โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรุปข้อพิพาท ทำไม “เนสกาแฟ” ถูกศาลสั่งห้ามผลิตและจำหน่ายในไทย

Thairath Money

อัพเดต 11 เม.ย. 2568 เวลา 09.30 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2568 เวลา 09.30 น.
ภาพไฮไลต์

กลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงวงกว้าง จากกรณีข้อพิพาททางธุรกิจระหว่างเนสท์เล่และบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด หรือ QCP ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างเนสท์เล่และกลุ่มมหากิจศิริ ถือหุ้นร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2533 แบบ 50/50 โดยมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 500,000,000 บาท

ภายใต้สัญญานี้ เนสท์เล่มีอำนาจบริหาร ผลิตและจัดจำหน่าย รวมทั้งการทำการตลาดผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ โดยเทคโนโลยีเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของเนสท์เล่ ต่อมาในปี 2564 เนสท์เล่แจ้งยุติสัญญาการให้สิทธิผลิตกับ QCP และมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายตั้งแต่ 31 ธ.ค. 2567

แต่หลังจากสัญญายุติ ผู้ถือหุ้นของทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงเรื่องการดำเนินงานในอนาคตของบริษัทฯ ได้ จึงทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายขาดสะบั้นลง

ตามมาด้วยกรณีฟ้องร้องโดยนายเฉลิมชัย มหากิจศิริ หนึ่งในผู้ถือหุ้น QCP ที่ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งมีนบุรีเพื่อให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ศาลแพ่งมีนบุรีออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามมิให้เนสท์เล่ผลิต ว่าจ้างผลิต จำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูป โดยใช้เครื่องหมายการค้า Nescafé ในประเทศไทย

ทั้งนี้ ฝั่งเนสท์เล่เคลื่อนไหวโดยออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยต่อผลกระทบในวงกว้างจากคำสั่งศาลแพ่งมีนบุรีที่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามบริษัทผลิต ว่าจ้างผลิต จำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูป ภายใต้แบรนด์ “เนสกาแฟ” ในประเทศไทย

โดยระบุว่าคำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นโดยที่ยังไม่ได้มีโอกาสเสนอข้อเท็จจริงต่อศาล แต่ยืนยันให้ความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม และปฏิบัติตามคำสั่งศาล พร้อมดำเนินการยื่นคัดค้านและนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อขอให้มีการพิจารณาใหม่

นอกจากนี้ เนสท์เล่ยังระบุอีกว่า คำสั่งนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทเท่านั้น แต่ยังกระทบถึงผู้ประกอบการรายย่อย ร้านกาแฟขนาดเล็ก ซัพพลายเออร์ เกษตรกรไทยผู้ปลูกกาแฟและเกษตรกรโคนมในประเทศที่จัดส่งวัตถุดิบให้กับผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ โดยแต่ละปี เนสกาแฟรับซื้อเมล็ดกาแฟดิบพันธุ์โรบัสต้าในไทยมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณผลผลิตรวมของประเทศ

ในแถลงการณ์ยังระบุว่า “คำสั่งห้ามผลิตในประเทศ ทำให้ร้านค้าปลีกจำนวนมากไม่สามารถสั่งซื้อสินค้าเพิ่มเติม และอาจกระทบต่อรสชาติและความต่อเนื่องทางธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อยอย่างมีนัยสำคัญ”

“เนสท์เล่” ลั่นพร้อมสู้กลับ คำสั่งศาลสะเทือนห้ามผลิต-ขายเนสกาแฟ

ล่าสุด “เนสท์เล่” ยืนยันที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่ในการแก้ไขสถานการณ์นี้ ผ่านการดำเนินการยื่นคำร้องคัดค้านเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าวต่อศาล พร้อมยื่นข้อมูลที่ครบถ้วนแก่ศาลแพ่งมีนบุรีเพื่อการพิจารณาคำร้อง

ทั้งนี้ เนสท์เล่เป็นยักษ์ใหญ่อาหารและเครื่องดื่มโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอกว่า 2,000 แบรนด์ และสินค้าตลาดกว่า 180 ประเทศทั่วโลก โดยเนสท์เล่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 130 ปี และได้ลงทุนในไทยไปแล้วกว่า 22,800 ล้านบาท ในระหว่างปี 2561-2567

ผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี ของบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด (QCP) ดังนี้

  • ปี 2566 รายได้รวม 17,183 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,067 ล้านบาท
  • ปี 2565 รายได้รวม 17,115 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,403 ล้านบาท
  • ปี 2564 รายได้รวม 15,459 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,704 ล้านบาท

นั่นจึงทำให้เราต้องจับตาดูกันต่อไปว่าสมรภูมิในครั้งนี้จะจบลงอย่างไร ทางออกที่ดีที่สุด และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งเกษตรกร ผู้บริโภค และพ่อค้าแม่ค้า จะได้รับคำตอบอย่างไรก็ต้องคงติดตามกันต่อไป

อ่านข่าวการตลาด และเทรนด์ กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรุปข้อพิพาท ทำไม “เนสกาแฟ” ถูกศาลสั่งห้ามผลิตและจำหน่ายในไทย

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...