โฆษกไทยสร้างไทย สวน 'พริษฐ์' ยันร่วมรัฐบาลไม่เสียจุดยืนปราบโกง
เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2569 นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เปิดเผยถึงกรณีที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาตั้งคำถามถึงแนวทางการต่อสู้เพื่อ นโยบายของไทยสร้างไทยด้านการปราบโกง รวมถึงกล่าวถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในประเด็นการคืนอำนาจให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่พรรคไทยสร้างไทยได้นำเสนอและประกาศเป็นนโยบายหลักมาโดยตลอด และพยายามผลักดันตั้งแต่สภาชุดที่แล้วในรูปแบบการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา ดังนั้นต่อคำถามที่ว่าพรรคไทยสร้างไทยจะยืนหยัดการผลักดันการปราบโกงหรือไม่ ตนเองขอยืนยันได้ว่าถ้าได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายโดยไม่ยึดติดคำว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ร่างกฎหมายที่พรรคไทยสร้างไทยเตรียมไว้ ก็จะสามารถเข้าสู่สภาได้เพราะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก สส. ให้ครบจำนวน
นายปริเยศ กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาพรรคไทยสร้างไทยจะเคยพยายามขอความร่วมมือและขอความสนับสนุนจากหลายฝ่ายรวมถึงเพื่อนร่วมฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน (ก้าวไกลเดิม) มาแล้วแต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควรในสภาชุดที่แล้ว แต่ครั้งนี้ในช่วงการหาเสียงที่ผ่านมาตนเองได้พบกับนายพริษฐ์ในหลายเวที และได้รับการยืนยันจากทางพรรคประชาชนว่าจะร่วมผลักดันแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตราควบคู่ไปกับการทำฉบับใหม่ที่ใช้เวลาอีกพักหนึ่ง จึงถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทุกพรรคจะร่วมกันผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้กับคอร์รัปชันให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ โดยไม่ยึดติดคำว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
โฆษกไทยสร้างไทย ย้ำว่า ขอแสดงความเห็นอย่างจริงใจว่า อย่าชี้นำว่าการที่ไทยสร้างไทยได้รับคำเชิญให้ร่วมสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากภูมิใจไทย จะเป็นการเสียจุดยืนด้านการปราบโกงเพราะความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น และถือเป็นการด้อยคุณค่าพรรคการเมืองที่ทำงานร่วมกันมาโดยตลอดด้วยไมตรี ซึ่งตนมั่นใจว่าเป็นเพียงการตั้งคำถามด้วยความห่วงใยจากนายพริษฐ์ที่มีต่อทางพรรคไทยสร้างไทยเท่านั้น จึงถือโอกาสนี้สร้างความมั่นใจให้กับทางนายพริษฐ์อีกครั้ง
นายปริเยศ กล่าวด้วยว่า ในการนำเสนอการแก้ไขแบบรายมาตราในขณะนั้นไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควรเนื่องจากรูปแบบการผลักดันของพรรคฝ่ายค้านในขณะนั้นเน้นการแก้แบบทั้งฉบับ โดยไทยสร้างไทยพยายามชี้ว่าการแก้ไขรายมาตราสามารถทำควบคู่กันได้ แต่ด้วยจำนวนเสียงไม่เพียงพอในการนำเสนอร่างจึงไม่สามารถผลักดันต่อได้