โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

โรคระบบทางเดินหายใจ: การให้เวลากับร่างกายเป็นการรักษาอย่างหนึ่ง

The Momentum

อัพเดต 18 ม.ค. 2562 เวลา 10.23 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2562 เวลา 10.23 น. • ชนาธิป ไชยเหล็ก

In focus

  • โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลัน (Acute bronchitis) มีอาการไอเด่น ส่วนใหญ่เกิดหลังจากติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน จึงมักมีอาการคล้ายหวัดนำมาก่อน เสมหะอาจเปลี่ยนจากสีใสเหนียวเป็นสีเหลืองขุ่นโดยไม่จำเป็นต้องติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
  • การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการด้วยยาขยายหลอดลมชนิดพ่น ยาแก้ไอ หรือยารักษาตามอาการอื่นๆ รวมทั้งดื่มน้ำอุ่นมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่และมลพิษทางอากาศ ส่วนใหญ่หายได้เองในระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ ดังนั้นการให้เวลากับร่างกายจึงเป็นการรักษาอย่างหนึ่ง

ผมน่าจะลองถามพ่อแม่ผู้ปกครองของคนไข้เด็กที่นอนโรงพยาบาลดูบ้างว่าเห็นด้วยกับผมหรือเปล่า

กว่าที่อาการของเด็กจะดีขึ้น ไม่รู้ว่าเวลาของพวกเขาหรือของผมที่เดินช้ากว่ากัน

เด็กชายอายุ 3 ขวบ ได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เด็กชายมีอาการไอมาก่อนหน้านี้ 2 วัน คงเป็นเพราะอากาศที่เย็นลงกระตุ้นให้หลอดลมของเขาตีบมากขึ้น

“พ่นยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น” เป็นเหตุผลของการนอนโรงพยาบาลที่หมอเวรบันทึกไว้

*วันที่ 1 *

ผมรับผิดชอบตรวจคนไข้บนหอผู้ป่วยในเลยเจอน้องตอนเช้าของวันถัดมา นอนแบบอยู่กับเตียง มือข้างขวามีสายน้ำเกลือห้อยอยู่ ผมจึงถามแม่ที่นั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงว่า “น้องกินได้เท่าเดิมมั้ย” เพราะเวลาเด็กไอเยอะๆ แล้วมักจะมีอาการอาเจียนตามมา ทำให้กินไม่ค่อยได้

“กินได้แต่นม ข้าวไม่ยอมกินเลย”

ผมให้เด็กชายลุกขึ้นมานั่งแล้วใช้หูฟังทาบที่หน้าอก พร้อมกับสั่งว่า “สูดอากาศให้เต็มปอด” เขาทำตาม แต่ก็ไอโขลกๆ ออกมาก่อน ก่อนหน้านั้นผมได้ยินเสียงวี้ดๆ ของอากาศที่ไหลผ่านช่องแคบๆ

คล้ายว่าปอดของเด็กชายกำลังเป่านกหวีด

อากาศก็เหมือนกับน้ำ นึกถึงเวลาสายยางตีบ ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านก็ลดลง หากเด็กชายต้องการอากาศหายใจเท่าเดิม ย่อมต้องหายใจถี่ขึ้น หรือออกแรงที่ใช้ในการหายใจเพิ่มขึ้น หรือไม่ก็ทั้งสองอย่าง

ผมสั่งยาพ่นขยายหลอดลมทุก 4 ชั่วโมง และน้ำเกลือต่ออีก 1 ขวด สำหรับการรักษาใน 1 วัน

ส่วนการรักษาต่อเนื่อง หมอเวรได้สั่งยาลดไข้ (เผื่อไว้ เด็กชายยังไม่มีไข้เลยตั้งแต่ป่วย) ยาแก้ไอ และยาลดน้ำมูกชนิดน้ำเชื่อมไว้แล้ว  

หมอเวรเมื่อคืนยังบันทึกไว้อีกว่าเอกซเรย์ปอดแล้วไม่พบฝ้าขาว แสดงว่าไม่มีปอดอักเสบติดเชื้อ จึงไม่จำเป็นต้องกินหรือฉีดยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสซึ่งร่างกายกำจัดเชื้อได้เอง แต่ต้องให้เวลาในการต่อสู้และคอยอยู่เคียงข้างร่างกาย หากขาดเหลืออะไรก็จะแสดงอาการออกมา เช่น ปากแห้งและตาโหลลึกเป็นอาการขาดน้ำ

ทั้งนี้เชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจตัวเดียวที่มียารักษาคือ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งต้องมีไข้สูงและอาการปวดหัวหรือปวดเมื่อยตามตัวร่วมด้วย

วันที่ 2

ออกซิเจนแรงดันสูงดันของเหลวในกระบอกแตกตัวเป็นละอองฝอย

หมอกสีขาวกำลังพวยพุ่งออกมาจากหน้ากากพ่นยา ถ้าเป็นที่โรงเรียนแพทย์ที่ผมเคยฝึกจะมีรูปสัตว์ให้เลือกว่าอยากได้หน้ากากอะไร เด็กชายดูสดชื่นกว่าเมื่อวาน ผมถามคำถามเดิมกับคนเฝ้าไข้

“กินได้เท่าเดิมแล้ว” คนเป็นแม่ยิ้มดีใจ

ผมสังเกตเห็นตัวต่อชิ้นใหญ่ต่อกันเป็นรูปทรงบางอย่างวางอยู่ปลายเตียงเลยถามเด็กชายว่า “ของใครเอ่ย” เขารีบเอื้อมมือไปหยิบ เด็กป่วยน้อยหรือมากเห็นได้ชัดจากการกินและการเล่นนี่เอง แต่อย่างไรเสียก็ต้องตรวจร่างกายเพิ่มเติม

“ไหน หมอขอฟังปอดหน่อยครับ” ผมเอื้อมไปแตะหูฟังที่ด้านหลัง เพราะถ้าเข้าด้านหน้าเหมือนเมื่อวานจะเกะกะกับหน้ากากและสายออกซิเจน “สูดอากาศให้เต็มปอดเลย” เขาทำตาม ผมได้ยินเสียงวี้ดๆ ของอากาศที่ไหลผ่านช่องแคบๆ

คล้ายว่าปอดของเด็กชายกำลังเป่านกหวีด

อากาศก็เหมือนกับน้ำ นึกถึงเวลาบีบสายยางแน่นแล้วคลายมือออก ปริมาณน้ำไหลมากขึ้น หากเด็กชายต้องการอากาศหายใจเท่าเดิม ก็ไม่ต้องหายใจเร็วและแรงเท่าเมื่อวานแล้ว

ผมสั่งยาพ่นขยายหลอดลมทุก 4 ชั่วโมง สำหรับการรักษาใน 1 วัน

ส่วนสายน้ำเกลือเอาออกได้

มือจะได้ว่างทั้ง 2 มือ

วันที่ 3

ผมไม่ต้องถามคำถามเดิมแล้ว เพราะตัวต่อกองเกลื่อนบนเตียง

เด็กชายกำลังเล่นสนุก

ผมกลายเป็นคนขัดจังหวะ

“ไหนเล่าให้ฟังหน่อยว่าต่อเป็นรูปอะไร” ผมเดาว่าจะต้องต่อเป็นรูปบ้านแน่นอน เพราะเห็นประกอบประตูบ้านสำเร็จรูปเข้ากับตัวต่อที่เรียงกันเหมือนกับกำแพง แต่ผิดถนัด!

“รถ” เขาตอบ

“ไม่ใช่บ้านหรอ” ผมยังไม่ยอมแพ้ แต่เขายืนยันคำเดิม

“วันนี้ขอกลับบ้านได้ไหมคะ” แม่ของน้องบอกหลังจากผมหันไปสบสายตา

ผมก้มลงเปิดแฟ้มคนไข้บนชั้นวาง พลิกไปหน้าฟอร์มปรอท พยาบาลจะบันทึกสัญญาณชีพตลอดทั้งวันไว้ในหน้านี้ กราฟอุณหภูมิร่างกายแกว่งอยู่ในช่วงปกติ ไม่มีไข้ตั้งแต่แรก ส่วนกราฟชีพจรลดฮวบมาอยู่ในระดับปกติตั้งแต่เมื่อวาน ความดันโลหิตและอัตราการหายใจก็เช่นกัน ดูแล้วน่าจะกลับบ้านได้ไม่มีปัญหา แต่ต้องขอตรวจร่างกายก่อนเหมือนเดิม

ผิดคาด! ผมยังได้ยินเสียงวี้ดๆ ของอากาศที่ไหลผ่านช่องแคบๆ อยู่อย่างไม่เชื่อหู

“สูดหายใจเข้าลึกๆ อีกทีสิครับ” ผมย้ายตำแหน่งฟังเสียงปอดอีก 2-3 จุดก็ยังได้ยินเสียงชัดเจนเหมือนเดิม เพราะถ้าเป็นเสียงวี้ดที่เป็นๆ หายๆ ผมก็ยังพอวางใจให้กลับบ้านได้อยู่หรอก

“พรุ่งนี้นะแม่นะ” ผมให้ความหวัง “ปอดน่าจะดี”

ผมสั่งยาพ่นขยายหลอดลมทุก 4 ชั่วโมง ต่ออีก 1 วัน

วันที่ 4

วันนี้ตัวต่อฉวัดเฉวียนอยู่กลางอากาศ ผมเดาว่าจะต้องเป็นจรวดหรือไม่ก็ยานอวกาศ

แต่ผิดถนัด! เขาต่อเป็นรูปเรือต่างหาก

“วันนี้อยากกลับบ้านรึเปล่าครับ” ผมหยั่งความคิดเด็กชาย

“ไม่” คำตอบของเขาทำเอาทุกคนรอบเตียงฮาครืน

“อ้าว ทำไมล่ะ ไม่อยากกลับบ้านแล้วหรอ” ผมถามย้ำ เขาส่ายหน้า ขณะที่สายตายังจับจ้องไปที่ของเล่น

ผมทาบหูฟังไปที่หน้าอก พร้อมกับสั่งว่า “สูดอากาศเข้าลึกๆ ครับ” เขาทำตาม ได้ยินเสียงหัวใจของผมตื่นเต้นว่าวันนี้จะเป็นไปตามคาดหรือไม่ ผมทดลองเปลี่ยนตำแหน่งฟังอีกทีก็ได้ยินตรงกันว่า “วันนี้ปอดโล่งแล้ว”

“หมอให้กลับบ้านนะ” คนที่ดีใจกลับเป็นพ่อกับแม่

ส่วนคนไข้เริ่มงอแงไม่อยากกลับ

เวลาเยียวยาทุกสิ่ง

4 วัน 4 คืน คือเวลาที่เด็กชายใช้ต่อสู้กับเชื้อโรคจนชนะ ส่วนคนอื่นเป็นแค่โค้ชอยู่ข้างสนาม แม้กระทั่งผมเองก็ทำหน้าที่เพียงสั่งยารักษาตามอาการเท่านั้น

ผมน่าจะลองถามพ่อแม่ของเด็กชายดูบ้างว่าเห็นด้วยกับผมหรือเปล่าว่า “การให้เวลากับร่างกายเป็นการรักษาอย่างหนึ่ง”

 

หมายเหตุ:

บทความนี้เขียนขึ้นก่อนที่จะเกิดปัญหามลพิษทางอากาศในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลช่วงกลางเดือนมกราคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...