โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หญิงสองคนในยูกันดา อาจต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตข้อหา “จูบกัน”

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ที่ประเทศยูกันดา มีหญิงสองคนถูกจับกุมเนื่องจากถูกกล่าวหาว่า “จูบกัน” ในที่สาธารณะ คาดอาจถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

หญิงสองคนถูกจับกุมและควบคุมตัวในประเทศยูกันดา หลังถูกกล่าวหาว่าจูบกันในที่สาธารณะ ซึ่งถือเป็น “การกระทำความผิดทางเพศระหว่างเพศเดียวกัน” ที่อาจนำไปสู่โทษจำคุกตลอดชีวิตในประเทศแถบแอฟริกาตะวันออกแห่งนี้

เวนดี เฟธ นักดนตรีวัย 22 ปี และ อเลซี ไดอานา เดนิส วัย 21 ปี ถูกควบคุมตัวหลังจากตำรวจบุกค้นห้องเช่าของพวกเธอในเมืองอารัว ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

โจเซฟิน อังกูเซีย โฆษกตำรวจประจำภูมิภาคเวสต์ไนล์ กล่าวว่า “เราได้รับข้อมูลจากชุมชนว่า ผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำที่แปลกประหลาดและผิดปกติ ซึ่งเชื่อว่ามีลักษณะทางเพศ นอกเหนือจากการถูกกล่าวหาว่าพบเห็นจูบกันในที่สาธารณะ”

เธอเสริมว่า “มีการกล่าวอ้างเพิ่มเติมว่า ผู้หญิงจำนวนมากมักมารวมตัวกันพักที่บ้านของผู้ต้องสงสัย ตำรวจจึงได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องสงสัยหญิงสองคนในข้อหาประพฤติผิดทางเพศ”

ทั้งสองคนถูกควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ถูกจับกุม และยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือไม่และเมื่อใด

โยเวรี มูเซเวนี ประธานาธิบดีเผด็จการของยูกันดา ได้ลงนามในกฎหมายต่อต้านการรักร่วมเพศเมื่อเดือน พ.ค. 2023 ท่ามกลางความไม่พอใจในระดับนานาชาติและระดับภูมิภาค กฎหมายนี้เป็นหนึ่งในกฎหมายต่อต้านกลุ่ม LGBTQ+ ที่เข้มงวดที่สุดในโลก โดยมีโทษจำคุกตลอดชีวิตสำหรับความสัมพันธ์เพศเดียวกัน และโทษประหารชีวิตสำหรับ “พฤติกรรมรักร่วมเพศอย่างร้ายแรง”

แฟรงก์ มูกิชา ผู้อำนวยการบริหารขององค์กร Sexual Minorities Uganda (Smug) กล่าวว่า “เรากำลังติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิดและรู้สึกตกใจอย่างยิ่งกับการจับกุมหญิงสาวสองคน เหตุการณ์นี้ไม่ยุติธรรมและน่ากังวลอย่างมาก และไม่ใช่กรณีเดียวที่เกิดขึ้น”

เขาเสริมว่า “ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราพบว่ามีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและน่าตกใจทั่วประเทศ โดยที่ผู้คนถูกแจ้งความ ถูกตั้งเป้าหมาย ถูกคุกคาม และถูกจับกุมโดยอาศัยเพียงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับตัวตนหรือความสัมพันธ์ของพวกเขา”

มูกิชากล่าวว่า “ผลที่ตามมาสำหรับบุคคลทั้งสองนั้นรุนแรง พวกเขาถูกตัดสินและประณามโดยสังคมอยู่แล้ว และกรณีเช่นนี้ส่งข้อความที่น่าหวาดหวั่นไปยังชาว LGBTQ+ ทั่วประเทศว่าความปลอดภัยและศักดิ์ศรีของพวกเขากำลังถูกคุกคาม”

องค์กรส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนรายงานเมื่อเดือน ม.ค. ว่า ได้จัดการกับคดีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม LGBTQ+ จำนวน 956 คดี นับตั้งแต่มีการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อบุคคล 1,276 คน

ฮันส์ เซนฟูมา นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิเกย์ชาวยูกันดา กล่าวว่า “ชุมชน LGBTQ+ ในยูกันดาตอนนี้ไม่ได้แค่หวาดกลัว เรากำลังโศกเศร้า เราโศกเศร้ากับอิสรภาพที่เราไม่เคยมีอย่างเต็มที่ เราโศกเศร้ากับหญิงสาวสองคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิด เราโศกเศร้ากับยูกันดาที่เราปรารถนาให้มีอยู่ แต่ยังไม่มีอยู่จริง”

ในเดือน เม.ย. 2024 ศาลรัฐธรรมนูญของยูกันดาปฏิเสธคำร้องขอให้ยกเลิกกฎหมายฉบับนี้

เซนฟูมากล่าวว่า “การจับกุมเวนดีและไดอานาไม่ใช่เหตุการณ์เดี่ยว ๆ มันเป็นข้อความที่ดัง ชัดเจน และโหดร้าย ส่งถึงทุกคนที่เป็น LGBTQ+ ในยูกันดาว่า เรากำลังจับตาดูพวกคุณอยู่ และเราจะตามล่าพวกคุณด้วย”

เขาเสริมว่า “มีชาวยูกันดาที่เป็น LGBTQ+ หลายพันคนที่กำลังลบข้อความในโทรศัพท์อย่างเงียบ ๆ ย้ายออกจากบ้านที่อยู่ร่วมกัน ห่างเหินจากคนที่พวกเขารัก ฝึกฝนวิธีการทำตัวให้ดูเป็นปกติ วิธีการหัวเราะที่แตกต่างออกไป และวิธีการเอาตัวรอด”

มูกิชากล่าวว่า “เราเรียกร้องให้ตำรวจและผู้นำทางการเมืองของยูกันดาหยุดการสอดส่อง การคุกคาม และการกำหนดเป้าหมายบุคคลที่ถูกมองว่าเป็นชาวยูกันดาที่เป็น LGBTQ โดยทันที”

เซนฟูมากล่าวว่า “ถึงประชาคมระหว่างประเทศ อย่าเมินเฉย อย่าออกแถลงการณ์แล้วปล่อยผ่านไป กลไกการให้ทุนมีอยู่แล้ว แรงกดดันทางการทูตก็มีอยู่ ใช้มัน สองสาวกำลังเผชิญโทษจำคุกตลอดชีวิต หากสิ่งนี้ไม่กระตุ้นให้คุณลงมือทำ ผมก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะอะไรจะกระตุ้นคุณได้”

เรียบเรียงจาก The Guardian

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เด็ก 10 ขวบฟ้องร้องพ่อ ยึดเงินอั่งเปาลูก 375,000 บาทไปแต่งเมียใหม่

“ฮุน มาเนต” บอกสื่อนอก ไม่เคยรู้มาก่อน “เฉิน จื้อ” เป็นเจ้าพ่อสแกมเมอร์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หญิงสองคนในยูกันดา อาจต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตข้อหา “จูบกัน”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...