‘ผอ.กกต.กำแพงเพชร’ ยก ม.92 ลงคะแนนโดย ‘ลับ’ แต่ไม่ใช่ ‘ลับนิรันดร์’ ชี้เป็นลับที่ปิดผนึกโดยกฎหมาย
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. นายคงยศ บุญรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานการเลือกตั้งประจำ จังหวัดกำแพงเพชร ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Kongyos Boonrak ระบุว่า"…ที่ยก ม.92 ขึ้นมา แสดงว่า "ลับ" ถูกผนึก ด้วยเงื่อนไขข้อกฎหมาย ไม่ใช่ "ลับ" นิรันดร์…" พร้อมอธิบายข้อความดังกล่าวว่า เมื่อกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ให้หน้าที่ และอำนาจแก่ กปน. สามารถลงคะแนนแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด คำถามคือ แล้วรัฐธรรมนูญมีความเชื่อมั่นต่อ กปน. หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะมั่นใจต่อ กปน. ผู้นั้นได้อย่างไร ว่าเขาจะไม่บอกความลับนี้กับใคร ฉากทัศน์นี้ฉายภาพให้เห็นว่า "ความลับ" ในการลงคะแนนรูปแบบนี้ ย่อมมีบุคคลระดับทุติยภูมิรับรู้ "ความลับ"
ดังนั้น จึงเห็นว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 92 รัฐธรรมนูญได้ส่งผ่านนัยสำคัญของ การลงคะแนนโดย "ลับ" ว่า ไม่ใช่ "ลับ" แบบนิรันดร์ โดยที่ไม่มีผู้ใดสามารถล่วงรู้ได้เลยแม้แต่กรรมการ แต่เป็น "ลับ" ที่ถูกปิดผนึกด้วยกระบวนการ ขั้นตอน และบทลงโทษทางกฎหมาย คำถาม คือ กกต.ได้กำหนดข้อกฎหมายที่จะผนึกความลับนี้ไว้แล้วหรือไม่ ไม่ใช่การสมคบคิดจินตนาการว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น หากเป็นเช่นนี้ สมมติว่าเป็นแบบนั้น ถ้าให้ลองทำเป็นแบบนี้ หรือลองเอาสิ่งนั้นสิ่งนี้มาให้ แล้วจะลองทำให้ดู เพราะนึ่คือโลกของความเป็นจริง ที่ กกต.ผนึกความ "ลับ" ด้วยกระบวนการทางกฎหมาย พร้อมบทลงโทษ หากว่ามีการละเมิดฝ่าฝืน
อีกทั้ง กกต.ก็มิเคยได้กำหนดกระบวนการหรือขั้นตอนใดที่จะนำความลับนั้น ออกไปเปิดเผย ด้วยการตรวจทานย้อนกลับ เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างผลการลงคะแนนกับตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ยกเว้น กรณีมีการร้องเรียนว่าหน่วยเลือกตั้งใดมีบุคคลนำบัตรปลอมไปใช้ในการลงคะแนน กกต.กลางจึงสามารถใช้อำนาจสั่งนำบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วมาตรวจสอบ โดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวหรือแตะต้องต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ทุกวิญญูชนมีสิทธิที่จะสงสัย และมีสิทธืยื่นตรวจสอบการทำงานของ กกต.
แต่การตรวจสอบมิใช่การใช้ทฤษฎีสมคบคิด แล้วตั้งสมมติฐานที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนความจริงอยู่บนโลกออนไลน์ ที่ปลุกระดมและนำไปสู่ความแตกแยก เกลียดชัง ก่นดา ด้อยค่า มองผู้เห็นต่างเป็นศัตรู การตัดสินว่าผิดหรือถูก เป็นเรื่องขององค์กรที่รับผิดชอบตามกรอบกฎหมาย ไม่ใช่พวกเรา เมื่อใครก็ตามที่แสดงตนว่ารักความถูกต้อง ไม่ชอบการกระทำผิดกฎหมาย เช่นนั้น ก็อย่าได้กระทำเสียเอง“แต่ให้ครองสติและใช้ปัญญา มิเช่นนั้น จากประชาธิปไตย จะกลายเป็นอนาธิปไตย
นายคงยศ ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมว่า ที่ออกมาชี้แจง เพื่ออยากให้ทุกคนได้ใช้หลักของเหตุและผล ในการคิดวิเคราะห์ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่ต้องการกระแสหรือปกป้ององค์กรแต่อย่างใด เพราะสุดท้ายข้อเท็จจริงมันจะปรากฏแม่ว่าอาจจะต้องใช้เวลาก็ตามที.