โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s Palsy)

แนวหน้า

เผยแพร่ 08 พ.ค. 2566 เวลา 17.00 น.

โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีกแบบ Bell เป็นโรคที่มีการอักเสบของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ในภาวะปกติเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 จะมาเลี้ยงกล้ามเนื้อของใบหน้าทั้งด้านบนและด้านล่าง ดังนั้นเมื่อเวลามีความผิดปกติของเส้นประสาทสมองนี้ จะทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงก่อให้เกิดอาการ หลับตาไม่สนิท แสบตายักคิ้วไม่ได้ มุมปากตก เวลาดื่มน้ำแล้วน้ำไหลออกจากมุมปาก โดยมักเป็นข้างเดียว หรือคนไข้อาจจะได้ยินเสียงดังกว่าปกติจากหูข้างนั้น เนื่องจากเส้นประสาทนี้ยังไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่ช่วยลดความดังของเสียงที่จะเข้ามาในหูข้างนั้นด้วย

ความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 เกิดได้จากหลายสาเหตุ คือไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน อาจจะเป็นจากอุบัติเหตุหรือจากเนื้องอกหรือจากสาเหตุอื่นๆ สิ่งที่ตรวจพบคือมีการอักเสบของตัวเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7โดยมีการบวมของเส้นประสาท สมมุติฐานที่น่าเชื่อถือมากที่สุดในปัจจุบันคือเกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยไวรัสที่พบว่ามีความเกี่ยวข้องคือไวรัสเริม ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปาก ไวรัสที่ทำให้เกิดคางทูม หรือหัด หรือแม้กระทั่งไวรัสไข้หวัดใหญ่

ปัจจัยอะไรที่ทำให้กลายเป็นโรค

สำหรับปัจจัยเสี่ยง มักพบในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์โดยเฉพาะอายุครรภ์ในไตรมาสที่ 3 หรือ 1 สัปดาห์ในช่วงคลอดกลุ่มที่มีการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง หรือมีน้ำหนักตัวมาก

หน้าเบี้ยวครึ่งซีกเกิดจากโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดหรือไม่?

เมื่อมีอาการสิ่งที่ผู้ป่วยหรือญาติมักกังวลคืออาการหน้าเบี้ยวนั้นจะเป็นจากโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดหรือไม่ ซึ่งโรค Bell’s palsy มีความผิดปกติอยู่ที่เส้นประสาทสมองจึงมักมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อใบหน้าทั้งซีก ทั้งด้านบนและด้านล่าง ในขณะที่โรคหลอดเลือดสมองซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่เนื้อสมองด้านบนมักทำให้เกิดอาการอ่อนแรงของใบหน้าครึ่งล่าง ดังนั้นผู้ป่วยจะสามารถหลับตาได้สนิทยักคิ้วได้อย่างไรก็ตาม หากมีรอยโรคของหลอดเลือดสมองที่ก้านสมองอาจมีอาการอ่อนแรกของใบหน้าครึ่งซีกได้เช่นเดียวกัน แต่มักพบความผิดปกติอื่นร่วม เช่น อ่อนแรงแขนขา ชาแขนขาหรือใบหน้า หรือมีอาการเวียนศีรษะ ดังนั้นแพทย์ มักทำการตรวจผู้ป่วยเพื่อยืนยันว่ามีอาการผิดปกติจากเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 เท่านั้น หรือมีความผิดปกติอื่นร่วมด้วย

การรักษา

โดยมากโรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีกมักหายเองได้ ถึง 90% ใน 6 เดือนมีเพียงส่วนน้อยที่อาจมีอาการอ่อนแรงของใบหน้า การรักษาปัจจุบันพบว่าการใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ (steroid)ติดต่อกัน 7-10 วัน สามารถลดการบวมและอักเสบของเส้นประสาททำให้หายเร็วขึ้น แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสร่วมด้วยในบางราย

สำหรับภาวะแทรกซ้อนที่พบได้คือ มีอาการอ่อนแรงหลงเหลือ หรือมีการเจริญของเส้นประสาทที่ผิดปกติทำให้เกิดการเคลื่อนไหวร่วมกันของกล้ามเนื้อหลายมัดในใบหน้าเมื่อถูกกระตุ้น (Synkinesis) เช่น หากผู้ป่วยยิ้มอาจทำให้มีการหยีตาของข้างนั้นร่วมด้วยนอกจากนี้ปัญหาจาการหลับตาได้ไม่สนิทอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อกระจกตาเช่น อาการแสบตา กระจกตาเป็นแผล และอาจส่งผลต่อการมองเห็นของตาข้างนั้นดังนั้นในระหว่างการรักษา แพทย์อาจพิจารณาสั่งน้ำตาเทียมหรือแนะนำให้ใช้ที่ปกปิดดวงตาเพื่อป้องการภาวะแทรกซ้อน

Credit ภาพ : Blumenfeld H.Neuroanatomy Through Clinical Cases. Wiley-Blackwell ; 2010

บทความโดย พ.ท.นพ.ศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สูง

แผนกประสาทวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...