โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กสทช.เดินหน้า USO 4 ปรับเก็บ 2.5% ทุ่มงบ 970 ล้านจัดระเบียบสายต่างจังหวัด

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 7/2569 สำนักงาน กสทช.มีวาระเข้าสู่การพิจารณารวม 72 วาระ และผ่านความเห็นชอบ 30 วาระ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่การขับเคลื่อนแผนบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง(USO) การจัดระเบียบสายสื่อสารในต่างจังหวัด และการกำกับดูแลใบอนุญาตโทรคมนาคมแบบที่สาม

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการร่างประกาศ กสทช. เรื่อง แผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO) ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2566) ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2 โดยมอบหมายให้สำนักงานนำข้อคิดเห็นและข้อสังเกตของกรรมการไปประกอบการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามขั้นตอนกฎหมาย

สาระสำคัญของร่างประกาศดังกล่าว ที่ประชุมเห็นชอบการกำหนดอัตราการนำส่งรายได้เข้ากองทุน USO ในอัตราร้อยละ 2.50 ของรายได้จากการประกอบกิจการโทรคมนาคม อ้างอิงตามหลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บรายได้เพื่อสนับสนุนบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2565 พร้อมทั้งเห็นชอบกรอบระยะเวลาดำเนินการ และแนวทางการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ในอีกมิติหนึ่ง ที่ประชุมได้อนุมัติหลักการโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการจัดระเบียบสายสื่อสารกลุ่มเร่งด่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยใช้งบประมาณจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ภายใต้กรอบวงเงินรวมไม่เกิน 970 ล้านบาท สำหรับการดำเนินงานช่วงปี 2569–2572

สำหรับระยะที่ 1 ในปี 2569 กำหนดดำเนินการ 351 เส้นทาง ระยะทางรวม 512 กิโลเมตร ใช้งบประมาณไม่เกิน 500 ล้านบาท เป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จัดระเบียบสายสื่อสารที่รกรุงรัง และยกระดับภูมิทัศน์ในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับการร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง

ด้านการกำกับใบอนุญาตกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้สิ้นสุดการอนุญาตของบริษัท เยล คอม จำกัด ผู้รับใบอนุญาตเลขที่ TEL3/2565/009 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ กสทช. มีมติ เนื่องจากไม่เปิดให้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนดและไม่ได้แจ้งเหตุอันสมควร อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขตามข้อ 13.5 ของประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม และข้อ 26 (4) ของประกาศเงื่อนไขมาตรฐานในการอนุญาต

พร้อมกันนี้ กสทช. กำหนดให้บริษัทดังกล่าวชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจนถึงวันที่สิ้นสุดการอนุญาต และรับทราบแนวทางที่สำนักงานจะบันทึกการกระทำผิดเงื่อนไข รวมถึงรายชื่อกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจจัดการนิติบุคคลไว้ในบัญชีผู้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาตในอนาคต สะท้อนท่าทีเข้มงวดต่อผู้รับใบอนุญาตที่ไม่ดำเนินการตามกรอบเวลา

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมอนุญาตให้บริษัท มิว สเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด เพิ่มบริการภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม เลขที่ TEL3/2560/009 โดยให้สามารถให้บริการโครงข่ายใยแก้วนำแสงแบบ Dark Fiber พร้อมบริการขายส่ง และบริการวงจรเช่า รวมถึงวงจรเช่าส่วนบุคคลระหว่างประเทศ (IPLC) พร้อมบริการขายส่ง ภายใต้ระยะเวลาการอนุญาตเดิม ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 17 ต.ค. 2575

มติดังกล่าวสะท้อนภาพการกำกับดูแลของ กสทช. ที่เดินหน้าทั้งด้านการขยายบริการโทรคมนาคมพื้นฐานให้ทั่วถึง การจัดระเบียบโครงสร้างพื้นฐานที่กระทบความปลอดภัยสาธารณะ ควบคู่กับการบังคับใช้กติกาใบอนุญาตอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการแข่งขันและการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...