สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!
นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก
มนุษย์ป้าไม่ได้หมายถึงตัวเอง เพราะมั่นใจว่า ถึงจะใกล้เลข 7 แล้ว ยังช่วยเหลือตัวเองได้สบายๆ แต่บังเอิญมนุษย์ป้าไปต่อแถวขึ้นลิฟต์แล้วพบเห็นเด็กๆ เดินเข้าลิฟต์ไปโดยไม่ใส่ใจว่า หนุ่มบนเก้าอี้รถเข็นที่มาคนเดียวก็กำลังอยากจะขึ้นลิฟต์เหมือนกัน
แม้แต่คนในลิฟต์ที่เรียงหน้ายืนอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งจะเห็นภาพชัดเจนว่า มีหนุ่มนั่งรถเข็นประจันอยู่ตรงหน้า ..ก็ไม่มีใครคิดจะขยับตัว หรือก้าวเดินออกมาช่วยเหลือเขาคนนั้นให้เข้าลิฟต์ไป
ภาพที่เห็นสะท้อนความรู้สึกมากยิ่งขึ้น เมื่อมนุษย์ป้าก้มลงไปถามหนุ่มว่า จะขึ้นลิฟต์ไหมคะ หนุ่มตอบมาสั้นๆ ว่า "ครับ" ป้าจึงลงมือไปเข็นรถให้ 555 โดยไม่มีใครคิดจะยื่นมือมาช่วยป้าอีกแรงหนึ่งเลย
เออ..หนอ!! ทุกคนจะคิดว่าหนุ่มมากับป้าได้ไง ในเมื่อเห็นกันจะจะ ได้ยินกันทุกคนกับคำสนทนาที่ป้าเอื้อนเอ่ยออกไป
สารภาพตามตรงว่า เจอสถานการณ์แบบนี้แล้วรู้สึกงงและน้อยใจแทนหนุ่มนั่งรถเข็นเลย จากนั้นก็ตั้งคำถามในใจว่า..เพราะอะไร คนในสังคมไทยทำเสมือนหนึ่งตัวใครตัวมัน
ความรีบ + ความไม่รู้ตัว คนส่วนใหญ่ในเมืองใหญ่ (โดยเฉพาะกรุงเทพฯ) กำลังรีบมาก ชีวิตประจำวันกดดัน จิตใจโฟกัสแค่ "ตัวเองต้องถึงที่หมายเร็วๆ" เลยมองไม่เห็นหรือไม่ทันคิดว่าคนข้างหน้าต้องการความช่วยเหลือ ถ้าลิฟต์แออัด คนก็ยิ่งคิดว่า "เดี๋ยวคิวต่อไปก็ถึง" โดยไม่รู้ว่าสำหรับรถเข็น มันอาจหมายถึงต้องรอหลายรอบ…ใช่ไหม!?!
กลัวยุ่งเรื่องคนอื่น/กลัวทำผิด เลยเลือก "ไม่ทำอะไร" ปลอดภัยกว่า…กระนั้นหรือ!?!
ใครมีคำตอบบ้าง สำหรับมนุษย์ป้าก็เพียงแค่หดหู่หัวใจในวันเข้าเมืองเท่านั้นแหละ.
'ป้าเอง'