โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

GCAP GOLD ดึง “น้องเนย” ปลุกกระแสคนรุ่นใหม่ “ออมทอง” ดันยอดขายปีนี้ 1.5 แสนชิ้น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 25 พ.ค. เวลา 06.41 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. เวลา 06.41 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายธนพิศาล คูหาเปรมกิจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLDเปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวโปรเจกต์พิเศษร่วมกับ "น้องเนย" (Butterbear) คาแรกเตอร์ชื่อดัง เพื่อพลิกโฉมวงการทองคำและกระตุ้นการออมทองในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของการลงทุนทองคำแบบดั้งเดิมให้มีความทันสมัย สดใส และเข้าถึงง่ายมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการเชื่อมโยงระหว่างสินทรัพย์ที่มั่นคงกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว

สำหรับคอลเลกชันดังกล่าว ประกอบด้วยทองคำแท่งขนาดเล็กเริ่มต้นที่ 0.1 กรัม ไปจนถึงขนาด 1 บาท รวมถึงผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่น ๆ เช่น ชาร์มประดับสร้อยคอ ตุ๊กตา และอาร์ตทอย ซึ่งตอบโจทย์ทั้งกลุ่มนักลงทุนและกลุ่มนักสะสม โดยในช่วง 2 เดือนแรกที่เปิดตัว ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มแฟนคลับ หรือ "ด้อมเนย" ส่งผลให้มียอดจำหน่ายแล้วกว่า 20,000 ชิ้น จากเป้าหมายยอดจำหน่ายที่ตั้งไว้ในปีนี้ที่ 150,000 ชิ้น

ส่วนของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ GCAP GOLDซึ่งดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมทองคำไทยมายาวนานกว่า 80 ปี กำลังปรับตัวจากการเป็นผู้ค้าทองคำต้นน้ำ (B2B) ที่เน้นขายส่งให้กับร้านทองขนาดใหญ่ มาสู่การขยายฐานลูกค้ารายย่อย (B2C) มากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดให้บริการหน้าร้าน (Offline Store) ภายในช่วง 2 เดือนข้างหน้า เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการสัมผัสสินค้าจริง รวมถึงเตรียมรองรับกำลังซื้อจากกลุ่มแฟนคลับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังยังมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ตุ๊กตาทองคำ 3 มิติ เพื่อต่อยอดความสำเร็จเพิ่มเติม

ด้านภาพรวมตลาดทองคำและคำแนะนำการลงทุน นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจและควรมีติดพอร์ตการลงทุนไว้ประมาณ 10-20% เพื่อกระจายความเสี่ยง

โดยปัจจัยหนุนระยะยาวมาจากความต้องการของธนาคารกลางทั่วโลกที่เข้าซื้อทองคำเฉลี่ยปีละ 1,000 ตัน เทียบกับปริมาณการผลิตทั่วโลกที่ราว 4,000 ตันต่อปี รวมทั้งปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ เช่น กรณีของรัสเซียและตุรกี อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นอาจมีปัจจัยกดดันจากความคาดหวังเรื่องอัตราเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ การเลือกลงทุนในทองคำแท่งขนาดเล็กผ่านแอปพลิเคชันหรือคอลเลกชันพิเศษ ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการเริ่มต้นออมเงินของคนรุ่นใหม่ เนื่องจากใช้เงินลงทุนไม่มากและมีสภาพคล่องสูง

นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมของนักลงทุน จากการซื้อทองรูปพรรณแบบดั้งเดิมมาสู่การลงทุนทองคำแท่งและระบบดิจิทัล (Digital Gold) โดยมีการนำเสนอช่องทางการออมผ่านแอปพลิเคชัน "คุ้มโกลด์" ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานเริ่มต้นออมทองได้ด้วยเงินลงทุนเพียง 100 บาท และเมื่อสะสมน้ำหนักครบตามกำหนด (เริ่มต้นที่ 5 กรัม) ก็สามารถขอถอนเป็นทองคำแท่งจริงได้ทันที กลยุทธ์ดังกล่าวถือเป็นการตอกย้ำเป้าหมายหลักของบริษัทที่ต้องการทลายกำแพงด้านต้นทุนเงินทุนและผลักดันให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถเริ่มต้นสร้างวินัยการออมทองได้อย่างแท้จริง ซึ่งสอดรับกับโครงสร้างตลาดทองคำของประเทศไทยที่มีต้นทุนการลงทุนที่เข้าถึงง่ายเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

ด้าน นายชัยวัฒน์ สามัคคีนิชย์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GCAP GOLD เปิดมุมมองต่อภาพรวมการลงทุนในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์ประเภทอื่น โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์ในระยะสั้น การมีทองคำในพอร์ตการลงทุนจึงช่วยลดความผันผวนโดยรวมได้ และถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ขาดไม่ได้เมื่อพูดถึงการกระจายความเสี่ยง

สำหรับผู้เริ่มต้น ทองคำมีข้อได้เปรียบหลายด้าน ทั้งสภาพคล่องสูง และมีประวัติผลตอบแทนระยะยาวที่น่าประทับใจ เป็นที่คุ้นเคยในวงกว้างสำหรับคนไทย รวมถึงสามารถเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินเพียงหลักร้อยบาท แม้ว่าราคาทองจะปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจากระดับ 20,000 บาท สู่ 40,000–60,000 บาท และมักมีคำถามว่า "ยังซื้อได้อยู่ไหม" ก็ยังคงเกิดขึ้นในทุกระดับราคา จากประวัติศาสตร์ของทองคำการลงทุนในระยะยาวถึงแม้ว่าจะอยู่ในระดับราคาปัจจุบันก็ยังคงมีเหตุผลรองรับ

“ปัจจุบัน GCAP GOLD มีแอปพลิเคชัน ME GOLD by GCAP GOLD ที่เริ่มต้นออมทองได้ตั้งแต่ 100 บาท และสามารถถอนทองคำจริงได้ สำหรับผู้ที่ไม่เคยลงทุนมาก่อน แนะนำให้เริ่มจากจำนวนเล็กน้อย เช่น เทียบเท่าค่าอาหารนอกบ้านเพียง 1 มื้อ” นายชัยวัฒน์ กล่าว

ด้านทิศทางราคา GCAP GOLD มองว่าทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นในระยะยาว โดยมีการสะสมของธนาคารกลางทั่วโลกเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ขณะที่ในระยะสั้นยังมีแรงกดดันจากการคาดการณ์ อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ อยู่บ้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...