โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยผลไม้ป่า ที่นักท่องเที่ยวรัสเซียกิน คือมะเกลือสามเกลอ ใช้ถูกต้องมีสรรพคุณเป็นยา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 พ.ค. 2568 เวลา 11.30 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 11.02 น.

กรณี ศูนย์กู้ภัยตาขุนพนม อ.พนม ได้รับแจ้งเหตุมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกินผลไม้ป่าในพื้นที่อุทยานธรรมเขานาในหลวง ต.ต้นยวน อ.พนม แล้วมีอาการคลื่นไส้อาเจียน จำนวน 7 ราย ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

อันตราย! หาม 5 นทท.รัสเซียส่งรพ. หลังกิน ‘ผลไม้ป่า’ แน่นหน้าอก อาเจียนหนัก

โดยในเวลาต่อมา มีการนำเสนอข่าวว่า ผลไม้ป่าที่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียกินเข้าไปนั้น คือ ลูกจันดง

วันที่ 6 พฤษภาคม นายวรดล แจ่มจำรูญ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอนุกรมวิธานพืช หอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์ มติชนออนไลน์ ว่า มีเจ้าหน้าที่พื้นที่เกิดเหตุ ส่งตัวอย่างมาให้ดู ผลไม้ป่าที่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียกินเข้าไปนั้นไม่ใช่ลูกจันดง โดยเป็นคนละชนิดกัน เป็นชนิดที่มีผลใกล้เคียงกันและมีฤทธิ์เมาเหมือนกัน แต่ผลไม้ป่าที่เป็นสาเหตุให้นักท่องเที่ยวเจ็บป่วยคือ มะเกลือ 3 เกลอ (Diospyros trianthos Phengkhai) เป็นพืชในวงศ์มะเกลือ (Ebenaceae) เป็นไม้ต้น เปลือกต้นสีดำ ผลสุกสีเหลือง พบกระจายพันธุ์ในจังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ธานี ผลดิบของพืชวงศ์นี้มักใช้เป็นยาถ่ายพยาธิและมี tannin จำนวนมากอาจมีฤทธิ์เบื่อเมา ผลที่สุกแล้วจะมีพิษมาก รับประทานเข้าไปจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ถ่ายบิด ถ้าแพ้มากก็อาจจะทำให้เสียชีวิตได้

นายวรดลกล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ทราบว่า ผลไม้ป่าชนิดนี้มีพิษ ไม่มีใครรับประทาน คาดว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะไปเที่ยวกันเองแล้วทดลองกิน จึงเกิดอาการดังกล่าวขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เผยผลไม้ป่า ที่นักท่องเที่ยวรัสเซียกิน คือมะเกลือสามเกลอ ใช้ถูกต้องมีสรรพคุณเป็นยา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...