โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ธรรมภิบาล” VS “บรรษัทภิบาล”... ต่างกันแค่ “ชื่อ” แต่ “หลักการ” เดียวกัน !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 12 ม.ค. เวลา 10.32 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. 2566 เวลา 11.46 น. • ดร.ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์

Where2put Ur Money: เชื่อแน่ว่า หลายๆ คนคงได้ยินคำว่า “ธรรมภิบาล (Good Governance: GG)”หรือ “บรรษัทภิบาล (Corporate Governance: CG)” กันมาบ้างไม่มากก็น้อย โดยแนวความคิดหลักของทั้งสองคำนี้ต่างก็มาจากแนวคิดเดียวกันที่เรียกว่า “หลักอภิบาล (Governance)” ซึ่งหมายถึง การปกครอง หรือการควบคุมที่เต็มไปด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความเอื้ออาทรซึ่งกัน และกัน หรือเป็นเรื่องของการกำกับดูแลที่ดีนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม สำหรับในประเทศไทย คำว่า“ธรรมาภิบาล” จะถูกใช้เป็นแนวปฎิบัติสำหรับภาครัฐ ในขณะที่คำว่า “บรรษัทภิบาล” จะถูกนำมาใช้เป็นแนวปฎิบัติสำหรับภาคเอกชน
ทั้งนี้ คำว่า
“ธรรมาภิบาล” เกิดจากการรวมกันของคำว่า “ธรรม” และ “อภิบาล โดยพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้นิยามของคำว่า “ธรรม” ไว้ว่า หมายถึง คุณความดี คําสั่งสอน และหลักประพฤติปฏิบัติในทางศาสนา ดังนั้น เมื่อรวมกับคำว่า “อภิบาล”** ตามความหมายข้างต้น จึงหมายถึง การบริหารปกครองกิจการบ้านเมืองที่ดีของภาครัฐที่ยึดมั่นในความถูกต้อง และดีงาม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทั้งภาครัฐ และประชนอย่างทั่วถึง โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 6 ประการ ดังนี้

  • หลักนิติธรรม (The Rule of Law) หมายถึง การออกกฎระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายต่างๆ ที่เป็นธรรม และเป็นที่ยอมรับของสังคม โดยมีการยินยอมพร้อมใจ และยึดถือปฏิบัติร่วมกัน ไม่มีการละเมิดสิทธิ หรือการเลือกปฎิบัติ หรือการทำตามอำเภอใจ

  • หลักคุณธรรม (Morality) หมายถึง การยึดถือ และเชื่อมั่นในคุณธรรม ตลอดจนความถูกต้องดีงามในการดำเนินชีวิต

  • หลักความโปร่งใส (Accountability) หมายถึง ความสุจริต ไม่คดโกง ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น และสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้

  • หลักการมีส่วนร่วม (Participation) หมายถึง การเปิดโอกาสในประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหาร การแสดงความคิดเห็น และการตัดสินใจที่สำคัญในด้านต่างๆ

  • หลักความรับผิดชอบ (Responsibility) หมายถึง การตระหนักในสิทธิหน้าที่ และความรับผิดชอบต่อสังคม การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ตลอดจนการใส่ใจต่อปัญหาสาธารณะ

  • หลักความคุ้มค่า (Economy) หมายถึง การบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม

สำหรับคำว่า “บรรษัทภิบาล” เกิดจากการรวมกันของคำว่า “บรรษัท” และ “อภิบาล” โดยพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้นิยามของคำว่า “บรรษัท” ไว้ว่า หมายถึง การรวมกันเข้าหุ้นส่วนทำการค้าขาย และเมื่อรวมเข้ากับคำว่า “อภิบาล” จึงหมายถึง การกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด หรือสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างยั่งยืน โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ 5 ประการ ดังนี้

  • ความซื่อสัตย์ (Integrity) หมายถึง การทำธุรกิจแบบตรงไปตรางมา บริหารจัดการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต น่าเชื่อถือ และยึดมั่นในความถูกต้อง

  • ความยุติธรรม (Fairness)หมายถึง การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรม

  • ความโปร่งใส (Transparency)หมายถึง การเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

  • ความรับผิดชอบ (Responsibility)หมายถึง การปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ในความรับผิดชอบด้วยสติปัญญา และความสามารถอย่างเต็มกำลัง

  • ความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) หมายถึง การพัฒนาความสามารถ และความได้เปรียบในการแข่งขัน

กล่าวโดยสรุปได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นหลัก “ธรรมาภิบาล” ในนระดับภาครัฐ หรือหลัก “บรรษัทภิบาล” ในระดับภาคเอกชนต่างก็เป็นกลไกในการบริหารจัดการ ควบคุม และตรวจสอบให้เกิดการกำกับดูแลที่ดี โดยที่แนวคิดทั้งสองแม้ว่าจะถูกเรียกชื่อแตกต่างกัน แต่ก็แทบไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในการนำไปใช้ปฏิบัตินั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...