โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

แพทย์หญิงทหารฟานอวี้ มี E-BOOK เล่ม 1-2 จบ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 08 ก.พ. 2567 เวลา 13.45 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2567 เวลา 13.45 น. • ไป๋หลันฮวา
ฟานอวี้แพทย์หญิงทหารประจำการอยู่ชายแดน ระหว่างปฏิบัติงานได้ช่วยเหลือคนไข้จนเสียชีวิตและวิญญาณได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างท่านหญิงสี่แห่งแคว้นลู่ ไหนต้องพบเจอเด็กน้อยเช่นเขาอีก!

ข้อมูลเบื้องต้น

ฟานอวี้แพทย์หญิงทหารประจำการอยู่ชายแดน ระหว่างปฏิบัติงานได้ช่วยเหลือคนไข้จนเสียชีวิตและวิญญาณได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างท่านหญิงสี่แห่งแค้นลู่ ไหนต้องพบเจอเด็กน้อยเช่นเขาอีก!

“เจ้าจิ้งจอกอัปลักษณ์ จะกลับแล้วรึ?”

เสียงนั้น! เป็นเสียงขององค์ชายสามเว่ยหลงอัน องค์รัชทายาทแห่งแคว้นเว่ย ทำเอาเว่ยหลงเจี๋ยเด็กน้อยผู้นี้ทั้งอายและโกรธเคืองอย่างมาก ที่ชายหนุ่มนั้นพูดจาล่อเลียนใบหน้าของเขาเสียงดังต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้

“เหตุใดเจ้าต้องคอยกล่าวล้อเลียนข้าเช่นนี้ด้วย ข้าไปทำอะไรให้กับเจ้า? เจ้าถึงได้กล่าวล้อเลียนข้าไม่หยุด?”

“ก็เจ้ามันอัปลักษณ์จริง ๆ นี้ อีกทั้งสมองพิการปัญญาอ่อนอีก ถ้าข้าเป็นเจ้าข้าจะไม่ทนมีชีวิตอยู่ต่อ เพื่อให้ราชวงศ์เว่ยอับอายขายขี้หน้าเช่นนี้หรอกนะ! ข้าจะกระโดดลงแม่น้ำฮวงโหฆ่าตัวตายยังจะดีเสียกว่า 555”

เว่ยหลงเจี๋ยได้ยินเช่นนั้น เขาก็ร้องไห้ออกมา

“ฮื้อ…..ทำไมพวกเจ้าถึงได้ใจร้ายเช่นนี้! รังแกได้แม้กระทั้งเด็กอย่างข้า ข้าจะฟ้องเสด็จพ่อให้ลงโทษพวกเจ้า”

“เจ้าคิดว่าเสด็จปู่จะเชื่อเจ้าหรือข้ามากกว่ากัน? ระหว่างข้าที่เป็นองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเว่ยกับเจ้าแค่อ๋องสมองพิการปัญญาอ่อน เจ้าคิดว่าท่านปู่จะฟังใคร?”

ทำเอาเว่ยหลงเจี๋ยร้องไห้เสียงดังหนักเข้าไปใหญ่ ฟานอวี้ที่เห็นฉากนี้ นางทนไม่ได้เลยรีบเข้ามาปลอบ

“โอ……เจ้าอย่าร้องไห้ไปเลยเด็กน้อย ก็แค่เสียงหมาเห่าหอนเท่านั้น เจ้าอย่าตกใจไป มามาพี่สาวคนนี้จะปลอบโยนเจ้า”

“บังอาจ ต่อหน้าองค์รัชทายาท เจ้ากล้าเสียมารยาทเช่นนี้ได้เยี่ยงไร! เจ้าไม่กลัวถูกตัดหัวรึ?”

#รี้ดท่านใดเจอคำผิด รบกวนแจ้งไรต์ด้วยนะ ขอบพระคุณที่ติดตามค่ะ

นิยายเรื่องนี้แต่งตามจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น สถานที่ไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์ใด ๆ ความรู้เกี่ยวกับวิชาแพทย์และการรักษาเป็นเรื่องสมมุติขึ้นมาเท่านั้น!!! โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

มี E-BOOK เล่ม 1-2 จบ แล้วนะค่ะ

http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDg1NzIyOCI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjIwNTg1ODt9

แนะนำแคว้น

แคว้นลู่ เป็นแคว้นเล็กที่สุดในบรรดา 5 แคว้น ประกอบด้วยแคว้นเว่ย แคว้นเฉิน แคว้นหนาน แคว้นเหลียง และแคว้นลู่ แคว้นลู่เป็นแคว้นที่อุดมสมบรูณ์ไปด้วยธรรมชาติ มีแม่น้ำหลายสายมาบรรจบรวมกัน และมีภูเขาที่สวยงาม อากาศที่ดี ประชากรส่วนใหญ่ 80% ประกอบอาชีพเกษตรกร เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ อีก 15% เป็นพวกบัณฑิตและขุนนางในราชสำนัก และอีก 5% ประกอบอาชีพหนึ่งที่สำคัญคือการเลี้ยงม้าโลหิตไว้ค้าขายกับแคว้นอื่น ๆ ที่ต้องการม้าศึก

แต่ด้วยภูมิประเทศของแคว้นลู่ที่มีภูเขาล้อมรอบ ทำให้ศัตรูรุกรานได้ยาก และที่สำคัญเส้นทางการเข้าสู่เมืองหลวงก็สลับซับซ้อนด้วยภูเขาที่มากมายและเส้นทางที่ไม่ราบรื่น ทำให้เกิดศึกสงครามน้อยครั้ง ทว่าแคว้นลู่กลับเป็นแคว้นค้าขายด้านเสบียงอาหารและส่งออกรายใหญ่กับแคว้นอื่น ๆ อีกทั้งจำนวนประชากรน้อยกว่าแคว้นอื่น เพราะสมัยบรรพบุรุษของแคว้นลู่มีกฎระเรียบจารีตการแต่งงานที่เคร่งครัดอย่างมาก ให้สามีมีภรรยาแค่คนเดียว ห้ามมีภรรยารองหรืออนุ หรือแม้แต่สตรีอุ่นเตียง ถ้าอยากมีภรรยาใหม่ ต้องหย่าร้างกันก่อน จึงจะสามารถมีภรรยาใหม่ได้ ไม่เหมือนกับแคว้นอื่น ๆ ที่สามารถมีภรรยาได้หลายคน

โดยเฉพาะแคว้นเว่ย ที่มีประชากรมากที่สุด เลยทำให้แคว้นเว่ยมี กองกำลังทหารมากที่สุด ฮ่องเต้ของแคว้นเว่ยแบ่งการปกครองแบบกระจายอำนาจให้กับอ๋องแต่ละคน มีทั้งหมด 7 อ๋องด้วยกัน แต่อ๋องที่มีบทบาททางการทหารมากที่สุดก็จะเป็นพระเอกของเรานั่นเอง นั่นก็คือท่านอ๋องห้า เว่ยหลงเจี๋ย อีกตำแหน่งหนึ่งคืออ๋องซือเจิ้ง เพราะได้รับฉายาว่าจิ้งจอกขาวเจ้าเล่ห์ฉลาดเป็นกรด อีกทั้งยังเชี่ยวชาญด้านวรยุทธ์การต่อสู้ ด้วยอายุเพียง 18 ปี ก็สามารถเอาชนะข้าศึกได้ในตอนที่แคว้นเฉินทำสงครามต้องการตียึดเมืองเฉียงโจวที่เป็นเมืองอำเภอของแคว้นเว่ยติดชายแดนแคว้นเฉิน โดยการเอาชนะแม่ทัพใหญ่ของแคว้นเฉินนามว่าเฉินฉู่ แคว้นเฉินได้รับผลกระทบจากการทำศึกสงครามครั้งนั้นอย่างหนัก เลยทำให้แคว้นเฉินเงียบหายจากการทำศึกสงครามทางชายแดนไปอีกนานด้วยกลยุทธ์การทำศึกของอ๋องซือเจิ้ง

แคว้นเฉินปกครองด้วยระบบอำนาจทางการทหาร อำนาจอยู่ในมือของแม่ทัพแต่ละนาย เน้นทำศึกสงครามมากที่สุด ส่วนแคว้นหนานเน้นการค้าขายอาวุธสงคราม เหมืองแร่ และมีอ๋องหนานมู่ที่ชื่นชอบการใช้พิษ

แคว้นเหลียงเรียกได้ว่าเป็นแคว้นที่ผลิตหมอเป็นว่าเล่น เสมือนวิทยาลัยหมอเลยก็ว่าได้! เนื่องจากองค์หญิงจวิ้นจู่ พี่สาวของฮ่องเต้แคว้น เหลียงองค์ปัจจุบัน ได้รับสืบทอดวิชาแพทย์จากบรรพบุรุษเป็นอาจารย์หมอของแคว้นเหลียงเชี่ยวชาญด้านการรักษาโรค การฝั่งเข็ม สมุนไพร และการใช้พิษ โดยเฉพาะการใช้พิษ ซึ่งเป็นที่ยำเกรงต่อทั้ง 4 แคว้น

ข้ามเวลามาเป็นท่านหญิงสี่

ตุ้ม!!!! เสียงระเบิดจากการปะทะกับกองกำลังผู้ก่อการร้ายระดับชาติทำให้แพทย์หญิงทหารฟานอวี้ถูกลูกหลงจากแรงระเบิด เนื่องจากกำลังช่วยปฐมพยาบาลนายทหารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เลยทำให้นางเสียชีวิตคาที่ ภาพทุกอย่างก็ดับไป "จบแล้วชีวิตฉัน!!! (คนสวยเพลียจิต) ฉันเพิ่งจะอายุครบ 30 ปี เองนะ สามีก็ยังไม่มี เฮ้อ! กรรมกรุจริง ๆ"

เพื่อน ๆ ของเธอที่ไม่สามารถเข้ามาช่วยเธอออกจากแรงระเบิดครั้งนี้ได้ อึ้งกันหมดทำอะไรไม่ถูก โดยเฉพาะหย่วนซี พยาบาลสาวเพื่อนสนิทของเธอที่โตมาด้วยกันในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แทบช็อกและร้องไห้เสียใจอย่างมาก ทว่าการเป็นบุคคลกรทางการแพทย์ในกรมทหารและยังเป็นกรมทหารหน่วยรบพิเศษอีกด้วย

ในอาชีพนี้เห็นความเป็นความตายมานักต่อนัก เลยทำให้หย่วนซีและเพื่อน ๆ ของเธอมีสติกับเหตุการณ์ครั้งนี้ และยังคิดอีกว่าก็คงจะมีสักวันที่เป็นวันของพวกเราที่ต้องตายเพื่อชาติเพื่อแผ่นดินเหมือนอย่างเพื่อนของเธอ

ณ แคว้นลู่

“ท่านหญิงๆๆๆ ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ ท่านหญิงหลับไปหลายชั่วยามแล้ว มาทานยาก่อนนะเจ้าค่ะ ไข้จะได้ลดลง”

เสียงใส ๆ แจ๋ว ๆๆ ของสาวใช้คนสนิทข้างกายลู่ชิงอวี้ ท่านหญิงสี่แห่งแคว้นลู่ ที่เกิดจากแม่ทัพลู่อวี้ พระอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน (ไม่รับยศชินอ๋อง) และฮูหยินลู่หลิน พระมารดาเชื้อสายแคว้นเหลียง ทั้งสองได้ตกหลุมรักกันตอนที่ท่านแม่ทัพลู่อวี้ได้เดินทางพาพี่ชาย (ฮ่องเต้ปัจจุบัน) ลู่จิ่งอวี้ ไปรักษาอาการบาดเจ็บจากการโดนวางยาพิษของศัตรูในราชสำนัก

โดยน้องสาวของเหมยหลิน (ชื่อเดิมฮูหยินลู่หลิน) เป็นผู้รักษา ทั้งสองได้เจอกันในตอนนั้น ฮูหยินลู่หลินอายุเพียง 16 ปี ส่วนท่านแม่ทัพลู่อวี้อายุได้เพียง 18 ปี เท่านั้น ทั้งสองแต่งงานกันจนบัดนี้มีลูกด้วยกัน 4 คน ได้แก่ ลู่เหวินอวี้แฝดพี่ท่านชายใหญ่ ลู่หยางอวี้แฝดน้องท่านชายรอง ลู่เทียนอวี้ท่านชายสาม และลู่ชิงอวี้ท่านหญิงสี่

ฟานอวี้งุนงงกับเสียงนี้

“นี้ฉันมาอยู่ที่นี้ได้ไงว่ะเนี้ย!!!”

สักพักความทรงจำบางอย่างของร่างเดิมก็กลับเข้ามาในหัวของฟานอวี้

“ตายแล้ว!!! นี้เราข้ามภพมาหรอนี้ ในประวัติศาสตร์ไม่มีประเทศเหล่านี้นะ หรือจะมีอีกโลกหนึ่งหรือว่ะเนี้ย!!! เฮ้อกรรมกรุจริงๆๆๆๆ"

ฟานอวี้ในร่างลู่ชิงอวี้ที่กำลังบ่นกับชีวิตของตัวเองทำให้ เฟ่ยเฟ่ย สาวใช้คนสนิทถึงกับไปไม่ถูกกับคำพูดแปลก ๆ ของท่านหญิง

“ท่านหญิง บ่าวว่าเดี่ยวบ่าวไปตามท่านชายท่านพี่ๆ ของท่านมาก่อนนะเจ้าค่ะ”

“ไม่ต้องหรอก เธอมานี้หน่อย ไม่สิ!!! เจ้ามานี้ทีข้ามีเรื่องจะถามเจ้าก่อน ส่วนอาการไข้ของข้า เจ้าไม่ต้องห่วงตอนนี้ดีขึ้นบ้างแล้ว”

“เจ้าค่ะ”

“เออคือว่า ข้าอายุเท่าไหร่แล้วนะ?”

“ท่านหญิง!!!! เฟ่ยเฟ่ยตกใจกับคำถามนี้”

“เจ้าอย่าตกใจและอย่าพึ่งบอกใคร ข้าความจำเสื่อมแค่เล็กน้อย สาเหตุอาจจะเป็นเพราะป่วยบ่อยเกินไป ข้าไม่อยากทำให้ท่านพ่อท่านแม่และท่านพี่ต้องกังวล เจ้าช่วยบอกข้าทีได้หรือไม่?”

“เฮ้อ!!!”

เฟ่ยเฟ่ยเพลียจิต

“ท่านหญิงอายุ 13 หนาวแล้วเจ้าค่ะอีกไม่กี่ปีก็จะปักปิ่นแล้ว”

“แล้วข้าต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน หมายถึงหน้าที่ท่านหญิงอย่างข้าไง”

เฮ้อ! เฟ่ยเฟ่ย เครียด

“ท่านไม่ต้องทำอะไรมากมายเหมือนกับท่านพี่ ๆ ของท่านหรอกเจ้าค่ะ ส่วนหน้าที่ของท่านก็ไม่มีอะไรมาก เพราะร่างกายของท่านอ่อนแอป่วยบ่อย ท่านแม่ทัพและฮูหยินไม่อยากให้ท่านทำอะไรมากจนล้มป่วย ท่านเที่ยวเล่นได้ตามสบายอยู่แต่ในจวนก็พอแล้วเจ้าค่ะ หากท่านเบื่อก็หาอะไรทำอย่างเช่น เย็บปักถักร้อย เล่นเครื่องดนตรี หรือเขียนหนังสือแต่งกลอน ก็ได้เจ้าค่ะ”

เมื่อฟานอวี้ได้ฟังสิ่งที่สาวใช้ข้างกายบอก อยากจะเป็นลม!!!

“เจ้าช่วยไปเชิญท่านพ่อท่านแม่ และพวกพี่ๆ มาทีเถิด!”

"เอ่อ คือว่า เอ่อ!"

"เจ้าไปเถอะ ข้าไม่เป็นไรอะไรมากแล้ว รีบไป!!!"

เฟ่ยเฟ่ยปิดประตูแล้วรีบวิ่งออกไปตามท่านแม่ทัพ ฮูหยิน และท่านชาย สักพักทั้ง 5 คน ก็รีบมาที่ห้องของลู่ชิงอวี้ คนแรกที่เห็นเป็นลู่เหวินอวี้แฝดพี่ ซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่ของแคว้นลู่ ประจำกองทัพเหนือของแคว้นลู่ติดกับแคว้นเว่ย ตามมาด้วยคนที่สองแฝดรองลู่หยางอวี้ เพลย์บอยยุคนี้เลยก็ว่าได้ แต่จริง ๆ แล้วเบื้องหลังเขาคือเจ้าของหอประดับดาว หอหาข่าวกระจายข่าวที่ใหญ่ที่สุดในแคว้น ส่วนอีกคนที่ตามมาคือบัณฑิตหน้าหวานลู่เทียนอวี้ ความเฉลียวฉลาดและการค้าขายต้องยกให้เขาร่ำรวยเป็นว่าเล่น ท่านแม่ทัพลู่กับ ฮูหยินก็ตามมาด้วย

“น้องสี่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง หิวแล้วหรือยัง? อยากกินอะไรไหม? อยากไปเที่ยวกับพี่หรือไม่? พี่ว่าไปดูการแข่งม้ากับพี่ดีกว่า?"

ทั้งสามถามน้องสาวเป็นว่าเล่น เอาใจอย่างสุด ๆ กลัวน้องสาวจะไม่รัก แต่หารู้ไม่ว่าฟานอวี้ในร่างลู่ชิงอวี้ถึงกับตกตะลึงกับหน้าตาของพวกพี่ชายของตัวเอง

“ป๊าดโท้ ไม่! ไม่จริง ทำไมพระเจ้าใจร้ายแบบนี้นะ ให้ผู้ชายหน้าตาดีทั้งสามมาเป็นพี่ชายของฉันหมดนะ ทำไมมม!!!"

"เจ้าสี่เป็นยังไงบ้างแม่กับพ่อเป็นห่วงแทบแย่"

"ลูกหายแล้วเจ้าคะ ท่านแม่ข้าอยากเรียนหมอ ฝั่งเข็ม ใช้สมุนไพรรักษาพิษ ท่านแม่อนุญาตให้ข้าไปเรียนกับท่านน้าเหมยอิงได้หรือไม่? ข้าอยากเป็นหมอเจ้าค่ะ นะท่านแม่นะ!"

"เจ้า!!!!"

แม่ทัพลู่ตกใจกับคำพูดของลูกสาวตัวเองที่กลัวทั้งเข็ม กลัวทั้งเลือดจนเป็นลม ไม่อยากจะเชื่อกับคำพูดของนางที่อ่อนแอขนาดนี้ ไหนเลยจะอยากเป็นหมอรักษาคนป่วยกัน

“นะ! ท่านแม่ท่านพ่อนะ ให้ข้าเรียนหมอเถอะนะเจ้าค่ะ ท่านแม่ท่านพ่อ!!”

ลู่ชิงอวี้ทำหน้าร้องไห้อย่างหน้าเอ็นดูและหน้าสงสาร ทุกคนเห็นก็สงสารและเจ็บปวดใจอย่างที่สุด "ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องได้ด้วยมารยาเด็กนี้ แหล่ะว่ะ!!!"

“ถ้าน้องสี่อยากเรียน ก็ให้เรียนเถอะขอรับท่านพ่อท่านแม่ น้องสี่อยากเป็นหมอเหมือนกับท่านน้าเหมยอิง พี่ก็ว่าดีนะจะได้ทำประโยชน์ให้กับแคว้นลู่ด้วย แคว้นลู่คาดแคลนหมออยู่พอดี มีแต่หมดหลวงในวังไม่ค่อยมีหมอที่อยากรักษาราษฎร์ชาวบ้านหรอกขอรับ ฮ่องเต้ก็กังวลพระทัยอย่างมาก อยากให้ลูกขุนนางเรียนหมอบ้าง แต่ไม่มีใครอยากให้ลูกเรียนหมอ เอาแต่ผลักดันให้เรียนบัณฑิตเพื่อสอบจองหงวนกันทั้งนั้น”

ลู่เหวินอวี้สนับสนุนน้องสาวเต็มที่ เพราะอาจจะเป็นประโยชน์ต่อแคว้น หากมีศึกสงคราม ทหารบาดเจ็บล้มป่วยก็จะได้รักษาทันเวลา"

“ก็ได้ รอเจ้าหายดีก่อน ร่างกายแข็งแรงกว่านี้ พ่อกับแม่จะส่งเจ้าไปอยู่กับท่านน้าเหมยอิงที่แคว้นเหลียง”

แม่ทัพลู่อวี้อ่อนใจกับพวกลูกชาย ๆ ของตนเองที่เอาแต่เข้าข้างน้องสาว จนนางเอาแต่ใจอยู่เรื่อยมา

“เย้!!! ข้ารักท่านพ่อท่านแม่ที่สุด"

ลู่ชิงอวี้หอมแก้มท่านพ่อ 1 ที และท่านแม่อีก 1 ที ทำให้สองท่านยิ้มหน้าบาน ส่วนพวกพี่ชายนะหรอ! ทำตาเขียวปัดแบบไม่พอใจ

“หอมพี่ด้วยสิ น้องพี่" ลู่หยางอวี้เตือนน้องตามด้วยลู่เทียนอวี้

"พี่ด้วย"

"ข้าจะหอมทุกคนเลย อิอิอิ!!!"

ลู่ชิงอวี้เขินอายจนหน้าแดง แล้วก็หอมแก้มพี่ชายทุกคน ๆ ละ 1 ที พี่ชายยิ้มหน้าบานหลงรักน้องสาวของตัวเองอย่างที่สุ๊ดดดด!!! สงสัยถ้ามีบุรุษหน้าไหนปรารถนาตามเกี้ยวน้องสาวของพวกเขา อย่าหวังว่าจะสมปรารถนา ข้ามศพพวกข้าไปก่อนเถอะ!!!

โดยเฉพาะลู่เหวินอวี้แม่ทัพใหญ่ ประจำการกองทัพเหนือ ที่เชี่ยวชาญด้านวรยุทธ์ ด้านยุทธศาสตร์การทหาร และด้านกลยุทธ์ศึกสงคราม แม้แต่อ๋องซือเจิ้งท่านอ๋องห้าแห่งแคว้นเว่ย ยังต้องเกรงใจพอสมควร

ทำคลอดให้ฮูหยินแม่ทัพแดนใต้

7 วันต่อมาร่างกายของท่านหญิงลู่ชิงอวี้แข็งแรงมากขึ้น เรียกได้ว่าหายป่วยเลยก็ว่าได้ นางเลยขออนุญาตท่านแม่มาเที่ยวเล่นในตลาด เพราะอยากเห็นความเป็นอยู่ของแคว้นลู่

“ท่านหญิงเจ้าค่ะ เราไปซื้อถังลู่กันเถอะเจ้าค่ะ ข้าอยากกิน"

“เฟ่ยเฟ่ย เจ้ามันจอมตระกะ”

เมื่ออกมาข้างนอกฟานอวี้ให้เฟ่ยเฟ่ยพูดคุยกันธรรมดาไม่ต้องเหมือนอยู่ที่จวน และยังมีหลิวลี้องครักษ์หญิงติดตามมาด้วย ตระกูลหลิวนั่นเป็นตระกูลองครักษ์ของแคว้นลู่มายาวนาน มีความซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อราชวงศ์ลู่อย่างมาก พ่อของหลิวลี้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าองค์รักษ์ฝ่ายในดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับฮ่องเต้และเชื้อพระวงศ์

“ข้าว่าเราแวะกินข้าวที่โรงเตี๊ยมหอประดับดาวกันเถอะ ข้าอยากไปหาพี่รองนะ” เผื่อบางทีมือนี้เราอาจจะได้กินข้าวฟรี ไม่ต้องจ่ายเงิน 555”

ลู่ชิงอวี้พูดอย่างอารมณ์ดีที่จะได้ผลาญเงินพี่รองของนาง แต่มีหรอที่พี่รองลู่หยางอวี้จะไม่ยอม น้องสาวคนเดียวของเขานะ อะไรก็ยอมให้ทั้งนั้น กะอี้แค่ข้าวมือเดียว

ระวังทางพวกนางกำลังจะเดินไปโรงเตี๊ยม ได้มีรถม้าเร่งรีบจากที่ไหนไม่รู้รีบวิ่งผ่านทำให้เกือบชนเฟ่ยเฟ่ย ดีที่หลิวลี้ดึงนางมาได้ทันเวลาด้วยกำลังภายใน ลู่ชิงอวี้ก็เกือบจะโดนเหมือนกัน ดีที่นางว่องไววิ่งหลบเร็วกว่าถึงแม้จะไม่มีกำลังภายใน แต่นางเป็นหมอทหารหน่วยรบพิเศษมาก่อนนะ ฝึกหนักโหดไม่แพ้ทหารมีหรอจะพลาด ลู่ชิงอวี้ไม่สบอารมณ์อย่างมาก เลยวิ่งไปขัดขวางรถม้าคันนั้น

“เจ้าจะรีบไปตายที่ไหนกัน เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังทำให้คนอื่นลำบากไปทั่ว!โดยเฉพาะข้าและคนของข้า เกือบโดนรถม้าของเจ้าเหยียบตายแล้ว รู้หรือไม่!!!”

นางเกียจที่สุดคือคนที่ทำลายชีวิตผู้อื่นด้วยความประมาท เพราะนางเป็นหมอ หน้าที่ของนางคือรักษาผู้ป่วยให้หาย ยื้อชีวิตคนไข้จากท่านยมบาลกลับมา นี่คือหน้าที่ของหมออย่างนาง

“ต้องขออภัยคุณหนูด้วยขอรับ นายหญิงของข้ากำลังจะคลอดลูก ข้าต้องรีบเร่งพาไปหาหมอที่โรงหมอหลี่โดยด่วน! ต้องขออภัยด้วยขอรับ”

ทันทีที่คนขับรถม้าบอกกล่าวก็ได้ยินเสียงร้องของผู้หญิงด้านในรถม้า"

“โอ้ย ข้าปวดท้องเหลือเกิน”

เมื่อลู่ชิงอวี้ได้ฟังเหตุผลและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสัญชาตญาณความเป็นหมอนางรีบเข้าไปในรถม้า

“ฮูหยิน ทำใจดีดีไว้นะเจ้าคะ ข้าเป็นหมอเคยทำคลอดมาอยู่บ้าง"

"จริงหรือ? เจ้าช่วยลูกของข้าด้วยนะ แค่ขอให้ลูกของข้าปลอดภัย ข้ายอมทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิต"

ความรักของแม่มันช่างบาดใจลู่ชิงอวี้ที่สุด เพราะเคยเป็นเด็กกำพร้ามาก่อน นางต้องโหยหาความรักนั้นมาโดยตลอดตั้งแต่เด็ก

"ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ข้าจะช่วยสุดความสามารถ"

เฟ่ยเฟ่ยกับหลิวลี้ตกใจเมื่อเห็นลู่ชิงอวี้เข้าไปในรถม้า

"เจ้าเป็นหมอจริงหรือ? อายุแค่นี้จะทำคลอดฮูหยินได้หรือ? ฮูหยินข้าน้อยว่าเราไปโรงหมอดีกว่าเจ้าค่ะ!!!"

สาวใช้ของฮูหยินจางเอ่ยถามและไม่ไว้ใจลู่ชิงอวี้ ส่วนนางไม่สนใจออกคำสั่งทันที

“เฟ่ยเฟ่ยเข้ามาหาข้าในรถม้า ส่วนหลิวลี้รีบไปโรงหมอและแจ้งหมอให้มาหน้าโรงเตี๊ยมหอประดับดาวด่วน ข้าจะทำคลอดที่นี้แหล่ะใกล้ที่สุดกว่าจะถึงโรงหมออีกไกลมาก ฮูหยินน่าจะไม่ไหวแล้ว”

ทันใดนั่นน้ำคร่ำก็แตกออกมาเปรอะเปื้อนกระโปรงฮูหยิน

“เฮ้ย! น้ำคร่ำแตกแล้วเร็วเข้ารีบพาฮูหยินไปหอประดับดาวเร็ว!”

คนขับรถม้ารีบพามาหอประดับดาว เมื่อมาถึงลู่ชิงอวี้ออกคำสั่งทันที

“ไปเรียกท่านชายลู่หยางอวี้มาพบข้าเดี่ยวนี้ บอกว่าน้องสี่ต้องการความช่วยเหลือ”

เสี่ยวเอ้อร์ของร้านก็รีบไปตามท่านชายรองมาทันที

“เกิดอะไรขึ้นเจ้าสี่?”

“พี่รองเร็วเข้า!!! ท่านมาช่วยพาฮูหยินท่านนี้เข้าไปในห้องก่อนเร็ว นางจะคลอดลูกแล้ว"

ลู่หยางอวี้ตกใจอย่างมาก เกิดมาเพิ่งเคยเห็นผู้หญิงจะคลอดลูกก็วันนี้แหล่ะ

"เอ่อ! คือว่า….จะพานางไปยังไงล่ะเจ้าสี่ พี่ต้องอุ้มนางหรือ?"

“พี่รองให้ลูกน้องหาไม้ยาวที่แข็งแรงมา 2 ด้าม และผ้ายาวที่หนามาด้วยนะ เจ้าคะ ข้าจะทำเปลยกคนไข้”

"ห่ะ! อะไรนะ"

ลู่หยางอวี้แคะหูตัวเองว่าได้ยินผิดหรือไม่

"เร็วเข้า!!!!"

เมื่อลูกน้องของลู่หยางอวี้หาไม้และผ้ามาให้เรียบร้อยแล้ว ลู่ชิงอวี้จัดการทำเปลคนไข้โดยผูกผ้าด้วยเงื่อนผูกตายเหมือนผ้าถุงให้ความกว้างของผ้าพอดีที่จะรับตัวฮูหยิน จากนั้นก็เอาไม้ 2 ด้าม ที่แข็งแรงสอดเข้าฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ทดสอบความแข็งแรงก่อน แล้วให้เหล่าลูกน้องของพี่รองมายกฮูหยินเข้าไปในห้องที่จัดเตรียมไว้ ที่ทำแบบนี้เพื่อไม่ให้ชายหญิงต้องตัวกันทำให้เสื่อมเสียเกียรติของฮูหยินท่านนี้ได้

เมื่อพาถึงในห้องเสร็จแล้ว ลู่ชิงอวี้ได้พูดคุยกับนาง

“ฮูหยินท่านว่าลูกของท่านจะเป็นคุณชายหรือคุณหนูเจ้าค่ะ แต่ข้าว่าน่าจะได้ทั้งสองเลยนะเจ้าคะ เหมือนจะเป็นแฝดซะด้วย”

"จริงหรอ! ข้าดีใจอย่างที่สุด หากท่านพี่ได้ทราบข่าวคงดีใจอย่างมาก หากรู้ว่าท้องนี้ได้ลูกแฝด”

ลู่ชิงอวี้พยายามพุดคุยกับคนไข้ให้ไม่เกรงกลัวและวิตกมากจนเกินไป ระวังนั้นนางก็จับท้องและเริ่มดูว่าปากมดลูกขยายไปกี่เซนแล้ว เพิ่งจะประมาณ 4 เซนเอง

"ท่านอดทนไว้ก่อนนะเจ้าคะ ไม่ต้องเกรงหายใจเข้าลึกๆ”

ระหว่างนั้นหมอตำแยหญิง ที่หลิวลี้ไปตามก็มาถึง

“หมอมาแล้วเจ้าค่ะ"

ส่วนเฟ่ยเฟ่ยวิ่งตามหลังหมอตำแยหญิงมาพร้อมกับหลิวลี้

“ไอหย่า ไหนๆ ขอข้าดูหน่อยท้องใหญ่ซะด้วยดูท่าน่าจะคลอดยาก"

"เจ้าเป็นหมอภาษาอะไรกัน! มีหน้าที่ทำคลอดก็ทำไปเถิด อย่าพูดให้มากความจะเสียเวลาเอาเปล่าๆ”

ลู่ชิงอวี้ตัดบทไม่อยากให้หมอตำแยพูดเยอะจนทำให้คนไข้เครียดได้

“ข้าแค่พูดความจริง ท้องของนางใหญ่ขนาดนี้ ไม่รู้จะคลอดได้หรือไม่ หัวเด็กก็ยังไม่ค่อยจะกลับดี อาจต้องรอหัวเด็กกลับก่อนถึงจะทำคลอดได้ นางจะรอไหวไหมละ?"

ลู่ชิงอวี้ได้ยินประโยคนี้ถึงกับปริ๊ดแตก!!!

“หลีกไปข้าจะทำคลอดเอง เจ้าค่อยดูละกันว่าเด็กจะออกมาได้หรือไม่ ไปต้มน้ำร้อนผสมเกลือมาแล้วพักให้เย็น เตรียมเหล้าอย่างแรงมา 1 ไหล และผ้าสะอาดด้วยเอามาให้ข้าข้าจะทำคลอดเอง และเตรียมน้ำอุ่นผสมน้ำตาลมาให้ ฮูหยินดื่มด้วย รีบไป!!!”

ทั้งหมอตำแยและเฟ่ยเฟ่ย รีบออกไปจากห้องเพื่อจัดเตรียมอุปกรณ์ในการทำคลอดตามที่ลู่ชิงอวี้สั่ง สักพักเฟ่ยเฟ่ยนำน้ำอุ่นผสมน้ำตาลมาให้ ฮูหยินดื่มพร้อมทั้งนำอุปกรณ์ที่ลู่ชิงอวี้สั่งเตรียมเข้ามาพร้อม

“ฮูหยินท่านทำใจดีดีไว้นะเจ้าค่ะ ไม่ต้องกังวลท่านจะได้เห็นลูกของท่านขาวๆ อ้วน ๆ หน้าตาน่ารักเหมือนท่านเลยนะเจ้าค่ะ”

ฮูหยินจางนางรู้สึกดีขึ้นมาและพยายามอดกลั้นต่อความเจ็บปวด

ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ช่องคลอดขยายไปถึง 6 ซม. ลู่ชิงอวี้กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรให้เด็กคลอดอกมาได้ง่าย มีดกรีดขยายความกว้างก็ไม่มี นึกถึงอะไรบางอย่างที่กระตุ้นทำให้ช่องคลอดขยายขึ้น (คิดลามกอีกละลู่ชิงอวี้)

“หลิวลี้ไปเอาน้ำมันหมูมาให้ข้าเอาแบบตกตะกอนแล้วนะ”

หลิวลี้รีบไปตามคำสั่งนาย สักพักก็ได้น้ำมันหมูมา

"ฮูหยินอีกประเดี่ยวเริ่มค่อยๆ เบ่งนะเจ้าค่ะ"

ลู่ชิงอวี้ล้างมือด้วยเหล้าแล้วใช้น้ำมันหมูทาบนนิ้วมือแทนสารหล่อลื่นล่วงเข้าไปในช่องคลอด เพื่อดูว่าปากมดลูกขายถึงไหนแล้ว

“8 เซน แล้ว! เริ่มเบ่งได้เลยเจ้าค่ะ เหมือนเด็กจะกลับหัวแล้วด้วย เอานะเจ้าค่ะ เบ่ง!! อือเอ้าเบ่งอือ………อือ………อือ……….หัวออกมาแล้วเบ่งอีกเจ้าค่ะ อือเอ้าเบ่งอือ………” อุ้งแงะ………อุ้งแงะ……….

เมื่อเด็กออกมาแล้วฟานอวี้เรียกหาเฟ่ยเฟ่ยทันที

“เฟ่ยเฟ่ยตามหมอตำแยมาตัดสายสะดือเร็ว!”

ทันใดนั้นหมอตำแยก็เข้าพร้อมด้วยความตกใจที่เห็นลู่ชิงอวี้เด็กหญิงอายุแค่ 13 หนาวทำคลอด

“มัวอ่ำอี้งอยู่อะไร ตัดสายสะดือเด็กสิ!"

ลู่ชิงอวี้ตวาดหมอตำแย และหันมาพูดคุยกับฮูหยิน

"ฮูหยินได้คุณชายน้อยนะเจ้าค่ะ อดทนอีกนิดนะเจ้าค่ะ อีกแค่ครั้งเดียว เอ้า!เบ่ง อือ………….."

ฮูหยินจางหน้าซีดมาก เสียเลือดไปเยอะ แต่ก่อนจะคลอดลู่ชิงอวี้ก็ให้ดื่มน้ำตาลเข้าไปเพื่อบำรุงเลือดที่เสียไปมาก

“ฮูหยิน ทางต้องเข็มแข็งนะเจ้าค่ะ เพื่อลูกของท่าน ท่านต้องสู้!!!”

"ได้ข้าจะสู้ มาต่อเถิด"

"เอ้า!!!เบ่งฮือ……….."

ทันใดนั้นเด็กทารกอีกคนก็ออกมา

“ฮูหยิน ลูกของท่านอีกคนคือคุณหนูน้อยเจ้าค่ะ"

"จริงหรอ!!! ไหนข้าขอดูหน้าทีเถิด”

จากนั้นฮูหยินจางก็หมดสติไป

“ฮูหยิน!!!”

ลู่ชิงอวี้รีบตรวจจับชีพจรเต้นอ่อนลงมาก และเหมือนฮูหยินจะหยุดหายใจ

“ไม่ได้การล่ะ! หลิวลี้เจ้าอยู่ไหน?"

"เจ้าค่ะท่านหญิง"

"เจ้ามาช่วยข้าจัดท่าทางฮูหยินให้นอนราบเร็วเข้า!!!"

แม่ทัพจางโหวหยางเมื่อทราบข่าว ก็ได้เดินทางมาถึงหน้าโรงเตี๊ยมหอประดับดาวแล้วรีบเข้าไปหาฮูหยินของเขา

“ฮูหยินเจ้าอย่าเป็นอะไรนะ อย่าทิ้งลูกกับข้าไปนะ ฮูหยินตื่นสิ!!!”

แม่ทัพจางเข้ามากอดฮูหยินและร้องเรียกนางตลอดเวลา

“ท่านเป็นสามีของนางหรือ?"

"ข้าเองแม่ทัพจาง"

"ท่านแม่ทัพข้าว่าท่านถอยออกไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ ฮูหยินของท่านเส้นชีพจรเต้นอ่อนมาก ข้าต้องทำ CPR ปั้มหัวใจของนางให้กลับมาเต้นตามปกติ"

"ว่ายังไงนะ!!! อะไรคือ CPR"

"ก็คือการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น ท่านออกไปก่อน ไม่เช่นนั้น ข้าไม่สามารถยื้อชีวิตฮูหยินของท่านกลับมาจากปรโลกได้แน่!!!”

แม่ทัพจางรีบขุกเข่าตรงหน้าลู่ชิงอวี้ แต่ลู่ชิงอวี้ไวกว่า รีบประคองท่านแม่ทัพไม่ให้ขุกเข่า

“ท่านแม่ทัพอย่าทำเช่นนี้"

"ได้โปรดช่วยฮูหยินของข้าด้วย ข้าขอร้องล่ะ!!"

"ได้ท่านรีบออกไปก่อนเร็วเข้า!!!"

แม่ทัพจางยอมออกไปจากห้อง ลู่ชิงอวี้หายใจเข้าลึก ๆ และเริ่มทำการปั้มหัวใจให้ฮูหยินจาง

“1 2 3 กด 123 กด 123 กด”

ลู่ชิงอวี้ทำ CPR เป็นจังหวะไปเรื่อย ๆ แต่เส้นชีพจรของฮูหยินก็ยังไม่เต้นกลับมาเหมือนปกติ แต่มีหรือที่นางจะยอมแพ้? ไม่มีทาง! เพราะนางเป็นถึงคู่อริต่อท่านยมบาลเชียวนะ!!! ก่อนที่นางจะข้ามภพมา นางเป็นแพทย์ที่แย่งยื้อชีวิตทหารและผู้ป่วยหลายคนที่มีอาการโคม่ากับท่านยมบาล นางสามารถรักษาและพาพวกเขากลับสู้อ้อมกอดของครอบครัวได้ แต่ก็มีบางคนที่นางไม่สามารถช่วยไว้ได้ นางรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะแพทย์คือผู้รักษาชีวิต แม้จะเก่งกาจแค่ไหน แต่นางก็ยังต้องแพ้ต่อโชคตะชาของมนุษย์อยู่ดี!!!

ผ่าน 1 เคอ (15 นาที)

“1 2 3 กด 123 กด 123 กด”

หลิวลี้ที่เห็นเหตุการณ์ นางย่อท้ออย่างมากไม่คิดว่าฮูหยินจะมีลมหายใจแล้วจบแล้วนางไม่น่าให้ท่านหญิงทำคลอดเลย ส่วนสาวใช้ของฮูหยินที่รอข้างนอกห้องร้องไห้ฟูมฟายและเอาแต่โทษลู่ชิงอวี้

“ข้าไม่น่าเชื่อนางเลย ไม่น่าให้นางทำคลอดฮูหยินเลย ฮูหยินเลยต้องมาจบชีวิตแบบนี้ ฮือ……ข้าฆ่าฮูหยินเอง ฮือ……."

ลู่ชิงอวี้ได้ยินเสียบ่นด่าต่อว่านางของสาวใช้ฮูหยิน นางไม่ใส่ใจ ยังคงปั้ม CPR ต่อไป จนกระทั่งชีพจรของฮูหยินเริ่มกลับมาเต้นได้มากขึ้น

“หลิวลี้ชีพจรกลับมาแล้ว เร็วเข้า! รีบไปตามท่านหมอในโรงหมอมา”

แม่ทัพจางและสาวใช้ฮูหยินก็เข้ามาด้วยความตื่นเต้นและดีใจที่ ฮูหยินพ้นขีดอันตราย

“ฮูหยินของข้าปลอดภัยดีแล้วใช่หรือไม่?”

“ท่านแม่ทัพ ข้าไม่เก่งเรื่องการรักษาทางโบราณ ข้าว่าให้ท่านหมอจากโรงหมอเข้ามารักษาฟื้นฟูอาการของฮูหยินดีกว่า แต่ตอนนี้ฮูหยินของท่านพ้นขีดอันตรายแล้วเจ้าค่ะ”

ระหว่างนั้นหมอจากโรงหมอมีนามว่าท่านหมอหลี่ได้มาถึง

“ท่านแม่ทัพ ช่างอัศจรรย์จริงๆ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย ฮูหยินของท่านช่างมีบุญบารมีแท้พระโพธิสัตว์คุ้มครอง ข้าจะต้มยาบำรุงให้ โปรดรอสักครู่”

ท่านหมอหลี่ก็รีบออกไปต้มยาบำรุง

ลู่ชิงอวี้ได้ยินประโยคที่ท่านหมอหลี่บอกกล่าว รู้สึกเพลียจิต คนสมัยนี้ยังงมงายไม่เลิก แต่อย่างว่า! ที่นางทะลุมิติมาได้มันก็ช่างอัศจรรย์เกินคำบรรยาย นางก็คงต้องคิดดูใหม่สะแล้วว่านางนั้นมีบุญไม่แพ้ฮูหยินเหมือนกัน

สักพักฮูหยินได้ฟื้นขึ้นมาเห็นสามีของนางก็ร้องไห้อย่างดีใจ

"ท่านพี่ นี้ข้ายังไม่ตายใช่หรือไม่เจ้าค่ะ"

"ฮูหยินของข้า เจ้ายังไม่ตาย เจ้าดูสิ! ลูก ๆ ของเราหน้าตาน่ารักหน้าชังเชียวนะ!"

ฮูหยินจางเห็นหน้าของลูกน้อย ก็ร้องไห้และรู้สึกดีใจที่ชีวิตของนางยังไม่ถึงคาด พร้อมหันไปหาลู่ชิงอวี้

“คุณหนูเจ้าค่ะ ขอบใจมากนะที่ช่วยข้ากับลูกๆ ของข้า บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่ลืมเลย ท่านอยากให้ข้าตอบแทนอะไร ข้ายอมทุกอย่างเลย ขอแค่คุณหนูบอกข้า"

"ข้าไม่ต้องการอะไรหรอกเจ้าค่ะ แต่ข้ามีเรื่องหนึ่งไม่ทราบว่าจะขอได้หรือไม่?"

"เจ้าว่ามาเลย เจ้าอยากได้อะไร”

แม่ทัพจางถามลู่ชิงอวี้ถึงเรื่องที่ต้องการ สำหรับผู้มีพระคุณท่านแม่ทัพต้องตอบแทนอย่างดีที่สุด

“ข้าอยากเป็นแม่บุญธรรมของลูก ๆ ของพวกท่าน ได้หรือไม่?"

“ห้าๆๆๆ นึกว่าอะไร ได้สิ! ข้ายินดีอย่างยิ่ง”

แม่ทัพจางหัวเราะชอบใจกับสิ่งที่ลู่ชิงอวี้ร้องขอ

"เย้!!! เจ้าหมูน้อยทั้งสองข้าได้เป็นแม่ของพวกเจ้าแล้วนะ”

แม่ทัพจางและฮูหยินจางต่างชอบใจกับท่าทางของลู่ชิงอวี้ เมื่อภารกิจทำคลอดเสร็จเรียบร้อย ลู่ชิงอวี้ไม่ได้แนะนำการดูแลแผลหลังคลอดเพราะยังมีท่านหมอหลี่ที่ชำนาญด้านสมุนไพรในยุคนี้อยู่แล้ว นางเลยหายห่วง แต่นางมีความคิดที่ว่า

“ไม่ได้การละ ตัวเองโง่จริง ๆ โดยเฉพาะเรื่องยาสมุนไพร การรักษาในยุคนี้หากข้าอยากเป็นหมอ ข้าต้องรีบไปเรียนให้เร็วที่สุด จะใช้การรักษาแบบสมัยใหม่คงจะเป็นไปไม่ได้ เครื่องมือแพทย์ก็ไม่มี ความรู้ด้านการดัดแปลงสมุนไพรมาเทียบกับยาในสมัยปัจจุบันก็ไม่มี เป้าหมายของข้าต้องพัฒนาตัวเองให้สามารถรักษาคนไข้ได้ตามจรรยาบรรณแพทย์ที่ข้าได้เรียนมา เฮ้อ!!! เอาว่ะ ลู่ชิงอวี้ สู้ๆๆๆๆ”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...