โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กาตาร์ มั่งคั่งขนาดไหน ถึงได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 พ.ย. 2565 เวลา 04.16 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2565 เวลา 17.28 น.
People visit the Mall of Qatar, in Doha, Qata AP Photo/Kamran Jebreili)

เซปป์ แบล็ตเตอร์บอกพลาดไปแล้ว เลือก กาตาร์ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ชี้ประเทศเล็กเกินไป และบอลโลกใหญ่เกินไป

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 สำนักข่าว เอพี รายงานว่า ระหว่างที่มหกรรมฟุตบอลโลกใกล้เข้ามา กาตาร์ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมกับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ล่าสุด เซปป์ แบลตเตอร์ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA เมื่อ 12 ปีก่อน เอ่ยว่าตนเองตัดสินใจผิดเองที่เลือกกาตาร์

แบล็ตเตอร์ วัย 86 ปี กล่าวกับหนังสือพิมพ์สวิส Tamedia เป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกนับจากพ้นผิดในคดีใช้เงินผิดประเภทระหว่างบริหารฟีฟ่า

“ประเทศนี้เล็กเกินไปมาก ในขณะที่ฟุตบอลและฟุตบอลโลกใหญ่เกินไปสำหรับการเป็นเจ้าภาพ ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่ดี และผมเองต้องรับผิดชอบในฐานะประธานในตอนนั้น” แบล็ตเตอร์กล่าว

ขณะที่สำนักข่าวเอพี ยังรายงานวิเคราะห์เหตุที่กาตาร์ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก

กาตาร์เป็นประเทศเล็ก ๆ บนคาบสมุทรอาหรับ มีประชากรเพียง 2.9 ล้านคน แต่เป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นประเทศส่งออกก๊าซธรรมชาติรายใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก

ปัจจุบันประเทศนี้ยังเป็นศูนย์กลางการขนส่งระหว่างประเทศ โดยมีสายการบินแห่งชาติที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Qatar Airways

ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ

อดีตชาวกาตาร์อาศัยการดำน้ำหามุกและการตกปลาเพื่อความอยู่รอดเป็นส่วนใหญ่ เช่นเดียวกับส่วนอื่น ๆ ของอ่าวไทย ต่อมามีการค้นพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ได้ทำให้ชีวิตในคาบสมุทรอาหรับเปลี่ยนไปตลอดกาล

ขณะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยและอัตราเงินเฟ้อ แต่กาตาร์และผู้ผลิตพลังงานรายอื่น ๆ ในอ่าวอาหรับได้รับผลประโยชน์จากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นสูง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF คาดว่าเศรษฐกิจของกาตาร์จะเติบโตประมาณ 3.4% ในปีนี้

แม้จะมีการใช้จ่ายจำนวนมากเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 แต่กาตาร์มีรายได้มากกว่าปีที่แล้ว ทำให้มีงบฯเกินดุลที่ต่อเนื่องไปจนถึงปีนี้

ความร่ำรวยของกาตาร์มีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่อง จากการขยายกำลังการผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติจนถึงปี 2025 กองทุนความมั่งคั่งอธิปไตยของ Qatar Investment Authority จัดการและลงทุนเงินสำรองของประเทศ

2แสนล้าน งบฯในการเป็นเจ้าภาพ

รายงานจากดีลอยต์เผยว่า กาตาร์ทุ่มงบฯกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ไปกับโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการพัฒนาอื่น ๆ นับตั้งแต่ชนะการประมูลเพื่อเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022

นอกจากนี้ยังใช้เงินประมาณ 6,500 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างสนามกีฬา 8 แห่งสำหรับการแข่งขัน อย่าง สนามกีฬา อัล จานูป (Al Janoub) ออกแบบโดย ซาฮา ฮาดิด (Zaha Hadid) สถาปนิกหญิงระดับโลกผู้ล่วงลับ รวมถึงมีการใช้เงินหลายพันล้านเพื่อสร้างรถไฟใต้ดิน สนามบินใหม่ ถนน และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ก่อนการแข่งขัน

Capital Economics บริษัทวิจัยในลอนดอน กล่าวว่า จากการขายตั๋ว บ่งบอกว่าจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 1.5 ล้านคนเดินทางไปกาตาร์เพื่อชมฟุตบอลโลก หากนักท่องเที่ยวแต่ละคนพัก 10 วัน และใช้จ่าย $500 ต่อวัน การใช้จ่ายต่อผู้เข้าชมหนึ่งคนจะเท่ากับ $5,000 ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจของกาตาร์จะเพิ่มขึ้น 7,500 ล้านดอลลาร์ในปีนี้

ผลประโยชน์มหาศาล

กาตาร์เป็นรัฐปิโตรรัฐที่ร่ำรวยเช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ในอ่าวอาหรับ กาตาร์ไม่ใช่ประเทศประชาธิปไตย การตัดสินใจขึ้นกับผู้ปกครองตระกูลอัลธานีและที่ปรึกษา ประชาชนแทบไม่มีความเห็นในการตัดสินใจด้านนโยบายที่สำคัญของประเทศของตน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้มอบสวัสดิการมากมายให้กับประชาชน เพื่อสร้างความภักดีและการสนับสนุนของชาวกาตาร์ โดยชาวกาตาร์มีรายได้ปลอดภาษี งานราชการเงินเดือนสูง การรักษาสุขภาพฟรี การศึกษาระดับอุดมศึกษาฟรี เงินสนับสนุนสำหรับคู่บ่าวสาว การสนับสนุนด้านที่อยู่อาศัย เงินสนับสนุนอีกมากมายที่ครอบคลุมค่าสาธารณูปโภค และการเกษียณอายุ

แรงงานข้ามชาติ

ประเทศกาตาร์ต้องพึ่งพาแรงงานจากประเทศอื่น เพื่อทำงานด้านบริการและการก่อสร้าง เช่น คนขับรถและพี่เลี้ยงเด็ก

มีการตรวจสอบกฎหมายแรงงานอย่างเข้มงวด และการปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติหลายแสนคน โดยแรงงานส่วนใหญ่มาจากอินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน ศรีลังกา เนปาล และประเทศอื่น ๆ ในเอเชียใต้

คนงานเหล่านี้จะอาศัยอยู่ในห้องรวมในแคมป์แรงงาน และต้องทำงานตลอดช่วงฤดูร้อน โดยมีเวลาพักผ่อนแค่ช่วงเที่ยงเพียงไม่กี่ชั่วโมง แรงงานเหล่านี้จะไปทำงานอยู่หลายปีโดยไม่ได้กลับบ้าน

แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า งานส่วนใหญ่มักจะเป็นงานอันตราย ทำให้มีคนเสียชีวิตจากโรคลมแดดหลายสิบคน

ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนให้โอกาสกาตาร์ในการปรับปรุงกฎหมายแรงงาน เช่น การใช้ค่าจ้างรายเดือนขั้นต่ำประมาณ 275 ดอลลาร์ในปี 2020 และให้รื้อระบบ “คาฟาลา” ที่ห้ามคนงานเปลี่ยนงาน หรือเดินทางออกนอกประเทศ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากนายจ้าง

อีกทั้งยังเรียกร้องให้กาตาร์ปรับปรุงค่าชดเชยกรณีแรงงานข้ามชาติที่ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และถูกขโมยค่าจ้างขณะทำงานในโครงการที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลก

………

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...