โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3 ได้วันไหน 15 ล้านคน ใครได้ก่อนกลุ่มแรก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.พ. 2568 เวลา 05.20 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2568 เวลา 23.59 น.

แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3 อีก 15 ล้านคน ได้วันไหน คลังแย้มกลุ่มคนอายุ 16-20 ปีได้เป็นกลุ่มแรก คาดเริ่มใช้จ่ายเดือน พ.ค. 68 รมว.คลัง-ดีอี ประสานเสียง ทดสอบระบบเพย์เมนต์เชื่อมธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบในเดือน มี.ค.นี้ ส่วนกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟนรอเคาะลงทะเบียนที่ธนาคารรัฐ ลุ้นรับเงินสด 10,000 บาท

“ประชาชาติธุรกิจ” เกาะติดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงิน 10,000 บาท หรือโครงการเติมเงินผ่านดิจิทัลวอลเลต เฟส 3 ซึ่งเป็นการแจกเงินให้กลุ่มที่มีอายุ 16-59 ปี ที่ไม่ติดเงื่อนไขการครอบครองทรัพย์สิน และมีรายได้ตามเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด ประมาณ 15 ล้านคน คาดว่าจะใช้เม็ดเงินราว 1.5 แสนล้านบาท

ทั้งนี้รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า จะเริ่มแจกเงินได้ในช่วงปลายไตรมาส 2/2568 หรืออย่างเร็วที่สุดคือเดือนพฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป

และระหว่างนี้กระทรวงการคลัง และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เตรียมทดสอบระบบเพย์เมนต์ (ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์) เชื่อมกับระบบของธนาคารพาณิชย์ คาดว่าจะเริ่มทดสอบทั้งระบบในเดือนมีนาคม และยืนยันไม่มีการแจกเป็นเงินสด

เดือน พ.ค. เริ่มแจกกลุ่มแรก

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต เฟส 3 สำหรับกลุ่มอายุ 16-59 ปี ขณะนี้คณะอนุกรรมการอยู่ระหว่างการพิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไขรายละเอียดบางอย่างเพื่อให้การใช้จ่ายสะดวก รวมทั้งในส่วนของการให้นำวงเงินจากดิจิทัลวอลเลตออกมาใช้ได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่กำหนดให้ร้านค้าถอนเงินสดได้ ต้องอยู่ในระบบภาษีเท่านั้น ก็มีการหารือที่จะปลดล็อกให้ร้านค้าที่ไม่อยู่ในระบบภาษีสามารถถอนเงินออกได้ เพื่อเป็นการจูงใจร้านค้ารายย่อยให้ได้รับประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบนี้ด้วย

สำหรับไทม์ไลน์การแจกเงิน คาดว่าจะเป็นช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 เนื่องจากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่าง ๆ จะต้องเชื่อมต่อระบบ Open Loop กับระบบเพย์เมนต์ที่ทาง DGA เป็นผู้รับผิดชอบ และต้องมีการทดสอบเพื่อให้มั่นใจระบบเติมเงินและชำระเงิน ทำให้อย่างมีเสถียรภาพพร้อมใช้งานต่อเนื่อง และมีมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อปิดความเสี่ยงเพราะเป็นระบบที่เชื่อมต่อด้านการเงิน และมีผู้ใช้จำนวนมาก

อย่างไรก็ดี เนื่องจากระบบเพย์เมนต์ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นระบบใหม่ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยและไม่ให้เกิดปัญหาระบบล่ม ในกรณีมีคนจำนวนมากเข้าไปใช้งานในช่วงเวลาเดียวกัน คณะอนุกรรมการจึงมีการหารือกันว่าการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต เฟส 3 จะมีการแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ โดยกลุ่มแรกที่จะได้รับเงินเป็นกลุ่มอายุ 16-20 ปีก่อน

ไทม์ไลน์จ่าย 10,000 บาท เฟส 3

ก่อนหน้านี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2568 หรือช่วงต้นเดือนมีนาคม 2568 คาดว่าจะนัดประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้

ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท เฟส 3 คาดว่าจะเหลืออีกประมาณ 15 ล้านคน กลุ่มอายุ 16-59 ปี ที่ไม่ติดเงื่อนไขทรัพย์สิน และรายได้ตามเกณฑ์ รัฐบาลยืนยันว่าเตรียมการไว้แล้ว โดยยืนยันคำเดิมคือแจกในไตรมาส 2 ปี 2568 คือในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2568

ส่วนเรื่องการทำระบบ Open Loop กับสถาบันการเงิน ตอนนี้ระบบเสร็จแล้ว และอยู่ในช่วงของการทดลองระบบ คาดว่าจะใช้เวลาทดลองประมาณ 1 เดือน เพื่อให้ระบบรัดกุม ขณะที่กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟนยังเดินหน้าต่อเปิดลงทะเบียนแน่นอน และกำลังหาวิธีอยู่ ยืนยันว่ากลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนจะได้รับเงิน 10,000 บาทอย่างแน่นอน

สอดคล้องกับความเห็นของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯและ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ระบุว่าระบบเพย์เมนต์ไม่มีปัญหา น่าจะจบแล้ว มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยได้ผู้ชนะในการเสนอราคาพัฒนาระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าบริษัทที่ชนะจะส่งมอบงานในปลายเดือนกุมภาพันธ์ และจะมีการทดลองระบบทั้งระบบในเดือนมีนาคมนี้

ปรับเงื่อนไข-ใช้จ่ายง่ายขึ้น

ก่อนหน้านี้ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ระหว่างพิจารณาผ่อนปรนให้ร้านค้าและประชาชนสามารถใช้ดิจิทัลวอลเลตได้ง่ายขึ้น เช่น ในมิติของร้านค้าจะผ่อนปรนให้นำวงเงินจากดิจิทัลวอลเลตออกมาใช้ได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่กำหนดให้ร้านค้าถอนเงินสดได้ เมื่อมีการใช้จ่ายตั้งแต่ในรอบที่ 2 เป็นต้นไป และร้านค้าที่ถอนเงินสดได้ต้องอยู่ในระบบภาษีเท่านั้น

ขณะที่ในด้านประชาชนนั้น จะปรับเงื่อนไขให้ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการปรับเงื่อนไขให้ประชาชนใช้จ่ายเป็นเงินสดได้ ยืนยันว่ารูปแบบการใช้จ่ายยังเป็นการใช้ในระบบดิจิทัลวอลเลต ขณะที่เรื่องเงื่อนไขการจำกัดใช้จ่ายเฉพาะพื้นที่อำเภอตามทะเบียนบ้านนั้น รอข้อสรุปจากคณะกรรมการ แต่มีแนวโน้มที่จะใช้เป็นพื้นที่เหมือนเดิม

กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน รอลงทะเบียน

นายเผ่าภูมิกล่าวถึงการพิจารณากลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟนว่า ตอนนี้อยู่ในการพิจารณาเงื่อนไข ว่าจะเปิดลงทะเบียนในช่วงเวลาไหน และจะใช้เงื่อนไขอะไรวัดกลุ่มคนไม่มีสมาร์ทโฟน สำหรับกลุ่มคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนจะเปิดให้ลงทะเบียน ประชาชนสามารถเดินทางไปลงทะเบียนผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยลงทะเบียนให้ ดังนี้

  • ธนาคารออมสิน
  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
  • ไปรษณีย์ไทย

ทั้งนี้ สำหรับกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน มีแนวโน้มสูงที่จะได้รับเป็นเงินสด ส่วนจะได้เงินเมื่อไหร่นั้น ต้องรอการพิจารณาครั้งสุดท้ายอีกครั้ง

“บลูบิค” ชนะระบบเพย์เมนต์

สำหรับบริษัทที่ชนะการเสนอราคา ระบบแพลตฟอร์มการชำระเงิน หรือ Payment Platform คือ บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยผ่านการคัดเลือกจากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้พัฒนาแพลตฟอร์มแอปทางรัฐ ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการลงทะเบียนในโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเลต

สำหรับบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ได้คะแนนด้านคุณภาพมากที่สุด โดยเสนอราคาวงเงิน 90 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งหมด

ตัวแทนของบริษัท บลูบิค ยืนยันว่า การพัฒนาระบบ Payment Platform จะเร่งดำเนินการได้ตามเวลาที่รัฐบาลกำหนด

ก่อนหน้านี้ บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้รับงานเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม “ทางรัฐ” ซึ่งเป็นซูเปอร์แอปของภาครัฐ เพื่อรองรับการให้บริการประชาชน และการ “ลงทะเบียน” ข้อมูลประชาชนและร้านค้า ซึ่งการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชน โดย DGA เป็นผู้จัดจ้าง ส่วนการพัฒนาระบบลงทะเบียนร้านค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง เป็นบริษัท เด็พธเฟิร์สท จำกัด (Depth First) เป็นผู้พัฒนา

บลูบิค

เช็กเงื่อนไขกลุ่มคนทั่วไป เฟส 3

คนลงทะเบียนแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ยืนยันตัวตน

-ประชากรที่มีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน

-สัญชาติไทย

-อายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (ก่อนวันที่ 16 ก.ย. 2567)

-ไม่เป็นผู้มีรายได้เกิน 840,000 บาท (สำหรับปีภาษี 2566)

-ไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันเกิน 500,000 บาท (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567)

-ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างต้องโทษจำคุกในเรือนจำ

-ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ

-ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ

ตรวจสอบสิทธิเงินดิจิทัล 10,000 บาท บนแอปทางรัฐ

1.เปิดแอปทางรัฐ เข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย จากนั้นกดปุ่มตรวจสอบสถานะ

2.ระบบจะขออนุญาตเข้าถึงข้อมูล และขอยืนยันเบอร์โทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน ให้กดปุ่มยืนยันข้อมูล

3.กรอกเบอร์โทรศัพท์และกดปุ่มรับรหัสทาง SMS (OTP)

4.กรอกรหัส OTP และกดปุ่มยืนยันโทรศัพท์มือถือ

5.กดปุ่มอนุญาต ให้แอปพลิเคชั่นเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

6.ระบบจะแสดงผลสถานะในการรับสิทธิตามโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ว่าอยู่ในขั้นตอนใด หากอยู่ในขั้นตอนที่ 3 คือระบบอยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ หากอยู่ในขั้นตอนที่ 4 คือไม่ได้รับสิทธิ หากอยู่ในขั้นตอนที่ 5 คือได้รับสิทธิตามโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3 ได้วันไหน 15 ล้านคน ใครได้ก่อนกลุ่มแรก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...