ตร.ปลวกแดงรวบแก๊งเขมรแสบ! ลัก จยย.รัวกลางดึก ซุก 13 คันคาบ้านเช่า
ตร.สภ.ปลวกแดง เปิดปฏิบัติการกลางดึก บุกทลายแก๊งลักรถจยย.ข้ามชาติ จับผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลาง 13 คัน พบพฤติการณ์ตระเวนก่อเหตุช่วงเวลาประชาชนหลับใหล เลือกเหยื่อบ้านพัก-หอพัก-หน้าร้านสะดวกซื้อ เตรียมขยายผลลากคอผู้ร่วมขบวนการทั้งต้นทาง-ปลายทาง
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 20 ก.พ. 69 พ.ต.อ.นาวิน สินธุรัตน์ ผกก.สภ.ปลวกแดง พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุชาติ ดุสดี รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ท.นิยม เชื้อผะกา สว.สส. นำกำลังชุดสืบสวน สภ.ปลวกแดง เข้าจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายไท และ นายภู มาช (สัญชาติกัมพูชา) พร้อมตรวจยึดรถจยย.ยี่ห้อและรุ่นต่าง ๆ รวม 13 คัน ซุกซ่อนภายในบ้านเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง การจับกุมสืบเนื่องจากช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าแจ้งความรถจยย.สูญหายหลายราย ส่วนใหญ่หายช่วงเวลา 23.00–04.00 น. คนร้ายจะเลือกเป้าหมายที่จอดไว้หน้าบ้าน หอพักคนงาน และลานจอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อ โดยใช้วิธีเดินสำรวจหาเป้าหมายที่ไม่ได้ล็อกคอ หรือใช้เครื่องมือดัดแงะกุญแจ ก่อนเข็นหลบมุมอับสายตาแล้วสตาร์ตหลบหนีอย่างรวดเร็ว บางคันถูกถอดแผ่นป้ายทะเบียน เปลี่ยนชุดสี และเตรียมส่งขายต่อในราคาถูกให้เครือข่าย
ชุดสืบสวนเร่งแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีและจุดรับของ จนพบความเชื่อมโยงไปยังบ้านเช่าดังกล่าว กระทั่งเข้าตรวจค้นและพบรถจยย.จำนวนมากจอดเรียงซุกซ่อนอยู่ ตรวจสอบเบื้องต้นพบหลายคันตรงกับข้อมูลรถที่มีการแจ้งหาย อยู่ระหว่างประสานเจ้าของและตรวจพิสูจน์หมายเลขเครื่อง–หมายเลขตัวถังอย่างละเอียด
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันก่อเหตุจริง โดยแบ่งหน้าที่กันชัดเจน คนหนึ่งทำหน้าที่สำรวจและเลือกเป้าหมาย อีกคนลงมือดัดแงะและขับขี่หลบหนี ก่อนนำมาพักไว้รอส่งต่อให้เครือข่าย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ร่วมกันรับของโจรและข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต หรืออยู่เกินกำหนดอนุญาต ตามกฎหมายคนเข้าเมือง ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ.ปลวกแดง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการทั้งผู้สั่งการ ผู้รับซื้อ และเส้นทางลำเลียง
ทั้งนี้ หากประชาชนรายใดสงสัยว่ารถจยย.ของตนเป็นหนึ่งในของกลาง สามารถนำเอกสารประจำรถเข้าตรวจสอบได้ที่ สภ.ปลวกแดง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและขอรับรถคืนต่อไป พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ล็อกคอ–ล็อกล้อ และจอดในที่มีแสงสว่างหรือมีกล้องวงจรปิด เพื่อลดความเสี่ยงตกเป็นเหยื่อ