โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กางข้อมูลโต้ฝ่ายค้านปมซื้อไฟฟ้าRE Big Lot ไม่ทำค่าไฟแพง

The Better

อัพเดต 22 เม.ย. 2568 เวลา 00.46 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 23.00 น. • THE BETTER
สนพ.ยันยกเลิกสัญญาซื้อไฟพลังงานหมุนเวียนไม่ได้ หวั่นสองมาตรฐาน ชี้ค่าไฟไม่เพิ่มแต่ช่วยลดต้นทุนขายส่งปีละ 4.57 พันล้าน ขณะที่ช่วยวางระบบพลังงานสะอาดของไทยให้มีศักยภาพ

หลังเกิดข้อท้วงติงจากพรรคประชาชนถึงโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy: RE) ปริมาณ 5,200 เมกะวัตต์ (MW) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “RE Big Lot เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่นทุนพลังงานและสร้างภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าในอีก 25 ปีข้างหน้าจนทำให้คนไทยต้องจ่ายค่าไฟแพงกว่าที่ควรเป็นนับแสนล้านบาท

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า โครงการรับซื้อไฟฟ้า RE Big Lot ดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2565 ซึ่งผ่านกระบวนการต่าง ๆ อย่างครบถ้วน และขณะนี้มีการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement: PPA) เป็นส่วนใหญ่แล้ว บางโครงการก็เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ไปแล้วด้วยจึงไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้ หากจะยกเลิกเฉพาะบางโครงการที่ยังไม่ได้ลงนาม จะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม และกลายเป็นการปฏิบัติแบบสองมาตรฐานระหว่างโครงการที่ลงนามแล้ว กับโครงการที่ยังไม่ถึงขั้นนั้น

ส่วนประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายกังวลคือผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า แต่ตามข้อมูลของ สนพ. ต้นทุนเฉลี่ยในการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการ RE Big Lot อยู่ที่ประมาณ 2.70 บาทต่อหน่วย ต่ำกว่าค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ยในระบบปัจจุบันของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3.18 บาทต่อหน่วย (ข้อมูลเดือนมีนาคม 2568)

เมื่อพิจารณาแยกประเภทของอัตราค่าไฟฟ้า พบว่า:

พลังงานแสงอาทิตย์: 2.18 บาท/หน่วย

พลังงานลม: 3.10 บาท/หน่วย

พลังงานแสงอาทิตย์รวมระบบกักเก็บพลังงาน (BESS): 2.83 บาท/หน่วย

ดังนั้นการรับซื้อไฟฟ้าจาก RE Big Lot จะช่วยลดค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ยได้ราว 4,574 ล้านบาทต่อปี และยังช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพด้านราคาไฟฟ้าของประเทศในระยะยาว

นอกจากมิติด้านต้นทุนแล้ว โครงการนี้ยังช่วยสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ ได้แก่: ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 30-40% ภายในปี 2573 มุ่งสู่เป้าหมาย “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” ภายในปี 2593 และการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2608

ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกที่ต้องรับมือกับมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ซึ่งกำลังจะมีผลบังคับใช้ในหลายประเทศ

อย่างไรก็ดี การรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 5,200 เมกะวัตต์ จึงไม่ใช่ภาระของประเทศ หากแต่เป็นโอกาสในการวางรากฐานระบบพลังงานที่สะอาด มั่นคง และแข่งขันได้ในระดับโลก พร้อมทั้งสร้างเสถียรภาพด้านราคาไฟฟ้าให้กับผู้บริโภคในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...