โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดนาทีนักโทษแหกคุกโคราช วงจรปิดเห็นเข้าไปซ่อนในร้านอาหาร เจอแจ้งข้อหาหนัก

แนวหน้า

เผยแพร่ 05 ก.พ. 2568 เวลา 17.00 น.

เผยนาทีนักโทษชายแหกคุกโคราช ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ค้นหา เจอวงจรปิดจับภาพขณะเข้าไปหลบอยู่ในร้านอาหารไม่ไกลจากเรือนจำ หิ้วตัวกลับเข้าคุกเตรียมแจ้งข้อหาหนัก

6 ก.พ.68 ความคืบหน้ากรณีนักโทษชายแหกคุกออกจากเรือนจำกลางนครราชสีมา ทราบชื่อต่อมาคือ นายกันต์พจน์ คำชลทา อายุ 24 ปี ต้องโทษคดีครอบครองยาบ้า จำนวน 183 เม็ด ถูกจับกุมดำเนินคดีในพื้นที่ สภ.เมืองนครราชสีมา และถูกตัดสินจำคุกเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา โดยนักโทษชายคนดังกล่าวได้ปีนอาคารเรือนนอนชั้น2 แล้วกระโดดข้ามกำแพงข้างเรือนจำที่ด้านบนติดตั้งทั้งลวดหนาม และสายไฟฟ้า ก่อนหลบหนีออกไป

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางนครราชสีมาได้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา รวมกว่า 50 นาย กระจายลงพื้นที่ค้นหาบริเวณโดยรอบเรือนจำทั้งป่าละเมาะ วัด และชุมชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา

ต่อมาเมื่อเวลา 16.15 น. เจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมตัวนักโทษชายกันต์พจน์ได้ โดยภาพวงจรปิดของร้านอาหารแห่งหนึ่งสามารถจับภาพนักโทษชายกันต์พจน์ที่หลบหนีออกจากเรือนจำวิ่งเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในร้านอาหาร ซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางนครราชสีมา ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนักโทษชายกันต์พจน์ขึ้นรถคุมขังเพื่อส่งไปเข้าเรือนจำกลางนครราชสีมา พร้อมกับเตรียมดำเนินคดีเพิ่มโทษให้หนักขึ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบถามสาเหตุที่หลบหนีออกจากเรือนจำ แต่นักโทษชายกันต์พจน์ไม่ยอมตอบคำถาม

ด้านชาวบ้านที่พบเห็นนักโทษขณะหลบหนีออกจากเรือนจำ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่บริเวณด้านหน้าเรือนจำ สักพักได้ยินเสียงเหมือนอะไรดังอยู่ด้านบนหลังคาร้านนวด ที่เป็นร้านสวัสดิการของทางเรือนจำ และเห็นตัวนักโทษชายคนดังกล่าวกระโดดลงมา โดยเมื่อนักโทษชายเห็นตนก็ได้หันมามองหน้า ก่อนวิ่งหลบหนีไป ซึ่งเมื่อตนเห็นการแต่งกายครั้งแรกตนรู้ทันทีว่าเป็นนักโทษหลบหนี ตนจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบเรื่องดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...