โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ดาราสาวไต้หวัน เที่ยวไทย อ้างถูกตำรวจรีดเงิน 27,000 บาท | ขยายข่าว กับ กาย สวิตต์

Ch7HD News - ข่าวช่อง7

อัพเดต 26 ม.ค. 2566 เวลา 05.53 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2566 เวลา 04.53 น. • TEROASIA
ดาราสาวไต้หวัน เที่ยวไทย อ้างถูกตำรวจรีดเงิน 27,000 บาท | ขยายข่าว กับ กาย สวิตต์

เช้านี้ที่หมอชิต - ไม่มีแผ่วเลย เรื่องร้อน ๆ วงการสีกากีไทยมาอีกแล้ว เรื่องฉาวข้ามประเทศรอบนี้ เป็นเรื่องของดาราไต้หวัน ที่มาเที่ยวไทยช่วงปีใหม่ แต่กลับถูกเรียกตรวจค้นกระเป๋า และรีดไถเงินนับหมื่น จนเธอถึงกับต้องบอกว่า จะไม่ไปเหยียบเมืองไทยอีก เรื่องนี้เท็จจริงแค่ไหน ผู้เกี่ยวข้องอย่านิ่งนอนใจ รีบตรวจสอบแก้ไขและหาคนผิดมาลงโทษด้วย เพราะเรื่องนี้ไม่เล็ก ปลาเน่าตัวเดียว อาจตายยกเข่ง เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอาจพังพินาศได้ ตอนนี้เรื่องนี้ยังได้ไปปรากฏเป็นข่าวในสื่อของไต้หวันหลายช่องด้วย นี่คือช่วงที่คุณ อันยู๋ชิง 安于晴 หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Charlene An ดารานักแสดงชาวไต้หวัน เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้สื่อบ้านเขาฟัง หลังจากนำเรื่องราวไปโพสต์ลงอินสตาแกรม จนกลายเป็นข่าวดังในไต้หวัน เมื่อช่วงต้นมกราคมที่ผ่านมา โดยสรุป เธอบอกว่า ก่อนกลับไต้หวัน 1 วัน ซึ่งตรงกับวันที่ 4 มกราคม ขณะที่นั่งรถแท็กซี่กับเพื่อน ๆ เพื่อกลับโรงแรม ตอนนั้นสักราวตี 1 กว่า ๆ ตำรวจที่ตั้งด่านเรียกให้รถหยุด และขอค้นตัว ค้นกระเป๋า เมื่อเธอยื่นหนังสือเดินทางให้ดู และบอกว่าได้ขอวีซ่า VOA เข้ามา (VOA คือวีซ่าที่ขอที่สนามบินเมื่อมาถึงไทย เพื่อขออนุญาตเข้าประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย) แต่เเล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บอกว่า ไม่ยอมรับวีซา VOA ต้องใช้เป็นวีซาจริง ๆ ที่มีตราและพิมพ์เท่านั้น คือยังไงก็จะพยายามหาข้อหายัดใส่ให้ได้ คนในกลุ่มเธอได้มีการอัดคลิป เพื่อเป็นหลักฐานและเพื่อป้องกันตัว แต่ถูกเจ้าหน้าบอกให้ลบคลิป ยื้อไปมาเจรจาตกลงกัน เธอแทบอ้อนวอนให้ปล่อยเธอไป เพราะเธอไม่ได้ทำอะไรผิด เธอกลัวมาก บอกว่าตอนนั้นราวกลับในหนังเมกซิกัน ที่จับค้นค้ายาอะไรแบบนั้นเลย แต่เธอไม่ใช่ เธอเป็นนักท่องเที่ยว เธออ้อนวอนเจรจาอยู่นาน แทบจะกราบ เธอบอกพยายามพูดภาษาไทยนิด ๆ พูดว่าขอโทษ ขอร้อง เเต่ไม่เป็นผล เธอทำทุกอย่าง เหลือเพียงแต่คุกเข่าไหว้แค่นั้น สุดท้ายยื้ออยู่ราว 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่พาเธอไปที่ลับตาคน เเล้วบอกว่า ทั้งหมดในรถต้องจ่ายมา 27,000 บาท ถึงจะยอมปล่อย สุดท้ายพอเธอยอมจ่าย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกเเท็กซี่ให้พวกเธอกลับโรงแรม เธอยังเล่าต่อว่า ข้างหลังเธอยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี เป็นผู้หญิง 5 คน โดนอย่างเธอ ไม่แน่ใจว่ากลุ่มที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเธอเรียกพวกนี้ว่า 黑警 hēijǐng เฮยจิ่ง หมายถึง ตำรวจเลว จ้องจะจับแต่นักท่องเที่ยวผู้หญิงชาวเอเชียหรือไม่ เธอยังกล่าวต่อว่า ไม่คิดเลยว่า ไปเที่ยวปีใหม่ที่ไทย หวังเจอประสบการณ์ดี ๆ แต่กลับกลายเป็นประสบการณ์ที่เลวร้าย และน่ากลัวที่สุดในชีวิต และฉันจะไม่ไปเหยียบเมืองไทยอีก อยากเตือนคนไต้หวันว่า จะไปไทยให้ระวัง อย่าพกเงินสดติดตัวในกระเป๋าเยอะ เพราะอาจโดนสุ่มค้นตัว ยัดข้อหา ให้ระวังดี ๆ หรือเพราะพวกเขาขาดรายได้จากการท่องเที่ยวมานานช่วงโควิด พอเปิดประเทศทีกลายเป็นมีแต่ปัญหาแบบนี้ สื่อได้มีการสัมภาษณ์ไกด์ท้องถิ่นในไทย ได้รับคำตอบว่า นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเอง ดวงไม่ดี ก็อาจเจออะไรแบบนี้ มาขอค้นตัว ค้นกระเป๋า อ้างนั่นนี่ จริง ๆ ถ้าไม่อยากมีปัญหา ให้รีบยัดเงินก่อนไปเลย อารมณ์ค่าผ่านทาง ก่อนกลับ เธอก็ลงไอจีทิ้งท้ายไว้ว่า ลาก่อน กรุงเทพห่วยๆ!! พร้อมไอคอนมองบน เรื่องนี้ได้รับการเผยแพร่โดย เพจ หนีห่าวไต้หวัน ฉันมาแล้ว โดยระบุว่า พอดีมีลูกเพจส่งข่าวมาให้ ขอให้ช่วยแปลข่าวนี้ พอไปเช็กหลายเว็บไซต์ข่าวในไต้หวัน หลายสื่อได้ลงจริง ๆ ทางเพจก็ยังตั้งข้อสงสัยแบบแสบ ๆ ไว้ด้วยว่า สงสัยไม่ได้ซื้อแพ็กเกจนำขบวน ถ้าซื้อก็เสียแค่ 7,000 ปลอดภัยถึงโรงแรม ผู้สื่อข่าวของเรายังได้เข้าไปตรวจสอบในอินสตาแกรมของดาราสาวรายนี้ ซึ่งมีผู้ติดตามอยู่กว่า 100,000 คน พบเธอได้โพสต์คลิปและภาพการมาท่องเที่ยวไทยจริง ๆ โดยถ่ายคลิปเดินเที่ยวอยู่หน้าห้างสรรพสินค้า และภาพกำลังไหว้ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ หลังเรื่องนี้ถูกเปิดเผย ความเห็นโซเชียลบ้านเราก็ดุเดือดไม่น้อยเหมือนกัน พบกับรายการ “เช้านี้ที่หมอชิต” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 05.50-7.30 น. ทางช่อง 7HD กด 35

รับชมผ่าน YouTube ได้ที่่ https://youtu.be/U0WA0dKbD9U

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...