ภาษีทรัมป์ได้ผล! ’สหรัฐ’ ขาดดุลการค้า ‘จีน’ ต่ำสุดรอบ 21 ปี
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่ายอดการขาดดุลการค้าประจำปี 2025 ระหว่าง “สหรัฐ” และ “จีน” ลดลงสู่ระดับ ต่ำที่สุดในรอบกว่า 20 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายภาษีนำเข้าชุดใหญ่ของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่เข้ามาเขย่าระเบียบการค้าโลก
ขณะเดียวกัน สหรัฐกลับมียอด "ขาดดุลการค้า" กับเม็กซิโกและเวียดนามสูงเป็นประวัติการณ์แทน
ตัวเลขขาดดุล ‘สหรัฐ’ แคบลง
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมาระบุว่า ในปีที่ผ่านมาสหรัฐขาดดุลการค้ากับจีนประมาณ 2.02 แสนล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐพึ่งพาสินค้าโดยตรงจากจีนน้อยลง
ในขณะเดียวกัน สหรัฐขาดดุลการค้ากับแคนาดา "น้อยลง" แม้ว่าจะมีข้อตกลง USMCA ที่ทรัมป์เคยเจรจาไว้ในสมัยแรกก็ตาม เนื่องจากโครงสร้างการขนส่งสินค้ามีการเปลี่ยนแปลง
ในทางกลับกัน “ไต้หวัน” มียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ในปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากการนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์ และชิป รวมทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาลเพื่อรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยี AI โดยกลุ่มสินค้าเหล่านี้ยังได้รับสิทธิประโยชน์จากการยกเว้นภาษีศุลกากรบางส่วน
ภาษีนำเข้าสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1940
ในวาระที่สองนี้ ทรัมป์ใช้ภาษีเป็นเครื่องมือหลักเพื่อลดการพึ่งพาสินค้าต่างชาติ และดึงเม็ดเงินลงทุนกลับเข้าสู่ภาคการผลิตในประเทศ
ข้อมูลจาก Bloomberg Economics ชี้ว่า ปัจจุบันอัตราภาษีนำเข้าเฉลี่ยของสหรัฐสูงถึง 13.6% ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปี 1940 เป็นต้นมา
เรียกได้ว่าการเกินดุลการค้าของจีนต่อสหรัฐลดลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สงครามการค้าในสมัยแรกของทรัมป์ ทำให้จีนต้องปรับตัวด้วยการ "เปลี่ยนเส้นทางส่งออก" โดยใช้ประเทศที่ 3 อย่าง เม็กซิโกและเวียดนาม เป็นทางผ่านในการส่งสินค้าไปยังตลาดสหรัฐเพื่อเลี่ยงกำแพงภาษีโดยตรง
อ้างอิง bloomberg