โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผีเน่ากับโลงผุแต่มีทีมเน่ากว่า

Soccersuck

เผยแพร่ 04 เม.ย. 2566 เวลา 22.17 น. • Soccersuck

งานเขียนของผมที่ตลอดมาก็ไม่ได้ดีเด่เหมือนคนอื่นเขาแต่วันนี้ขออนุญาตมาไวไปไวตามคุณภาพดาดๆระหว่างคู่ชวนง่วง เชลซี กับ ลิเวอร์พูล

ผลเสมอ 0-0 นับเป็น goalless หนที่ 4 ติดต่อกันในทุกรายการโดยหนสุดท้ายที่ยิงกันได้คือเสมอ 2-2 เมื่อปี 2022

เพียงแต่หนนี้เป็นบอลที่ดาว์นเกรดลงมาฮวบๆ ความว้าวจากนักกีฬาอาชีพที่เราชาวบ้านธรรมดาทำไม่ได้แต่งัวเงียตื่นมาดูในวันนี้

สรุปไม่มีอะไรเลย เป็นบอลก๋องแก๋งเลื่อนลอยหาแก่นสารใดๆไม่ได้เลย

ในขณะที่เรากำลังไล่นวดความห่วยของเกมนี้จากทั้ง 2 ทีมแต่มันจะเลวร้ายสุดขั้วจากอีกทีมแค่ไหนหากเราบอกในความกากนั้น “สิงห์บลู” เป็นฝ่ายที่ปล่อยให้ 3 แต้มหลุดลอยประเดิมเกมแรกที่ไม่มี แกรห์ม พ็อตเตอร์

เจ้าถิ่นไฟเขียวผ่านตลอดในครึ่งแรก ผมหมายถึงการทะลวงจากกลางสนามขึ้นมาอร่อยเหาะครับ

ผมไม่เห็นนักเตะ “หงส์แดง” คนไหนตลอดทั้งเกมสามารถสกัดแย่งบอลคืนมาจากฝั่ง เชลซี ในรูปแบบวิ่งกวด

โดนแทงโดนกระชากคือหลุดวิ่งลิ้นห้อยตามหลัง แม้กระทั่ง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่เจ็บไปตั้งแต่เกมที่ 2 ของฤดูกาลหรือร่วม 7 เดือน

แต่แข้ง “น้ำหอม” วัย 32 ปีกลับดูฟิตกว่าผู้เล่น “หงส์” ทุกคนโดยเฉพาะ ชิมิกาส โดนใครกระชากคือหลุดยาว

การที่คุณไร้จุดแกร่งในการ turnover บอลเป็นอะไรที่อันตรายมากๆ

ลิเวอร์พูล จะได้บอลกลับมาครอบครองต้องรอให้ เชลซี จ่ายเสียเองหรือไม่ก็ได้โอกาสสับยิง

ผมเห็นกราฟฟิคโชว์สถิติอันน่าสยองและสมเพชสุดๆคือผ่านไป 29 นาทีกับอีก 40 กว่าวินาที

ปรากฏ “สิงห์” ได้บอลในเขตโทษทีมเยือนมากถึง 12 ครั้งและแน่นอน ลิเวอร์พูล เป็น 0

กว่าจะมีโอกาสยิงหนแรกปาเข้าไปนาทีสุดท้ายจาก ดาร์วิน นูนเญซ

นี่คือมาตรฐานการเล่นนอกบ้านของ “หงส์แดง” ที่วันนี้ยิ่งกาวหนักเมื่อ JK ปรับเปลี่ยนผู้เล่นราวๆ 5-6 ตำแหน่ง

ตัวหลักยังออกทะเล พวกสำรองไม่ต้องพูดถึง นอกจาก ชิมิกาส ที่หมดสภาพแล้ว ค. โจนส์ ยังยึดมั่นการเล่น “ดีเลย์” เน้นดึงช้าไม่เอาประสิทธิภาพ มีดีอย่างดีคือเป็น HG

ครับการจะเจาะเกมรับของลูกทีม เยอร์เก้น คล็อปป์ ไม่ต้องซับซ้อนให้เสียเวลาแค่วางยาวจากแดน เชลซี ก็หลุดแล้ว

นี่ยังไม่นับรวมลูกเกร็งตีนจากผู้ชมทางบ้านไม่ว่าจะคืนหลัง, จ่ายบอลเบสิกง่ายๆหรือเสียบอลระหว่างทาง ต้องช่วยภาวนาเอาใจช่วยกันขนาดนั้นเลย

ลูกที่ VAR ริบประตูของ ไค ก็เป็น โกนาเต้ ที่ไปจ่ายยัดให้เพื่อนที่รู้ก็รู้อยู่โดนรุมรายล้อม ชั่วโมงนี้ฝีเท้าจะไปเอาตัวอดใครได้ที่ไหน แค่ถ่ายออกปีกด้านข้างก็ขึ้นเกมปลอดภัยแล้ว

ต้นเกมขึ้นไปถึงแดน “สิงห์” อยู่ดีๆ ซิมิกาส จ่ายคืนหลังเจ้าตีน เฟลิกซ์ โดนสวนเกือบพังซะงั้น นี่คือการเล่นที่เราเห็นจากทีมระดับล่างและยังเป็นอยู่ทุกวี่ทุกวัน

2 ประตูที่ถูก VAR ริบถือว่าสวรรค์ยังเมตตาจากการล้ำหน้าแค่เข่าของ เอนโซ่ หรือลูกหลุดเดี่ยวเป็นประตูของ ไค ฮาแวรสต์ ที่บอลกระเด้งมาถูกแขน

จะบอกว่า ลิเวอร์พูล โชคดีจากจังหวะพวกนี้ก็ส่วนหนึ่งแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการจบสกอร์ที่ยังเป็นมะเร็งร่ายของพลพรรค “สิงห์สำอาง”, “สิงห์บลู” และ “สิงห์ไฮโซ” อยู่เช่นเดิม

การยิงนกตกปลา ไม่มีตัวค่าพลัง finishing ทำให้จำนวนโอกาส 11 หนเข้ากรอบเพียงแค่ 3 หน

และต้องบอกว่าน่าเสียดายแทนจริงๆเพราะแม้ ลิเวอร์พูล เริ่มตอบโต้และได้บอลมากขึ้นในครึ่งหลังโดยเฉพาะหลัง “ไค” ถูกจับแฮนด์บอล

แต่โอกาสเป็นเนื้อเป็นหนังของเจ้าถิ่นในเกมนี้มันเพียงพอด้วยซ้ำที่จะต้องมีซักหนึ่งลูก

กำลังหลักของ เชลซี ทั้งวิงแบ็ค 2 ข้าง แดนกลางชื่อชั้นแข็งโป๊กแต่ติดที่ตัวจบสกอร์ที่ทั้ง เฟลิกซ์ และ ฮาแวร์ตส์ ยังไม่มีใครอาสากู้วิกฤิติให้สโมสรได้เลย

สำหรับ “หงส์แดง” กลายสภาพเป็นทีมระดับ average ไม่ว่าจะรูปแบบการเล่น วิธีเล่นของผู้เล่นแต่ละคน ความนิ่งและความรอบจัดความเก๋า ณ ยามนี้ไม่หลงเหลืออีกแล้ว

สังเกตครับตอนนี้เจอกับใครโดนเพรสสูงเกือบหมดเพราะเขาไม่กลัวแล้วแถมทุกทีมเชื่อว่าแนวรับหรือแม้กระทั่งกลาง “หงส์” จะตีนลั่นลนลานเสียบอลให้แน่นอน

ดังนั้นผมมองว่า JK โล่งโคตรๆที่เสมอในเกมนี้ หลักฐานดูได้จากการถามเวลาผู้ตัดสินที่ 4 ตอนช่วงทดเจ็บที่เหลืออีก 1-2 นาทีซึ่งเราไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้จากบอส

หรือภาพที่ไม่น่าตกใจคือการที่ อลิสซอน ด่ากลับ “กัปตัน” จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่บ่นไร้เหตุผลบ่นไม่ดูเลยว่าชั่วโมงนี้ใครแบกทีม ไปหาดูคลิปได้ “พ่อหมี” คำรามซะอาแปะเป็นคนดีย์ขึ้นมาเลย

ครับในมุมมองผม เชลซี มีแค่เกมรุกการจบสกอร์ ถ้าแก้ปัญหาตรงนี้ได้เครื่องติดนะครับ ผมไม่เชื่อว่านักเตะชื่อชั้นแข็งโป๊กแทบจะเดินชนกันตายจะเข็นไม่ขึ้นยันจบฤดูกาล

ตรงกันข้ามกับ ลิเวอร์พูล ยามออกนอกบ้านเสียงเชียร์จาก เดอะ ค็อป มันเร้าใจไม่พอ ต้อง แอนฟิลด์ ถึงวิ่งลืมตาย เปิดหน้าโดยหารู้ไม่ว่าคางตัวเองเปราะแค่ไหน

ตัวผู้นำอย่าง JK เห็นยังให้สัมภาษณ์ทำเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวไม่รู้สภาพเด็กๆของตัวเอง

อันนี้แหละที่เตรียมพัง ถ้ายังยึดหลักสนุ๊กเกอร์ “สู้ตายดีกว่ากันตาย”…

สถิติ สถิติ สถิติ

ผลเสมอ 0-0 ของ เชลซี กับ ลิเวอร์พูล สร้างสถิติเป็นอันดับ 3 ที่ยิงประตูไม่ได้ในการเจอกัน 4 หนติดต่อกันหลังก่อนหน้านั้นเป็น เอฟเวอร์ตัน - ลิเวอร์พูล (1974-75) และ อาร์เซนอล - QPR (1992-94)

เชลซี ยิงประตูในครึ่งแรกที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่ได้เลยใน 8 เกมลีกหลังสุด กลายเป็นควงแขนร่วมสถิติกับทีมในยุคระหว่างปี 1992-1993 เรียบร้อยแล้ว

“สิงห์บลู” ยิงได้แค่ 29 ประตูจาก 29 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้โดยตัวเลขดูไม่จืดนี้ทำให้ขึ้นทำเนียบอันดับ 3 ของสโมสรเรียบร้อยแล้ว (จากการลงเล่น 29 นัด) โดย 2 หนก่อนหน้านี้เกิดขึ้นมาร่วม 100 ปีทั้ง 1921-22 ยิงได้ 23 ประตูและ 1923-24 ยิงได้ 16

หลังลงสนามในเกมนี้ทำให้ เจมส์ มิลเนอร์ ครองสถิติลงเล่นในพรีเมียร์ลีกมากที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับที่ 3 โดยที่ 1 แกเรธ เบล 653 นัด, ไรอัน กิกส์ 632 นัด และ “ท่านรอง” 610 นัด แซงหน้า แฟร็งค์ แลมพาร์ด 609 นัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...