า จำนวนเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น โดยมีเรือผ่านถึง 70 ลำในวันที่ 24 มิ.ย. ส่วนใหญ่ใช้เส้นทางใกล้ชายฝั่งโอมาน
อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงมองว่าการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือสำคัญในการเจรจาระหว่างประเทศ และหลังเกิดเหตุ หน่วยงาน Persian Gulf Seaways Management Organization ซึ่งอิหร่านเพิ่งจัดตั้งขึ้น ได้ประกาศว่า จะไม่รับประกันความปลอดภัยของเรือที่ไม่ใช้เส้นทางที่ทางการอิหร่านกำหนด พร้อมระบุว่า หากเกิดความเสียหาย เจ้าของเรือ ผู้ประกอบการ และกัปตันเรือจะต้องรับผิดชอบเอง
สหรัฐฯ - ชาติอ่าวอาหรับปฏิเสธค่าผ่านทาง
แม้ MOU ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จะกำหนดให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่เรียกเก็บค่าผ่านทางเป็นเวลา 60 วัน พร้อมเปิดทางให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการปิดกั้นท่าเรืออิหร่านบางส่วน และให้อิหร่านมีบทบาทร่วมกับโอมานในการกำกับดูแลการเดินเรือเชิงพาณิชย์
แต่ประเด็นการเรียกเก็บค่าผ่านทางยังเป็นข้อขัดแย้งสำคัญ โดยอิหร่านเคยเสนอแนวคิดจัดเก็บ "ค่าบริการ" สำหรับการใช้เส้นทางเดินเรือ ขณะที่ มาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า ไม่มีประเทศใดมีสิทธิเรียกเก็บค่าผ่านทางในเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ พร้อมระบุว่า ไม่ว่าจะเรียกว่า "ค่าผ่านทาง" หรือ "ค่าธรรมเนียม" ก็ถือเป็นประเด็นเดียวกัน
ด้าน รมว.ต่างประเทศของชาติอ่าวอาหรับ ซึ่งประชุมร่วมกันที่บาห์เรน ได้ออกแถลงการณ์ร่วมปฏิเสธการเก็บค่าธรรมเนียมและการอ้างสิทธิควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่โอมานยืนยันว่า แนวทางบริหารจัดการในอนาคตจะไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่ใช้เส้นทางดังกล่าว
ราคาน้ำมันฟื้นตัว ขณะที่การเจรจายังเผชิญความไม่แน่นอน
หลังเกิดเหตุโจมตี ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานของตลาดโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 2 ปิดที่ 74 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หลังจากก่อนหน้านี้เพิ่งปรับลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้น เพราะความหวังต่อข้อตกลงสันติภาพ
แม้บันทึกความเข้าใจ 14 ข้อจะมีเป้าหมายยุติการสู้รบ เปิดช่องแคบฮอร์มุซ และผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรแลกกับการที่อิหร่านให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่รายละเอียดสำคัญ เช่น โครงการนิวเคลียร์ ปริมาณยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ยังต้องเจรจาอีกอย่างน้อย 60 วัน โดยคณะทำงานด้านเทคนิคจะเริ่มหารือตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.
นอกจากนี้ กระบวนการเจรจายังเผชิญอุปสรรคจากสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มเฮซบอลลาห์ในเลบานอน ซึ่งอิหร่านมองว่าเชื่อมโยงกับการเจรจากับสหรัฐฯ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามแยกทั้ง 2 ประเด็นออกจากกัน และแสดงความไม่พอใจต่อปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอน โดยการเดินทางเยือนตะวันออกกลางของ มาร์โก รูบิโอ ครั้งนี้ไม่มีการแวะเยือนอิสราเอล นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าเป็นสัญญาณทางการทูตที่น่าจับตา
อ่านข่าวอื่น :
"ทรัพย์สินทางปัญญา" พลิกศักยภาพ สินค้าไทยสร้างมูลค่าใหม่ หนุนเศรษฐกิจเติบโต
รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน “พาณิชย์”เร่งปิดดีล ไทย-อียู ดันสินค้าเกษตรไทย
แผ่นดินไหวเวเนซุเอลาดับพุ่ง 235 คน ทรัมป์ส่งทีมช่วย-อัดฉีดงบ 150 ล้านเหรียญ